• Sat. Mar 7th, 2026

ยูเออีเผชิญต้นทุนป้องกันประเทศพุ่งสูง เซ่นพิษสงครามกระทบการบิน-ท่องเที่ยวและแผนรับมือวิกฤต

ยูเออีเผชิญต้นทุนป้องกันประเทศพุ่งสูง-เซ่นพิษสงครามกระทบการบิน-ท่องเที่ยวและแผนรับมือวิกฤตยูเออีเผชิญต้นทุนป้องกันประเทศพุ่งสูง เซ่นพิษสงครามกระทบการบิน-ท่องเที่ยวและแผนรับมือวิกฤต

สถานการณ์ความขัดแย้งทางทหารระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอล ได้นำไปสู่ระยะใหม่ที่มีต้นทุนสูงสำหรับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) โดยสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อระบบป้องกันทางอากาศ ภาคการบิน และเศรษฐกิจที่พึ่งพาการท่องเที่ยวรัฐบาลต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยอีกครั้งท่ามกลางสภาวะวิกฤต

1. แบกรับต้นทุนการป้องกันประเทศ: สงครามที่จ่ายแพงกว่า

ในช่วง 48 ชั่วโมงแรกของการโจมตี ยูเออีต้องเผชิญกับภาระค่าใช้จ่ายในการสกัดกั้นภัยคุกคามทางอากาศที่สูงถึงพันล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อวัน โดยนักวิเคราะห์ประเมินค่าใช้จ่ายเฉพาะช่วงแรกนี้  ไว้ที่ประมาณ พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

  • คลังแสงและการสกัดกั้นกระทรวงกลาโหมรายงานว่าได้สกัดกั้นขีปนาวุธแบบยิงผ่านวิถีโค้ง (ballistic missile) 174 ลูก ขีปนาวุธร่อน ลูก และโดรนอีก 689 ลำ 

  • รายละเอียดต้นทุนระบบ Patriot – ตัวดักสกัด Patriot มีต้นทุนการยิงต่อครั้งราว 4–5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งตามหลักปฏิบัติต้องยิง ลูกต่อ เป้าหมาย ส่งผลให้การทำลายขีปนาวุธ ballistic 150 ลูกเพียงอย่างเดียว มีต้นทุนสูงกว่า พันล้านดอลลาร์แล้ว 

  • ภาระจากฝูงโดรนแม้ต้นทุนต่อการสอยโดรน 1 ลำจะอยู่ที่ 500,000–1.5 ล้านดอลลาร์ แต่เมื่อเผชิญกับการโจมตีแบบ “มวลมาก” ประมาณ 500 ลำ ยูเออีต้องใช้เงินสูงถึง 253–759 ล้านดอลลาร์เพื่อจัดการ 

  • ความเสียเปรียบทางงบประมาณ เมื่อเทียบกับอิหร่านที่ใช้เงินโจมตีเพียง 177–360 ล้านดอลลาร์ พบว่าอาบูดาบีต้องจ่ายเงินมากกว่าฝ่ายเตหะรานถึง 20–28 เท่า ต่อเงินทุก ดอลลาร์ที่อิหร่านลงทุนในขีดความสามารถด้านโดรนเชิงรุก

  • 2. ภาคการท่องเที่ยวและโรงแรม: วิกฤตในช่วงฤดูกาลสูงสุด

  • อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวซึ่งเป็นเสาหลักเศรษฐกิจกำลังเตรียมรับมือกับการชะลอตัวรุนแรงในช่วงที่ควรจะเป็นฤดูกาลที่คึกคักที่สุด

  • รายได้ดิ่งเหว: ผู้ประกอบการโรงแรมเตือนว่ารายได้ไตรมาสแรกอาจลดลงมากถึง   50 %เนื่องจากนักเดินทางเลื่อนหรือยกเลิกทริปจากความกังวลด้านความปลอดภัย

  • ผลกระทบต่อภาค Hospitality: กลุ่มธุรกิจสำคัญอย่าง Six Senses Zighy Bay และร้านอาหาร    ในดูไบ คาดการณ์ว่างบประมาณบริษัทอาจถูกตัดลดลงครึ่งหนึ่งภายในไม่กี่วัน 

  • เดือนรอมฎอนที่เงียบเหงา – งานเลี้ยงอาหารมื้อละศีลอดหลังพระอาทิตย์ตกดิน หรือ อิฟตาร์และ  ซูโฮร์ ขนาดใหญ่ขององค์กร เช่น Emirates Airline, Gems Education กองทุน Mubadala และบริษัทอื่นๆ ถูกยกเลิกทั้งหมด ส่งผลให้ผู้ประกอบการด้านอาหารต้องปรับแผนธุรกิจใหม่เพื่อความอยู่รอด

  • มาตรการอุ้มแขกและผู้ประกอบการ: กรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวอาบูดาบีสั่งให้โรงแรมขยายเวลาพักแก่แขกที่ติดค้างโดยรัฐบาลจะรับผิดชอบค่าที่พักเพิ่มเติมทั้งหมด ขณะที่รัฐดูไบออกแนวทางยืนยันว่ากิจกรรมธุรกิจและบริการจำเป็นยังคงดำเนินการได้ตามปกติ

  • 3. วิกฤตน่านฟ้าและการอพยพผู้โดยสาร

  • ระบบการบินได้รับผลกระทบรุนแรงจากการปิดน่านฟ้าทั่วยูเออีและตะวันออกกลางส่งผลให้เที่ยวบินกว่า19,000เที่ยวถูกยกเลิกและมีผู้โดยสารต่อเครื่องหลายหมื่นคนติดค้าง สายการบินหลักอย่าง Emirates และ Etihad ต้องระงับเที่ยวบินพาณิชย์เกือบทั้งหมด โดยเน้นเพียงการขนส่งสินค้าและเที่ยวบินรับคนกลับบ้านเท่านั้น 

  • 4. นโยบายความมั่นคงทางอาหารเชิงรุก

  • รัฐบาลเข้าสู่โหมดรับมือวิกฤตทันทีเพื่อป้องกันการขาดแคลนสินค้าอุปโภคบริโภค เนื่องจากท่าเรือเจเบลอาลีซึ่งรับผิดชอบการนำเข้าอาหาร 73% ของประเทศได้รับความเสียหายบางส่วน 

  • การบริหารคลังสำรอง:กระทรวงเศรษฐกิจใช้ระบบดิจิทัลตรวจสอบสต็อกสินค้าอาหารพื้นฐานประจำวันในทุกเอมิเรตเพื่อให้มั่นใจว่ามีเพียงพอและรักษาเสถียรภาพราคาในช่วงรอมฎอน

  • ความพร้อมของภาคค้าปลีก:ยักษ์ใหญ่เช่น Lulu Group, Choithrams และ Viva ยืนยันว่ามีสต็อกสินค้าไม่เน่าเสียง่ายสำรองไว้สำหรับ 40-60 วัน และมีแผนรองรับหากช่องแคบฮอร์มุซปิดยาวนาน 

  • มาตรการคุมเข้มการตลาด: มีการสั่ง ห้ามกักตุนสินค้า โดยผู้ค้าปลีกต้องจำกัดปริมาณการซื้อทั้งหน้าร้านและออนไลน์เพื่อให้สินค้ากระจายตัวอย่างเท่าเทียม

  • การนำเข้าทางเลือก: ยูเออีพยายามใช้เส้นทางสำรองทางถนนผ่านโอมาน และอาศัยเครือข่ายแหล่งนำเข้าจากกว่า 40 ประเทศเพื่อลดการพึ่งพาเส้นทางเดินเรือที่เสี่ยงอันตราย

  • 5. แผนอพยพคนไทยในยูเออี

  • สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี และสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบได้เตรียมพร้อมขั้นสูงสุด   โดยเปิดลงทะเบียนออนไลน์เพื่อสำรวจความจำนงของคนไทยที่ต้องการเดินทางกลับประเทศยอดผู้ลงทะเบียนปัจจุบันมีคนไทยมากกว่า 1,000 รายแจ้งความประสงค์แล้ว และแผนการเดินทางหากสถานการณ์ยกระดับ จะมีการอพยพ     ทางถนนไปยัง สนามบินมัสกัต ประเทศโอมาน เพื่อต่อเครื่องบินเช่าเหมาลำหรือเครื่องบินทหารกลับประเทศไทย

  • ความเห็นของ สคต.ดูไบ

  • แม้จะได้รับผลกระทบอย่างหนักในระยะสั้น แต่นักวิเคราะห์หลายแห่งยังคงเชื่อมั่นใน “แบรนด์ยูเออี”     ที่มีประวัติการฟื้นตัวจากวิกฤตได้อย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าทันทีที่สถานการณ์คลี่คลาย รัฐบาลจะอัดฉีดแคมเปญการตลาดขนานใหญ่เพื่อทวงคืนภาพลักษณ์การเป็น “ที่หลบภัยที่ปลอดภัย” ของเงินทุนและนักท่องเที่ยวทั่วโลกอีกครั้ง 

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/lvpu6ymqrk4wu3y03g8bli5m&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3jKsNYUy8CAXOmdajVhGU9