• Wed. May 13th, 2026

“พล.อ.รังษี” มั่นใจ “ทรัมป์” จนแต้มแล้ว เข้าพบ “สี จิ้นผิง” รีเซ็ตความสัมพันธ์ เชื่ออีกไม่นานต้องยอมยุติศึก “อิหร่าน” ก่อนโลกเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรง | TOPNEWS

“พลอ.รังษี”-มั่นใจ-“ทรัมป์”-จนแต้มแล้ว-เข้าพบ-“สี-จิ้นผิง”-รีเซ็ตความสัมพันธ์-เชื่ออีกไม่นานต้องยอมยุติศึก-“อิหร่าน”-ก่อนโลกเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรง-|-topnews“พล.อ.รังษี” มั่นใจ “ทรัมป์” จนแต้มแล้ว เข้าพบ “สี จิ้นผิง” รีเซ็ตความสัมพันธ์ เชื่ออีกไม่นานต้องยอมยุติศึก “อิหร่าน” ก่อนโลกเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรง | TOPNEWS

หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ออกเดินทางไปเยือนจีน เมื่อวันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เพื่อประชุมสุดยอดร่วมกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ครั้งแรกในรอบกว่า 6 เดือน และพยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่ตึงเครียด จากประเด็นทางการค้า สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิสราเอลและอิหร่าน และประเด็นความขัดแย้งอื่นๆ ซึ่งการเยือนจีนของทรัมป์ เกิดขึ้นในขณะที่สงครามอิหร่านยังไม่ยุติ การเจรจาทางการทูตเพื่อยุติสงครามอยู่ในภาวะชะงักงัน และจีนยังคงรักษาความสัมพันธ์กับอิหร่าน โดยยังคงเป็นผู้บริโภคน้ำมันส่งออกรายใหญ่ของอิหร่าน

ทรัมป์ได้กดดันจีนให้ใช้อิทธิพลของตนกดดันอิหร่าน ให้ทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ และยุติความขัดแย้งที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อสหรัฐฯ กับอิสราเอลโจมตีอิหร่าน เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ด้วย ทำให้การเดินทางไปจีนของทรัมป์ในครั้งนี้ ถูกจับตามองเป็นพิเศษว่ามีนัยยะอะไรแอบแฝง โดยเฉพาะการรีเซ็ตความสัมพันธ์กับจีน

ล่าสุดวันนี้ (13 พ.ค.) พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ได้วิเคราะห์ถึงเรื่องนี้เอาไว้ ผ่านทางรายการจับตาประเทศไทย ทางช่องท็อปนิวส์ โดยระบุว่า “วันนี้ถือว่าเป็นการรีเซ็ตความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีน ในการพบกันรอบนี้ ผมดูแล้วจะมี 3 หัวข้อใหญ่ ๆ คือ 1. สงครามอิหร่าน 2. สงครามการค้าและเทคโนโลยี 3. เรื่องไต้หวัน ในเรื่องสงครามอิหร่าน ก็คงคุยกันเรื่องการเจรจาที่ต่างฝ่ายต่างยื่นเงื่อนไขกันไป แล้วยังตกลงกันไม่ได้ รวมถึงเรื่องน้ำมัน สหรัฐกำหนดวาระการประชุมครั้งนี้ เรียกว่า 5B

B แรกคือ Boeing สหรัฐต้องการให้จีนซื้อเครื่องบินล็อตใหญ่ B ที่สองคือ Bean ก็คือถั่วเหลือง B ที่สามคือ Beef ก็คือเนื้อวัว B ที่สี่คือ Board of Trade คณะกรรมการการค้า และB ที่ห้าคือ Board of Investment คณะกรรมการการลงทุน ผมเชื่อว่าเขาจะคุยกันเรื่อง Rare Earth เพราะเป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตชิปและอาวุธ เรื่องไต้หวัน จีนถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก จีนถือว่าไต้หวันเป็นมณฑลหนึ่งของเขา ตามนโยบายจีนเดียว สาเหตุที่เร่งให้ทรัมป์ต้องไปจีน ก็คือการเลือกตั้งกลางปี ดัชนีผู้บริโภคไม่เป็นไปตามคาด ตลาดหุ้นร่วง ดอกเบี้ยขึ้น ถ้าอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ของสหรัฐขึ้นเกิน 4.5 เมื่อไหร่ เศรษฐกิจสหรัฐพังแน่นอน ตอนนี้ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น ทำให้ประชาชนสหรัฐเดือดร้อนมาก”

พล.อ.รังษี มองว่า “การเดินทางครั้งนี้เลื่อนมาแล้ว 2 ครั้ง จากมีนาคม มาเมษายน และมาพฤษภาคม ถือเป็นการประชุมหยุดโลก แม้สหรัฐกล่าวหาว่า สงครามอิหร่านไม่ยุติ เพราะจีนหนุนหลังอิหร่าน จีนก็ตอบโต้สหรัฐอย่างแข็งกร้าว และไม่สนใจมาตรการกดดัน ผมมองดูแล้ว วันนี้สหรัฐจนแต้ม เพราะฝ่ายเสียเปรียบ ต้องเป็นฝ่ายไปเจรจา ทรัมป์พานักธุรกิจไป 16 คน เพื่อหวังผลทางเศรษฐกิจโดยตรง เน้นเรื่องสงครามการค้ามากกว่าการหาทางลงจากสงครามอิหร่าน เพราะวันนี้หนี้สาธารณะของสหรัฐพุ่งขึ้นทุกวัน”

“เงินเฟ้อสหรัฐตอนนี้แตะ 3.8% แล้วนะครับ ซึ่งเริ่มส่งสัญญาณอันตราย ถ้าเกิน 4% ถือว่าอยู่ในภาวะอันตราย แต่ถ้าสงครามยังยืดเยื้อ มีโอกาสทะลุ 5% วันนี้โลกทั้งโลกกำลังเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยขั้นรุนแรงจริง ๆ ส่วนอังกฤษเองตอนนี้ต้นทุนการกู้ของรัฐบาลพุ่งสูงที่สุดในรอบ 30 ปี ถ้าทรัมป์เดินทางไปจีนทั้งที่ไม่มีไพ่อะไรเหนือกว่าจีน จีนก็ไม่มีเหตุผลที่จะถอย มหาอำนาจสองขั้วกำลังชนกันในสงคราม 3 มิติ คือ สงครามเศรษฐกิจ สงครามข่าวสาร และสงครามอาวุธ วันนี้มันเกินขั้นตอนการเจรจาไปแล้วด้วยซ้ำ ผมเชื่อว่า สุดท้ายต้องมีฝ่ายหนึ่งแพ้ และสงครามเศรษฐกิจจะเป็นตัวตัดสิน สงครามอิหร่านเป็นจุดต้นกำเนิดของสงครามเศรษฐกิจ ถ้าช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด ราคาน้ำมันจะพุ่งขึ้น เงินเฟ้อก็จะพุ่งขึ้นตาม ฝรั่งเศสเริ่มส่งเรือรบเข้ามา อังกฤษก็กำลังจะส่งเรือเข้ามา ถ้าพันธมิตรทั้งสองฝ่ายเริ่มเอาอาวุธออกมา นั่นคือสัญญาณของสงครามโลกครั้งที่ 3 อย่างสมบูรณ์ ถ้าคุณเป็นสี จิ้นผิง วันนี้คุณจะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐกลับมาดีจริงหรือเปล่า คุณก็ต้องทุบเศรษฐกิจเขา การทูตก็เจรจากันไป แต่ในสนามจริงก็ยังเดินเกมทางทหารกันต่อ การเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่านตอนนี้ถือว่าอยู่ในห้อง ICU ทั้งสองฝ่ายเพิ่มกำลังทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ รัสเซียมีแผนที่จะปิดเกมยูเครนภายในปีนี้ จีนเองก็มีแผนที่จะยึดไต้หวัน ถ้าการเจรจาระหว่างจีนกับสหรัฐไม่สำเร็จ สหรัฐอาจปิดช่องแคบฮอร์มุซและช่องแคบมะละกา สงครามโลกครั้งที่ 3 เกิดขึ้นแล้ว ณ เวลานี้ แต่มันไม่เหมือนสงครามโลกครั้งก่อน เพราะเป็นการทำลายกันทางเศรษฐกิจเป็นหลัก ”

นอกจากนี้ พล.อ.รังษี วิเคราะห์ว่า “ถ้าคุณเป็นสี จิ้นผิง เป็นปูติน เป็นคาเมเนอี หรือเป็นคิม จองอึน คุณจะปล่อยให้โดนัลด์ ทรัมป์กลับมาผงาดได้หรือไม่ มหาอำนาจสองขั้วจะต้องมีฝ่ายหนึ่งแพ้ และอีกฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ชนะ อิหร่านต้องการกลับมามีอิทธิพลในตะวันออกกลางอีกครั้ง ประเทศอาหรับจะเลือกอยู่กับฝ่ายที่สามารถคุ้มครองผลประโยชน์ของเขาได้ ประเทศที่ดิ้นที่สุดในภูมิภาคนี้ก็คืออิสราเอล อิสราเอลเป็นฝ่ายที่จุดชนวนสงครามในภูมิภาค แล้วดึงสหรัฐเข้ามาติดกับ สหรัฐพยายามถอนตัว แต่ผมเชื่อว่าทำได้ยาก”

เมื่อถามว่า ผลกระทบจากวิกฤตโลกจะกระทบไทยโดยตรงมากน้อยแค่ไหน พล.อ.รังษี กล่าวว่า “ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากเรื่องเศรษฐกิจ หากสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ ราคาน้ำมันจะสูงขึ้น เงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้น และประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานอย่างไทยจะได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผมเชื่อว่าเศรษฐกิจของเราจากนี้ไป จะเข้าสู่สภาวะถดถอยขั้นรุนแรง ของเราเองที่ผมคำนวณไว้เงินเฟ้อมีโอกาสทะลุ 4.5 ถึง 5 และถ้าสถานการณ์ไม่ดีขึ้น อาจทะลุ 5% ถ้าเรายังไม่มีการหารายได้เพิ่มขึ้นมา GDP เราจะต่ำกว่า 1.3% มันเข้าสู่ภาวะ Stagflation สมบูรณ์ แต่ผมไม่ได้ให้ประชาชนตระหนกนะครับ แต่เราต้องรับรู้สถานการณ์ และต้องเตรียมพร้อมที่จะอยู่กับมันให้ได้ ขอให้ทุกคนมีขวัญกำลังใจดีครับ เราก็ต้องอยู่กับสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน”

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1573203&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1WKidBmSU1sPLYccjeWzq1