• Fri. Apr 24th, 2026

นายกฯ ต้อนรับ หวัง อี้ รมว.กต.จีน ย้ำ พร้อมเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยไทย-เขมร

นายกฯ-ต้อนรับ-หวัง-อี้-รมวกต.จีน-ย้ำ-พร้อมเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยไทย-เขมรนายกฯ ต้อนรับ หวัง อี้ รมว.กต.จีน ย้ำ พร้อมเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยไทย-เขมร

นายกฯ ต้อนรับ หวัง อี้ รมว.กต.จีน ย้ำ พร้อมเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยไทย-เขมร

วันนี้, 16:58น.

          นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้การต้อนรับ นายหวัง อี้ รมว.กต.สาธารณรัฐประชาชนจีน ในโอกาสเยือนไทยในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ

          นายอนุทิน กล่าวภายหลังหารือกับ นายหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านกิจการต่างประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้หารือเรื่องการยกเลิก MOU 44 หรือไม่ ว่า ไม่ได้เจรจา วันนี้เป็นการหารือ ไม่มีอะไรเจรจากัน มีแต่บรรยากาศที่เป็นมิตร ส่วนเรื่อง MOU 44 ไม่ได้พูดถึง เพราะเป็นเรื่องของไทยกับกัมพูชา เป็นเรื่องที่เราดำเนินการภายใต้กรอบ ที่รัฐบาลไทยเห็นว่ามันควรจะเป็นอย่างไร

          เมื่อถามว่า MOU 43 จะต้องใช้กรอบในการศึกษานานเท่าไหร่ นายกฯ กล่าวว่า กำลังทำอยู่ ซึ่งมีการดำเนินการ และเราไม่ได้เลิก MOU 44 เพราะวันนี้มีความขัดแย้ง หรือมีการสู้รบกับกัมพูชา แต่เรายกเลิกเพราะ 20 กว่าปีมันไม่ไปไหน ไม่มีความคืบหน้า และบริบทสถานการณ์ของโลกเปลี่ยนไปมาก ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศก็ไม่เหมือนเดิม ฉะนั้นเรายกเลิกในสิ่งที่อยู่ไปแล้วมันไม่ก่อประโยชน์ใดๆ ให้กับประเทศไทย และคนไทย ส่วน MOU 43 แสดงให้เห็นความเป็นมืออาชีพของไทย เพราะมีความคืบหน้า มีความเห็นร่วมกันมาแล้วระหว่างสองประเทศ ถ้ามันไม่ใช่ประเด็นแห่งปัญหาเราก็ยังดำเนินต่อไปได้

          นอกจากนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า ทางประเทศจีนจีนยินดีดำเนินการแก้ไขความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชา โดยยินดีเป็นตัวกลาง โดยนายหวัง อี้ พูดว่า ท่าทีของกัมพูชาต่อประเทศไทยเหมือนกับว่าไม่อยากสู้รบแล้ว ไม่อยากเผชิญหน้าแล้ว ไม่อยากมีปัญหาความขัดแย้งแล้ว ทาง รมต.ต่างประเทศจีน แจ้งให้ไทยทราบ ซึ่งตนเองได้ชี้แจงไปว่า ประเทศไทยเราก็ไม่ได้อยากสู้รบกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่การจะรื้อฟื้นความสัมพันธ์จะต้องมีขั้นตอน มีกติกา ไม่ใช่เรื่องแค่ชั่วข้ามคืน ต้องมีการสร้างความไว้วางใจและความเชื่อถือกัน ผมได้แจ้งกับทางนายหวัง อี้ไป นายหวัง อี้เข้าใจดี เพราะเราได้พูดคุยลึกกว่านั้นว่าสาเหตุของปัญหาที่แท้จริงมันคืออะไร และจะต้องแก้อย่างไร

           ส่วนเรื่องการเปิดด่าน นั้น นายกฯ กล่าวทันทีว่า เรื่องนี้ไม่ต้องพูดถึงเลย ส่วนท่าทีของกัมพูชาสวนทางกันระดับผู้นำไม่อยากสู้รบ แต่ทหารกัมพูชายังคงยั่วยุและเตรียมพร้อมทั้งกำลังและอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ชายแดนไทย-กัมพูชานั้น นายอนุทินกล่าวว่า ก็ต้องดูว่าที่ทหารกัมพูชายั่วยุระดับไหน ด้วยเหตุผลอะไร และมันเป็นคำสั่งของรัฐบาลหรือไม่ และหากเขายั่วยุในพื้นที่ของเขา ไม่ได้ข้ามมาล่วงล้ำในดินแดนของประเทศเรา เราก็ต้องอดทน เราต้องนิ่งพอ และต้องไม่ยั่วยุกลับ แต่ก็ต้องให้รู้ว่าเกินเส้นนี้ไม่ได้ ก็น่าจะโอเค

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ใช้เวลาหารือร่วมกับนายหวัง อี้ (H.E. Mr. Wang Yi) สมาชิกกรมการเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านกิจการต่างประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมี นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมคณะหารือดังกล่าว โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ทั้งนี้ ระหว่างการหารือ นายกรัฐมนตรี ยังได้ให้ทีมงานจัดเตรียมอาหาร ซึ่งเป็นของโปรด นายหวังอี้ เสิร์ฟเป็นอาหารว่าง ประกอบด้วย ทุเรียน ข้าวหลาม ชีสเค้ก พร้อมขนมไทย ลูกชุบ สอดไส้ รวมทั้งชาจีนด้วย

          ทั้งนี้ ภายหลังการหารือนานกว่า ประมาณ 1 ชั่วโมง นายกรัฐมนตรี ได้พานายหวังอี้ เดินชมบริเวณภายในตึกไทยคู่ฟ้า รวมถึงห้องทำงานของนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี ชี้โชว์ภาพวาดม้า ซึ่งเป็นปีเกิดของตัวเอง ปีมะเมีย มาประดับไว้ด้วย

          ก่อนที่ทั้งสองจะพากันเดินลงมาจากตึกไทยคู่ฟ้า โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี ได้เชิญ นายหวังอี้ รับประทานอาหารกลางวัน ที่ร้านเชฟแมน ซึ่งเป็นร้านอาหารดัง ย่านราชดำริ โดยนายกรัฐมนตรี ได้เชิญ นายหวังอี้ ขึ้นรถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัว เลขทะเบียน สน 32 กรุงเทพฯ โดย นายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่เป็นพลขับกิตติมศักดิ์ พา นายหวังอี้ ไปรับประทานอาหารกลางวันด้วยตัวเอง โดยมีคณะผู้ติดตาม ต่อท้ายขบวน ออกจากทำเนียบรัฐบาล

#ไทยหารือจีน 

#เขมรรุกรานไทย

ข่าวทั้งหมด

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/160994&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Cicf7KwXVoQLb8VbXxt6I