ตราด – กนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลต่อราคาน้ำมันโลกและต้นทุนการเดินทาง ทั้งค่าตั๋วเครื่องบินและค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ทำให้เกิดแรงกดดันต่อความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยว แม้ภาคตะวันออกจะได้รับผลกระทบ แต่ยังถือว่าอยู่ในระดับไม่มาก
โดยเฉพาะพื้นที่ พัทยา จังหวัด ชลบุรี ยังคงมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะคึกคักยาวไปจนถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์เดือนเมษายน 2569
ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมา ททท.ได้เข้าร่วมงานมหกรรมท่องเที่ยวระดับโลกที่กรุง ลอนดอน ประเทศ สหราชอาณาจักร และได้ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวใหม่ในภาคตะวันออก โดยเฉพาะ เกาะช้าง และ เกาะกูด จังหวัด ตราด ซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวกลุ่มยุโรปอย่างมาก โดยเฉพาะชาวเยอรมนี อย่างไรก็ตาม หลังเกิดสถานการณ์สงครามและราคาน้ำมันสูงขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วนชะลอการเดินทาง แต่ผลกระทบยังไม่รุนแรงเท่าพื้นที่ภาคใต้

ททท.จึงปรับกลยุทธ์มุ่งกระตุ้นตลาดในประเทศ ผ่านแนวคิด “เที่ยวตะวันออกด้วยกันเอง” ส่งเสริมการเดินทางข้ามจังหวัดในภูมิภาคเดียวกัน เช่น จันทบุรี ระยอง สระแก้ว และ ตราด ซึ่งเดินทางสะดวก ใช้เวลาน้อย และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว
พร้อมกันนี้จะเน้นการสื่อสารข้อมูลแบบเรียลไทม์ ทั้งแหล่งท่องเที่ยวและเมนูอาหารเด่นในแต่ละช่วง เพื่อช่วยให้ประชาชนตัดสินใจเดินทางได้ง่ายขึ้น โดยคาดว่าในช่วงสงกรานต์และเดือนเมษายนนี้ ตลาดนักท่องเที่ยวชาวไทยยังคงให้ความสนใจพื้นที่จังหวัดตราดอย่างต่อเนื่อง และมีอัตราการจองที่พักเพิ่มขึ้น
สำหรับตลาดต่างประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เตรียมใช้เวที Thailand Travel Mart 2026 ระหว่างวันที่ 10–12 มิถุนายนนี้ ซึ่งจะมีเอเย่นต์และสื่อมวลชนต่างชาติกว่า 400 ราย เข้าร่วม เพื่อผลักดันการขาย “หมู่เกาะทะเลตะวันออก” ได้แก่ เกาะช้าง เกาะกูด และ เกาะหมาก ให้เป็นจุดหมายปลายทางใหม่ (New Destination) ในสายตานักท่องเที่ยวยุโรป

เนื่องจากจุดเด่นของพื้นที่ดังกล่าว คือความเป็นธรรมชาติที่สมบูรณ์ เงียบสงบ และแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวภาคใต้ อีกทั้งการเดินทางที่สามารถเข้าถึงได้สะดวกขึ้น ยังช่วยลดผลกระทบจากต้นทุนการเดินทางและการต่อเครื่อง
ทั้งนี้ ททท.ย้ำว่า แม้จะมีปัจจัยภายนอกเข้ามากระทบ แต่การท่องเที่ยวไทยยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง และมั่นใจว่านโยบายด้านการท่องเที่ยวจะไม่สะดุด แม้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เนื่องจากเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนภายในปี 2570 ต่อไป
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1518416&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Plv1okykRxKmhqysGHNpc


