แม้เศรษฐกิจโลกและการแข่งขันท่องเที่ยวในภูมิภาคจะยังร้อนแรง แต่ตลาดนักท่องเที่ยวระยะใกล้ยังเป็นแรงขับสำคัญของไทย หลัง 4 เดือนครึ่งแรกปี 2569 มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยแล้วกว่า 8.24 ล้านคน โดย “จีน” ยังครองแชมป์ตลาดหลัก พร้อมแรงหนุนจากวันหยุดยาว กระแสคอนเสิร์ต และเทรนด์เที่ยวใกล้แทนญี่ปุ่น ส่งให้ ททท. เร่งปรับเกมสู่ยุค “Value-driven Growth” เน้นดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพ สร้างรายได้มากกว่าปริมาณคน
นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 1 มกราคม-16 พฤษภาคม 2569 ไทยมีนักท่องเที่ยวจากตลาดระยะใกล้ หรือกลุ่มเอเชียและแปซิฟิกใต้ เดินทางเข้าประเทศรวม 8.24 ล้านคน แบ่งเป็นตลาดเอเชียตะวันออก 3.73 ล้านคน และตลาดอาเซียน เอเชียใต้ และแปซิฟิกใต้ รวม 4.50 ล้านคน
5 ตลาดหลักที่เดินทางเข้าไทยมากที่สุด ได้แก่ จีน 2.15 ล้านคน มาเลเซีย 1.46 ล้านคน อินเดีย 941,331 คน เกาหลีใต้ 510,000 คน และไต้หวัน 410,785 คน โดย ททท. คาดว่าตลอดปี 2569 ตลาดระยะใกล้จะสร้างนักท่องเที่ยวเข้าไทยได้ราว 21.87 ล้านคน
“จีน” ยังเป็นตัวแปรสำคัญของตลาดท่องเที่ยวไทย หลังมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยแล้วกว่า 2.15 ล้านคน เติบโต 18.79% หรือเพิ่มขึ้นกว่า 340,000 คนจากปีก่อน ถือเป็นตลาดที่ขับเคลื่อนการเติบโตของภูมิภาคอย่างชัดเจน สอดคล้องกับจำนวนเที่ยวบินและที่นั่งบินเข้าไทยที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ขณะที่ “ไต้หวัน” ยังรักษาทิศทางเติบโตได้ดี มีนักท่องเที่ยวสะสม 410,785 คน เพิ่มขึ้น 3.68% และเป็นตลาดที่มีสัดส่วน FIT และ Repeat Visitor สูง โดยทั้งจีนและไต้หวันได้รับแรงหนุนจากช่วงวันหยุดตรุษจีน รวมถึงพฤติกรรม Shift Destination ที่นักท่องเที่ยวบางส่วนเปลี่ยนเป้าหมายจากญี่ปุ่นมาเที่ยวไทยมากขึ้น
ด้าน “อินเดีย” ยังถูกมองเป็นตลาดศักยภาพขนาดใหญ่ หลังมีนักท่องเที่ยวเข้าไทยแล้ว 941,331 คน เพิ่มขึ้น 8.80% ส่วน “เมียนมา” แม้เผชิญข้อจำกัดด้านเศรษฐกิจและสถานการณ์ภายในประเทศ แต่ยังเติบโตสูงถึง 24.47% หรือราว 291,913 คน โดยส่วนใหญ่เดินทางมาเพื่อรักษาพยาบาล ศึกษาต่อ และติดต่อธุรกิจ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง
ส่วน “ฟิลิปปินส์” มีนักท่องเที่ยวเข้าไทยแล้ว 244,375 คน เพิ่มขึ้น 2.21% และไทยยังติดอันดับจุดหมายปลายทางยอดนิยม Top 10 ของนักท่องเที่ยวฟิลิปปินส์ สะท้อนศักยภาพของไทยในฐานะฮับท่องเที่ยวสำคัญของเอเชีย
อีกหนึ่งแรงหนุนสำคัญของตลาดท่องเที่ยวไทยในปีนี้ มาจากกระแส “Concert Tourism” หลังไทยกลายเป็นจุดหมายจัดคอนเสิร์ต แฟนมีต และแฟนคอนของศิลปิน K-pop และ T-pop ต่อเนื่อง ดึงแฟนคลับจากอาเซียน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง และจีน เดินทางเข้าไทยมากขึ้น โดยเป็นกลุ่มที่มีกำลังใช้จ่ายสูง
นอกจากนี้ ททท. ยังเดินหน้าทำตลาดเชิงรุก เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ ทั้ง Incentive, Golf, Wellness และ Couples ควบคู่โครงการ Thailand Summer Blast ที่สนับสนุนเที่ยวบินเช่าเหมาลำและการตลาดออนไลน์ เพื่อรักษาโมเมนตัมการเดินทางในช่วงฤดูท่องเที่ยว
อย่างไรก็ตาม ททท. มองว่าไตรมาส 3 ของปีนี้ ตลาดระยะใกล้อาจทรงตัวถึงขยายตัวเพียงเล็กน้อย แม้จะมีแรงหนุนจากช่วง School Holidays และ Summer Holiday ของหลายประเทศ โดยเฉพาะจีน เพราะราคาบัตรโดยสารที่ยังสูง อาจทำให้นักท่องเที่ยวเลือกเดินทางใกล้บ้านมากขึ้น ส่งผลให้การแข่งขันท่องเที่ยวในภูมิภาครุนแรงขึ้นตามไปด้วย
ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว ททท. เตรียมปรับกลยุทธ์จากแนวคิด “Volume Recovery” หรือการเร่งปริมาณนักท่องเที่ยว ไปสู่ “Value-driven Growth” ที่เน้นสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากนักท่องเที่ยวคุณภาพมากขึ้น ทั้งเพื่อเพิ่มรายได้ กระจายเม็ดเงินสู่เศรษฐกิจท่องเที่ยว และสร้างความได้เปรียบการแข่งขันระยะยาวให้ไทยในอนาคต
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/276180&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3O3o-P6o6KFII5Yq1B2Qp9

