ผู้นำ-กูรูท่องเที่ยว ชูวิสัยทัศน์บนเวทีโลก งานประชุม ‘GSTC 2026’ ปูทาง ‘ท่องเที่ยวยั่งยืน’ ทางรอดแห่งอนาคต รับมือสารพัดภัยคุกคามกระทบการตัดสินใจเดินทาง กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ชูกรอบยุทธศาสตร์ ‘Thailand 10 Plus’ ปรับโมเดลเติบโต มุ่งสร้างมูลค่า และคุณภาพแท้จริง สานนโยบาย ‘กรีน อีโคโนมี พลัส’ ย้ำความยั่งยืนคือ โอกาส ไม่ใช่ต้นทุน
ผู้นำ-กูรูท่องเที่ยว ชูวิสัยทัศน์บนเวทีโลก งานประชุม ‘GSTC 2026’ ปูทาง ‘ท่องเที่ยวยั่งยืน’ ทางรอดแห่งอนาคต รับมือสารพัดภัยคุกคามกระทบการตัดสินใจเดินทาง กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ชูกรอบยุทธศาสตร์ ‘Thailand 10 Plus’ ปรับโมเดลเติบโต มุ่งสร้างมูลค่า และคุณภาพแท้จริง สานนโยบาย ‘กรีน อีโคโนมี พลัส’ ย้ำความยั่งยืนคือ โอกาส ไม่ใช่ต้นทุน
เมื่อโลกกำลังเผชิญความผันผวนจากสภาวะภูมิอากาศที่แปรปรวน ความเหลื่อมล้ำทางสังคม ไปจนถึงการก้าวกระโดดของเทคโนโลยี AI ส่งผลให้โจทย์ใหญ่ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในปี 2026 ไม่ใช่แค่การดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลเหมือนในอดีต แต่คือ การตั้งคำถามว่า “จะทำให้ความยั่งยืน… ยั่งยืนได้อย่างไร?” ท่ามกลางมรสุมเศรษฐกิจ และปัจจัยลบรายล้อม
งานประชุมใหญ่ “Global Sustainable Tourism Conference 2026” (GSTC 2026) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-24 เม.ย.69 ใน จ.ภูเก็ต จึงนับเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และแนวปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมของผู้นำด้านการท่องเที่ยวยั่งยืนจากทั่วโลกในยุคความยั่งยืนสร้างแต้มต่อ… เป็นทั้งทางรอด และโอกาสในคราวเดียว
ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า การเป็นเจ้าภาพจัดงาน GSTC 2026 ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของประเทศไทยในการยกระดับสู่การเป็น “จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก” โดยการจัดงานมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อยกระดับมาตรฐาน และแนวปฏิบัติด้านการท่องเที่ยว เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย “Net Zero” การส่งเสริมบทบาทของชุมชนท้องถิ่นให้เกิดการเติบโตอย่างทั่วถึง และยั่งยืน และยืนยันความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนตามกรอบมาตรฐานสากล
“การจัดงานในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมการประชุมจากทั่วโลก 600 คน จึงเป็นเวทีสำคัญที่จะสร้างแรงบันดาลใจ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และเสริมสร้างความร่วมมือ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการท่องเที่ยวสู่อนาคตที่ยั่งยืน”
งาน GSTC 2026 เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่าง สภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (GSTC) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (TCEB) จังหวัดภูเก็ต และมูลนิธิพัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืน (STDF) เพื่อมุ่งเน้นการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และการบริหารจัดการจุดหมายปลายทางอย่างรับผิดชอบ ภายใต้ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ Sustainable Hospitality, Resilient Cities & Communities และ Carrying Capacity & Visitor Distribution Management ซึ่งสะท้อนแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้เกิดความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
“ท่องเที่ยว” ต้องการสันติภาพเพื่อเติบโต
ลุยจี กาบรินี (Luigi Cabrini) ประธานคณะกรรมการ GSTC กล่าวว่า เมื่อสิ้นปี 2025 พบว่ามีจำนวนนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศเติบโต 4% เมื่อเทียบกับระดับก่อนโควิด-19 ระบาด โดยมีจุดหมายปลายทางหลายแห่งที่บันทึกสถิติจำนวนผู้มาเยือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทำให้การท่องเที่ยวกลับมาเป็นกิจกรรมสำคัญอีกครั้ง เป็นทั้งผู้สร้างงาน รวมถึงเครื่องมือในการพัฒนาที่สร้างประโยชน์ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม แต่น่าเศร้าที่ความขัดแย้งในหลายภูมิภาคของโลก โดยเฉพาะตะวันออกกลาง ได้ก่อให้เกิดความสูญเสียต่อมนุษย์ และเกิดการทำลายล้าง ส่งผลกระทบต่อกระแสการเดินทางของนักท่องเที่ยว
“การท่องเที่ยวช่วยส่งเสริมสันติภาพ แต่ในขณะเดียวกันการท่องเที่ยวเองก็ต้องการสันติภาพเพื่อที่จะเติบโตได้เช่นกัน”
สารพัด “ภัยคุกคาม” กระทบการตัดสินใจเที่ยว
นอกจากนี้ยังมีภัยคุกคามอื่นๆ ที่แฝงมากับการบริหารจัดการท่องเที่ยว เช่น ปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมือง (Over-tourism) ซึ่งชุมชนเริ่มสัมผัสได้ถึงผลกระทบเชิงลบ ความคืบหน้าที่ล่าช้าในการลดผลกระทบของการท่องเที่ยวที่มีต่อภาวะโลกร้อน มลพิษจากพลาสติก ขยะอาหาร และการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ รวมถึงความแออัดในแหล่งท่องเที่ยวและสภาพอากาศสุดขั้วที่กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเดินทางเป็นครั้งแรก
“จากผลสำรวจต่างๆ แสดงให้เห็นว่าดีมานด์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนมีสูงกว่าปริมาณที่มีเสนอในตลาด นี่คือ เสียงที่เรียกร้องให้พวกเราทุกคนต้องลงมือทำมากกว่านี้ แต่การขจัดข้อสงสัยเรื่องการฟอกเขียว (Greenwashing) เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการสร้างความเชื่อมั่น และความน่าเชื่อถือ โดยระบบของ GSTC ให้การรับรองในเรื่องนี้ และนั่นคือ เหตุผลที่โครงการรับรองมาตรฐานจำนวนมากติดต่อ GSTC เพื่อขอการรับรอง”
และหลังจากการประชุม GSTC 2026 จบลงไม่นาน คณะกรรมการของ GSTC จะอนุมัติแผนยุทธศาสตร์ที่กำหนดเป้าหมาย 6 ประการสำหรับ 10 ปีข้างหน้า ได้แก่ 1.การขยายการยอมรับ และมาตรฐานของ GSTC ไปทั่วโลก 2.การประยุกต์ใช้โปรแกรมการรับรองที่น่าเชื่อถืออย่างแพร่หลาย 3.การบูรณาการเครื่องมือวัดผล และรายงานผลในทุกเซกเมนต์ของการท่องเที่ยว 4.ส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ครอบคลุม ยุติธรรม และได้รับการสนับสนุนจากชุมชน 5.เผยแพร่ความรู้ และทักษะวิชาชีพตามมาตรฐาน GSTC และ 6.บรรลุการเปลี่ยนแปลงตลาดไปสู่ความต้องการสินค้าและประสบการณ์ที่ยั่งยืน
ชูกรอบยุทธศาสตร์ “Thailand 10 Plus”
สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า รัฐบาลไทยได้กำหนดให้ “ความยั่งยืน” เป็นแกนหลักของวาระการพัฒนาประเทศ ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ “Thailand 10 Plus” ที่มุ่งปรับเปลี่ยนโมเดลการเติบโตจากการเน้น “ปริมาณ” (Volume) ไปสู่การสร้าง “มูลค่า” (Value) และคุณภาพอย่างแท้จริงในระยะยาว
พร้อมบูรณาการการท่องเที่ยวเข้ากับวัฒนธรรม นำมรดกอันล้ำค่าของไทยมาใช้เป็นพลังขับเคลื่อน “ซอฟต์พาวเวอร์” (Soft Power) เพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่มีความหมาย ขณะเดียวกันยังได้ผลักดัน “โมเดลการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” ที่ส่งเสริมการเดินทางแบบคาร์บอนต่ำ การท่องเที่ยวโดยชุมชน และการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมคนทุกกลุ่ม
“ความยั่งยืน” ไม่ใช่ต้นทุน แต่คือโอกาส
ด้วยแนวทางบนหลักการเรียบง่ายอย่าง “ความยั่งยืนไม่ใช่ต้นทุน แต่คือโอกาส” ภายใต้นโยบาย “กรีน อีโคโนมี พลัส” (Green Economy Plus) ประเทศไทยส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่สดใส เป็นประโยชน์ต่อทั้งภาคธุรกิจ และชุมชน นอกจากนี้กำลังพัฒนา “ตลาดคาร์บอนเครดิต” ที่น่าเชื่อถือ เพื่อสร้างช่องทางรายได้ใหม่ให้กับชุมชน พร้อมกับการสนับสนุนเกษตรกรรมที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อจัดการกับความท้าทายต่างๆ เช่น มลพิษทางอากาศ
ควบคู่กับการส่งเสริม “การท่องเที่ยวโดยชุมชน” และสร้างการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง มุ่งสร้างการเติบโตของการท่องเที่ยวที่เน้นการกระจายนักท่องเที่ยวไปยัง “เมืองรอง” เพื่อลดการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวในเมืองหลัก และสร้างโอกาสใหม่ให้กับชุมชนท้องถิ่น
“ในโลกยุคปัจจุบัน ความยั่งยืนต้องหมายถึงความยืดหยุ่นพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง (Resilience) ด้วย โดยประเทศไทยกำลังเสริมสร้างระบบเตรียมความพร้อมรับภัยพิบัติ ลงทุนในกลไกเตือนภัยล่วงหน้า และปรับปรุงการจัดการสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในเรื่องคุณภาพน้ำ และอากาศ มาตรการเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ไม่เพียงเพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติของเราเท่านั้น แต่เพื่อรักษาความอยู่รอดในระยะยาวของจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวด้วย”
พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/1231015&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2TZCRoCLcTYrz80iyHQksy

