คอลัมน์ฉบับก่อนหน้าเขียนเกี่ยวกับ “นักลงทุนสถาบัน” ขายหุ้นไทยนับจากต้นปี 69 มากกว่า 7 หมื่นล้านบาท

วันนี้มาดูกันว่า แล้วทำไมนักลงทุนต่างประเทศ หรือ ที่เราเรียกกันว่า “ฟันด์โฟลว์” ถึงกลับมาซื้อหุ้นไทย เมื่อนับจากต้นปี 69 มาจนถึง 10 มิ.ย. 69 แล้วกว่า 2.2 หมื่นล้านบาท

แม้ว่าตัวเลขการซื้อรอบนี้อาจดูไม่มากนักเมื่อเทียบกับช่วง “ตลาดกระทิง” ในอดีต

แต่ถือว่าความหมายค่อนข้างมาก เพราะก่อนหน้านี้ต่างชาติขายหุ้นไทยต่อเนื่องหลายปีติดต่อกัน จนมูลค่าการถือครองลดลงมาอยู่ในระดับต่ำ

คำถามคือ ทำไมอยู่ดี ๆ จึงกลับมาซื้อ

คำตอบแรกคือ “หุ้นไทยราคาถูก”

ดัชนีหุ้นไทยซื้อขายที่ระดับ P/E ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว และต่ำกว่าหลายประเทศในภูมิภาค

ในมุมของนักลงทุนต่างชาติ สินทรัพย์ที่ราคาถูกมักเป็นจุดเริ่มต้นของการมองหาโอกาสครับ

คำตอบที่สองคือ ความคาดหวังต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย แม้การเติบโตจะไม่ได้หวือหวา แต่ภาคท่องเที่ยว การบริโภค และการลงทุนภาครัฐยังเป็นแรงประคองสำคัญ

คำตอบที่สาม “แนวโน้มดอกเบี้ยโลก” (ช่วงต้นปี 69) เป็นขาลง

เมื่อธนาคารกลางสหรัฐมีโอกาสลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม เงินทุนบางส่วนจึงเริ่มไหลกลับเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ รวมถึงประเทศไทย

มีคำถามต่อว่า แล้วหุ้นที่ต่างชาติเข้าซื้อล่ะ?

คำตอบ คือ ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มที่มีสภาพคล่องสูง และเป็นตัวแทนเศรษฐกิจไทย เช่น กลุ่มธนาคารเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลัก ไม่ว่าจะเป็น KBANK  SCB และ BBL

หุ้น 3 แบงก์นี้ กำไรยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง และจ่ายเงินปันผลสูง

อีกกลุ่มคือหุ้นสื่อสารอย่าง ADVANC ซึ่งมีรายได้มั่นคงและเป็นหุ้น Defensive ชั้นดี

ส่วนกลุ่มโรงพยาบาลอย่าง BH และ BDMS ยังได้รับความสนใจจากธีม Medical Tourism หากสถานการณ์ตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย

ขณะที่กลุ่มท่องเที่ยวและสนามบิน คือ  AOT ยังเป็นตัวแทนการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

รวมถึงหุ้นขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคในประเทศ คือ CPALL

และบางจังหวะมีแรงซื้อกลับในหุ้นพลังงานและโรงไฟฟ้าบางตัว

เมื่อถามว่าเงินต่างชาติจะซื้อได้อีกมากแค่ไหน

คำตอบคือ “ยังมีโอกาส”

เพราะน้ำหนักการลงทุนของไทยในพอร์ตต่างชาติยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตค่อนข้างมากครับ และนักลงทุนต่างชาติยังถือเงินสดในระดับสูง แต่คงไม่ใช่การซื้อแบบไหลทะลักเหมือนยุคทองเมื่อ 10-15 ปีก่อน

เพราะประเทศไทยกำลังแข่งขันกับทั้งอินเดีย เวียดนาม และอินโดนีเซีย

ซึ่งมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงกว่า

ดังนั้น ภาพที่น่าจะเกิดขึ้น คือเงินต่างชาติจะเลือกซื้อเป็น “รายตัว” เป็นหลักมากกว่าจะซื้อทั้งตลาด

เน้นหุ้นใหญ่ กำไรมั่นคง ปันผลดี และมีสภาพคล่องสูง

ถ้าเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวชัดเจนกว่าคาด หรือเกิดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เชื่อมั่นว่าเม็ดเงินต่างชาติอาจไหลเข้าได้อีก 35 หมื่นล้านบาทในช่วงครึ่งปีหลัง 69

แต่ถ้าการเมืองกลับมาเป็นปัจจัยกดดัน

หรือเศรษฐกิจโลกชะลอตัวแรง

เงินทุนเหล่านี้ก็พร้อมจะถูกขนออกได้เช่นกันครับ