“เราจะทำอย่างไรให้ “มรดกทางวัฒนธรรม” ไม่ใช่แค่เรื่องเล่าในพิพิธภัณฑ์ แต่สามารถต่อยอดสร้างเศรษฐกิจฐานราก สร้างงาน สร้างอาชีพ ให้กับคนในพื้นที่ได้จริง?” คำถามนี้เป็นโจทย์วิจัยหลักที่ท้าทายสำหรับทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม (มรภ.นครปฐม) ที่ต้องการยกระดับทุนวัฒนธรรม “ทวารวดีนครปฐม” ซึ่งปรากฎอยู่ทั้งในโบราณสถานประจำจังหวัด อย่าง องค์พระปฐมเจดีย์ วัดพระงาม วัดพระประโทณเจดีย์วรวิหาร โบราณวัตถุใน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ หรือซ่อนอยู่ในวิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี และอาหารการกิน มาต่อยอดเป็นการออกแบบสินค้า ผลิตภัณฑ์ งานฝีมือ ที่สามารถสร้างมูลค่า สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน
จากโจทย์วิจัยใน “โครงการพัฒนาระบบนิเวศเศรษฐกิจวัฒนธรรมบนฐานทุนวัฒนธรรมเพื่อสร้างความยั่งยืนของตลาดวัฒนธรรม จังหวัดนครปฐม” ที่ชัดเจน ในวันนี้ได้เกิดผลลัพธ์เป็นรูปธรรมผ่านตัวชี้วัดในมิติต่างๆ ทั้งคุณภาพชีวิตของชาวนครปฐมที่ดีขึ้น เศรษฐกิจฐานรากที่เข้มแข็ง ตลอดจนความตระหนัก ความรัก และภาคภูมิใจในต้นทุนทางวัฒนธรรม “ทวารวดีนครปฐม” ของคนนครปฐมทุกเพศทุกวัย
โดยโครงการวิจัยนี้ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
ผศ.ดร.ปิยะวรรณ ปิ่นแก้ว คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ในฐานะรองหัวหน้าโครงการวิจัยนี้ ได้กล่าวถึงที่มาและความสำคัญของโครงการวิจัยที่ปลุกลมหายใจของ ทวารวดีนครปฐม ให้มีชีวิต และต่อยอดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้จังหวัดนครปฐมว่า
“จังหวัดนครปฐมเป็นเมืองโบราณยุคทวารวดีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาเมืองร่วมสมัย มีบทบาทสำคัญในฐานะเมืองท่าศูนย์กลางการค้าข้ามคาบสมุทรแห่งสุวรรณภูมิ และยังเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาและศิลปกรรมสมัยทวารวดี โดยมีหลักฐานทางโบราณคดีทรงคุณค่า เช่น องค์พระปฐมเจดีย์ พระประโทณเจดีย์ ศิลาธรรมจักรที่ค้นพบมากที่สุดในประเทศ จารึกวัดพระงาม เป็นต้น”

“ทว่า ในวันนี้ แม้ชาวนครปฐมจะอาศัยอยู่บนฐานทุนประวัติศาสตร์ที่มีอายุกว่า 1,000 ปี แต่ด้วยความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในฐานะเมืองที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ทำให้มรดกทางวัฒนธรรมเหล่านี้อาจกลายเป็นความคุ้นชินหรือถูกลืมเลือนไป ดังนั้น การเปลี่ยนคุณค่าให้เป็นมูลค่าด้วยกลไกของงานวิจัย จึงเป็นอีกหนทางหนึ่งที่พลิกฟื้นทุนทางวัฒนธรรมของจังหวัดนครปฐมให้มาขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นได้”
“มรภ.นครปฐม จึงทำหน้าที่เป็นนักจัดการพื้นที่ (Area Manager) บูรณาการอาจารย์และนักวิจัยจาก 3 คณะ 17 สาขาวิชา เข้ามาค้นหาทุนวัฒนธรรม และนำองค์ความรู้ทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ วิถีชีวิต และภูมิปัญญา มาเจียระไนให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจฐานราก”
โดย ผศ.ดร.ปิยะวรรณ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าโครงการวิจัยนี้ได้ขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องซึ่งแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ
ระยะที่หนึ่ง เพื่อสร้างคุณค่า มูลค่า ปลุกจิตสำนึกรักท้องถิ่น โดยในระยะแรกนี้ ได้เน้นการจัดทำแผนที่วัฒนธรรม (Cultural Mapping) ใน 4 พื้นที่สำคัญ คือ ดอนยายหอม ธรรมศาลา-พระประโทนเจดีย์ รอบพระปฐมเจดีย์-วัดพระงาม และพระประโทนเจดีย์-ไร่เกาะต้นสำโรง
ระยะที่ 2 จัดการพื้นที่วัฒนธรรม ดำเนินการยกระดับพื้นที่ชุมชนหน้าวัดพระงามและองค์พระปฐมเจดีย์ จัดกิจกรรม “ตลาดทวารวดีมีชีวิตที่นครปฐม” เพื่อเป็นพื้นที่จำหน่ายสินค้าและเรียนรู้
ระยะที่ 3 พัฒนาระบบนิเวศเศรษฐกิจวัฒนธรรม มุ่งสร้างความยั่งยืนด้วยการถ่ายโอนกลไกบริหารจัดการตลาดให้แก่ภาคีเครือข่ายท้องถิ่น (ภาครัฐ หอการค้า วัด และชุมชน) เพื่อให้พื้นที่ขับเคลื่อนต่อได้เองอย่างยั่งยืน
ประเด็นต่อมา ผศ.ดร.ปิยะวรรณ ได้ชี้ให้เห็นถึงกลไกในการต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม “ทวารวดีนครปฐม” สู่ผลิตภัณฑ์ การท่องเที่ยว และการเรียนรู้ แปลงองค์ความรู้ทางประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาให้กลายเป็นผลงานรูปธรรมใน 3 ด้านหลัก
หนึ่ง : การพัฒนาผลิตภัณฑ์
กลุ่มหัตถศิลป์และคราฟต์ร่วมสมัยที่จับต้องได้
- หัตถกรรมเครื่องจักสานจากหวายเทียม โดยกลุ่มแม่บ้านสตรีงานหัตถกรรมชุมชนลาวครั่งบ้านดอนรวกกับการผลิตจักสานจากหวายเทียม อย่างกระเป๋า ตะกร้า ภาชนะใส่ของ และตะกร้าใส่แก้วเยติ ซึ่งทางคณะวิจัยได้เข้าไปร่วมในการพัฒนาลวดลายจักสานจากกิจกรรมในการวิจัย
- งานกระถางแฮนด์เมดจากปูนซิเมนต์ Lady Farm กลุ่มผู้ประกอบการคนรุ่นใหม่ที่มีทักษะและประสบการณ์ด้านการปั้น การหล่อ การขึ้นรูปประติมากรรมจากปูนซีเมนต์ และทำเป็นผลิตภัณฑ์ของใช้และของตกแต่งบ้านในรูปแบบงานคราฟต์ โดยในส่วนของการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากการนำศิลปะทวารวดีมาพัฒนาเป็นชิ้นงานร่วมสมัยประกอบด้วย สิงห์ ยักษ์ทวารบาล ยักษ์แบก ใบหน้าบุคคล และกวางหมอบ ซึ่งถือเป็นการออกแบบที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ด้วยทุนทางวัฒนธรรม ทวารวดีนครปฐม
- งานฝีมือจากบ้านผอบไทยอาร์ท กลุ่มผู้ประกอบการหัตถศิลป์และพุทธศิลป์ชั้นสูงที่มีความประณีต เชี่ยวชาญการทำผอบพระบรมสารีริกธาตุและเจดีย์จำลองสำหรับกลุ่มเฉพาะและงานพระราชพิธี โดยงานวิจัยเชิงพื้นที่ ของ มรภ.นครปฐม ได้เข้ามาเติมศักยภาพด้วยการถ่ายทอดองค์ความรู้ประวัติศาสตร์ และลวดลายอัตลักษณ์ทวารวดีมาประยุกต์เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง “กระบะเครื่อง 5” ลงยาราชาวดี พร้อมช่วยปรับโจทย์เพื่อขยายฐานลูกค้าจากงานพุทธศิลป์ราคาสูง สู่ตลาดแมสและคนรุ่นใหม่ ผ่านการพัฒนาเป็นเครื่องประดับร่วมสมัยขนาดเล็กราคาจับต้องได้

กลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ Young Innovator & Designer
- ผ้าคลุมไหล่ลายทวารวดี ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่เป็นนวัตกรรุ่นเยาว์และดีไซน์เนอร์รุ่นใหม่ที่ได้ศึกษาอัตลักษณ์เชิงพื้นที่ของชุมชนบ้านไม้ริมคลองวัดพระงามร่วมกับมรดกทวารวดี แล้วนำองค์ประกอบเชิงรูปธรรมและสถาปัตยกรรมมาร้อยเรียงเข้าด้วยกัน โดยเฉพาะจารึกตัวอักษรปัลลวะ ซึ่งเป็นอักษรโบราณยุคทวารวดี มาใช้ออกแบบลวดลายบนผ้า ซึ่งเป็นการเปลี่ยนองค์ความรู้ทางโบราณคดีที่เคยอยู่เฉพาะในพิพิธภัณฑ์หรือโบราณสถาน ให้เป็นงานออกแบบลายผ้าร่วมสมัย นำมาสวมใส่ใช้ประโยชน์ได้จริงในชีวิตประจำวัน
- ขนมบัวหิมะฟักถั่วงา สร้างนิยามใหม่ที่แตกต่างอย่างสร้างสรรค์ให้ “ขนมบัวหิมะ” โดยออกแบบแม่พิมพ์กดลวดลาย ประติมากรรมปูนปั้นทวารวดี และศิลปะไทยประยุกต์ลงบนหน้าขนม เปลี่ยนขนมหวานให้กลายเป็นสื่อเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์และมรดกวัฒนธรรมนครปฐมได้อย่างประณีตสวยงาม
- เมนูสีสี่ถุงทองบนโต๊ะจีนนครปฐม เป็นการหยิบเอาเมนู “สีสี่มังกร” มาปัดฝุ่นและสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยความคิดสร้างสรรค์ จากเดิมที่เป็นเพียงอาหารออเดิร์ฟบนโต๊ะจีนทั่วไป ถูกยกระดับให้กลายเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์อาหารสร้างสรรค์ประจำจังหวัด ที่นำมาเสิร์ฟต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง และร่วมจัดแสดงในตลาดวัฒนธรรมนครปฐมได้อย่างภาคภูมิใจ โดยได้ออกแบบไส้อาหารทั้ง 4 อย่าง (สีสี่) ให้อยู่ในขนาดที่เล็กลง รับประทานได้ง่าย สะดวก เป็นเมนูออเดิร์ฟสร้างสรรค์ที่เหมาะกับการเสิร์ฟบนโต๊ะจีนยุคใหม่

นอกจากนั้นยังมีการผสานนวัตกรรมวัสดุศาสตร์ เปลี่ยนขี้เถ้าใบอ้อย (ขยะการเกษตรที่สร้าง PM 2.5) มาแปรรูปด้วยเทคโนโลยีแก้วเป็น เครื่องประดับอัญมณีเทียมลายทวารวดี ช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมและสร้างผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ซึ่งผลงานนี้เป็นงานวิจัยของ รศ.ดร.ณัฐพล ศรีสิทธิโภคกุล อาจารย์ประจำสาขาวิชาวัสดุและอุปกรณ์การแพทย์คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มรภ.นครปฐม

สอง : การพัฒนาการท่องเที่ยวและเส้นทางเรียนรู้ โดยทีมวิจัยและชาวชุมชนได้ร่วมกันพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยววัฒนธรรม 6 เส้นทาง เชื่อมโยงเกาะเมืองโบราณ องค์พระปฐมเจดีย์ วัดพระงาม คลองเจดีย์บูชา และชุมชนบ้านไม้ริมคลอง
สำรวจและจัดทำ Cultural Mapping ใน 4 พื้นที่โบราณคดีสำคัญ ดอนยายหอม, ธรรมศาลา-พระประโทนเจดีย์, รอบพระปฐมเจดีย์-วัดพระงาม และพระประโทนเจดีย์-ไร่เกาะต้นสำโรง

สาม : กิจกรรมเรียนรู้และการฟื้นฟูประเพณีท้องถิ่นให้กลับมามีชีวิต เช่น ประเพณีตักบาตรข้าวหลาม วัดพระงาม ประเพณีม้าหามนาค และ ประเพณีแห่นางแมว ชุมชนดอนยายหอม และยังมีการสร้างสรรค์ชุดการแสดงนาฏศิลป์ประยุกต์ “นครราทวารวดี” โดยถอดท่ารำและเครื่องดนตรีจากภาพจำหลักและโบราณวัตถุทวารวดี ตลอดจนผลิตสื่อการเรียนรู้ นิทรรศการ และหนังสือเด็กเพื่อถ่ายทอดประวัติศาสตร์ท้องถิ่นแก่เยาวชนและมัคคุเทศก์น้อยอีกด้วย

“ผลจากการวิจัยทั้ง 2 เฟสที่ผ่านมา ถือว่ามีส่วนสำคัญในการจุดประกายและกระตุ้นให้คนจังหวัดนครปฐม ตลอดจนผู้ประกอบการ และภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ตระหนักรู้ถึงคุณค่าและความสำคัญของการเป็นทวารวดีเพิ่มมากขึ้น นอกจากนั้น นี่ยังเป็นบทพิสูจน์ว่าทุนวัฒนธรรมสร้างคุณค่าและมูลค่าได้จริง”
“เพราะแค่การจำหน่ายผลิตภัณฑ์และสร้างรายได้เพิ่มขึ้นให้กับผู้ประกอบการ เกิดเงินหมุนเวียนในจังหวัด เห็นได้จากผลลัพธ์ด้านมิติเศรษฐกิจจากการจัดตลาดวัฒนธรรมทวารวดีมีชีวิตที่นครปฐม ทั้ง 7 ครั้งที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการเข้าร่วมจำนวนทั้งสิ้น 79 ร้านค้า รายได้ก่อนดำเนินกิจกรรมจำนวน 697,706 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 1,218,647 บาท คิดเป็นร้อยละ 16.9” ผศ.ดร.ปิยะวรรณ กล่าวสรุป
ต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมสู่สร้างเศรษฐกิจท้องถิ่น
จากงานวิจัยสู่ ‘นวัตกรรมชุมชน’ สวทช. ปั้นสินค้าอัตลักษณ์ทุ่งกุลา
ตามติดภารกิจสานต่อความร่วมมือไทย-จีน พัฒนา นวัตกรรมแก้จน
ตามไปดู 2 ชุมชมปลายด้ามขวาน แหล่งเรียนรู้ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
Post Views: 0
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.salika.co/2026/10/17/dharavati-nakornpathom-make-local-economic-rising/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2MauG5UJIrO8iuW0i4nRmQ

