• Sat. Apr 25th, 2026

ทรัมป์ ‘เปิดศึกเศรษฐกิจ’ กับสี ‘คว่ำบาตรโรงกลั่นจีน’

ทรัมป์-‘เปิดศึกเศรษฐกิจ’-กับสี-‘คว่ำบาตรโรงกลั่นจีน’ทรัมป์ ‘เปิดศึกเศรษฐกิจ’ กับสี ‘คว่ำบาตรโรงกลั่นจีน’

รัฐบาลทรัมป์เดินหน้า ‘คว่ำบาตรโรงกลั่นน้ำมันจีน’ ฐานซื้อน้ำมันอิหร่าน หวังตัดเส้นเลือดทางการเงินของเตหะราน ขณะปักกิ่งโต้กลับทันทีว่า วอชิงตันกำลังใช้คว่ำบาตรเป็น ‘อาวุธทางเศรษฐกิจ’ และแทรกแซงการค้าปกติอย่างไม่เป็นธรรม

รัฐบาลทรัมป์ประกาศ “คว่ำบาตรโรงกลั่นน้ำมันจีน” แห่งหนึ่ง ฐานซื้อน้ำมันอิหร่านมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า กระทรวงการคลังสหรัฐพุ่งเป้าไปที่ “โรงกลั่น Hengli Petrochemical (Dalian) Refinery” โดยระบุว่า เป็นหนึ่งในลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของอิหร่านสำหรับน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม 

ขณะที่สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศ (OFAC) ของกระทรวงฯ ยังได้คว่ำบาตรบริษัทขนส่งทางเรือและเรืออีกประมาณ 40 ราย ที่เป็นส่วนหนึ่งของ “กองเรือเงา” ของอิหร่าน

ด้านจีนย้ำมาโดยตลอดว่า คัดค้านมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวที่ “ผิดกฎหมาย”

เมื่อวันศุกร์ สถานทูตจีนในกรุงวอชิงตันกล่าวว่า การค้าตามปกติไม่ควรถูกกระทบ และเรียกร้องให้สหรัฐ “หยุดใช้อำนาจในทางที่ผิด” ผ่านมาตรการคว่ำบาตรเพื่อเล่นงานบริษัทจีน

“เราขอเรียกร้องให้สหรัฐหยุดทำให้ประเด็นการค้าและวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี กลายเป็นเรื่องการเมือง และหยุดใช้สิ่งเหล่านี้เป็นอาวุธและเครื่องมือ รวมถึงหยุดใช้มาตรการคว่ำบาตรหลากหลายรูปแบบเพื่อโจมตีบริษัทจีน” โฆษกสถานทูตจีนกล่าวในแถลงการณ์

ก่อนหน้านี้ในปีที่ผ่านมา รัฐบาลทรัมป์ได้คว่ำบาตรโรงกลั่นจีนหลายแห่ง ได้แก่ Hebei Xinhai Chemical Group, Shandong Shouguang Luqing Petrochemical และ Shandong Shengxing Chemical

มาตรการดังกล่าว สร้างอุปสรรคให้โรงกลั่นเหล่านี้ เช่น ความยากลำบากในการรับน้ำมันดิบ และต้องจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปภายใต้ชื่ออื่น

ข้อมูลปี 2025 จากบริษัทวิเคราะห์ Kpler ระบุว่า จีนซื้อน้ำมันส่งออกทางเรือของอิหร่านมากกว่า 80%

สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐกล่าวว่า สหรัฐกำลังใช้ “การบีบรัดทางการเงิน” ต่อรัฐบาลอิหร่าน โดยกระทรวงการคลังจะยังคงเดินหน้าจำกัดเครือข่ายเรือ คนกลาง และผู้ซื้อที่อิหร่านพึ่งพาในการส่งออกน้ำมันสู่ตลาดโลก

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/world/economics/1231194&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0InA171j2DpT0ChgIqNXBT