• Fri. Mar 13th, 2026

“ตลาดรอมฎอน” พื้นที่สร้างบุญปันสุขเดือนถือศีลอด เสริมแกร่งเศรษฐกิจชุมชน

“ตลาดรอมฎอน”-พื้นที่สร้างบุญปันสุขเดือนถือศีลอด-เสริมแกร่งเศรษฐกิจชุมชน“ตลาดรอมฎอน” พื้นที่สร้างบุญปันสุขเดือนถือศีลอด เสริมแกร่งเศรษฐกิจชุมชน

เดือนรอมฎอน ถือเป็นเดือนสำคัญของพี่น้องชาวมุสลิม เป็นเดือนแห่งการถือศีลอด ซึ่งชาวมุสลิมจะงดเว้นการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตก รวมทั้งงดเว้นการประพฤติที่ขัดต่อหลักศาสนา เพื่อฝึกความอดทน ขัดเกลาจิตใจ และเสริมสร้างคุณธรรมในการดำเนินชีวิต

เมื่อย่างเข้าสู่ช่วงบ่ายแก่ ๆ บรรยากาศตามตลาดเริ่มคึกคัก พ่อค้าแม่ค้าต่างนำอาหารคาวหวานหลากหลายเมนูมาจัดวางจำหน่าย เพื่อให้ผู้คนได้เลือกซื้ออาหารเตรียมไว้สำหรับการละศีลอดในช่วงเย็น

ภาพประกอบข่าว

ก่อนแสงสุดท้ายของวัน เมื่อใกล้ถึงเวลาละศีลอด ผู้คนต่างมีจุดหมายเดียวกัน คือการออกมาจับจ่ายซื้ออาหารเพื่อนำกลับไปรับประทานร่วมกับครอบครัว บรรยากาศของผู้คนที่มารวมตัวกันในช่วงเวลาเดียวกัน ทำให้ตลาดไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ค้าขายเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งการแบ่งปัน ความอบอุ่น และการเติมเต็มพลังใจให้กับชุมชน

ตลาดรอมฎอนแหล่งรวมอาหารมุสลิมที่ครบครัน ทั้งเมนูคาวและเมนูหวาน นับเป็นหนึ่งในสีสันและไฮไลต์สำคัญของช่วงเดือนถือศีลอดของชาวมุสลิม ความคึกคักของตลาดไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพี่น้องชาวมุสลิมเท่านั้น หากยังดึงดูดชาวไทยพุทธและนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสบรรยากาศและลิ้มลองอาหารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว หลายเมนูเป็นอาหารพื้นถิ่นหรือเมนูหายาก

ภาพประกอบข่าว

ตลาดรอมฎอนจึงกลายเป็นพื้นที่ที่ผู้คนจากหลากหลายศาสนาและวัฒนธรรมได้มาพบปะกัน เสมือนกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนวิถีชีวิต อัตลักษณ์ และความงดงามทางวัฒนธรรมของพี่น้องชาวมุสลิมได้อย่างชัดเจน

จ.ปัตตานี มีตลาดรอมฎอนหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น ตลาดรอมฎอนจะบังติกอ ตลาดรอมฎอนปูยุด, ตลาดรอมฎอนยะหริ่ง ฯลฯ

ตลาดรอมฎอน ซี.เอส. ปัตตานี เป็นอีกหนึ่งตลาดรอมฎอนที่เป็นตลาดใหม่ ริเริ่มดำเนินการเมื่อปี 2567 หลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมืองปัตตานี และได้รับการปรับปรุงพัฒนายกระดับขึ้นจากตลาดเทศกาล สู่พื้นที่นวัตกรรมสังคม โดยบูรณาการองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีนวัตกรรมจากงานวิจัย เชื่อมโยงกับคลัสเตอร์อาหารและผลิตภัณฑ์ฮาลาล ภายใต้โครงการสร้างเครือข่ายธุรกิจชุมชนร่วม (Cluster) เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และโครงการแก้ปัญหาความยากจนเชิงยุทธศาสตร์ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ซึ่งนำโดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (ม.อ. ปัตตานี) ได้เข้ามาหนุนเสริมการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ

ภาพประกอบข่าว

ภาคเอกชนกับการมีส่วนร่วมพัฒนาสังคม-เศรษฐกิจท้องถิ่น

นายนนทวัฒน์ คงเหมาะ ผู้จัดการตลาดรอมฎอนซี.เอส. กล่าวว่าตลาดรอมฎอนซี.เอส. จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 โดยจุดเริ่มต้นมาจากแนวคิดและความตั้งใจของผู้บริหารซึ่งเล็งเห็นถึงบทบาทของภาคเอกชนในการมีส่วนร่วมพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดปัตตานี โดยเฉพาะในช่วงเดือนรอมฎอนอันเป็นเดือนสำคัญของพี่น้องชาวไทยมุสลิม

“วางแนวคิดในการให้ความช่วยเหลือชาวบ้านเป็นสำคัญ ท่ามกลางบริบทที่ผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนมากต้องเผชิญกับความเปราะบางทางเศรษฐกิจ จากต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น และข้อจำกัดทางด้านพื้นที่ค้าขาย จึงมีความคิดที่จะเปิดพื้นที่บริเวณสนามหญ้าหน้าโรงแรมให้เป็นตลาดชั่วคราวในช่วงเดือนรอมฎอน โดยไม่เก็บค่าเช่าพื้นที่ เพื่อให้พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยได้มีโอกาสในการสร้างรายได้ ซึ่งแนวคิดดังกล่าวได้สะท้อนถึงความเข้าใจในบริบทของสังคมในพื้นที่ ซึ่งเดือนรอมฎอนไม่เพียงเป็นช่วงเวลาแห่งศรัทธา หากยังเป็นช่วงที่การจับจ่ายอาหารละศีลอดมีความคึกคัก การจัดตั้งตลาดจึงเป็นการตอบโจทย์ทั้งวิถีชีวิต ศาสนา และเศรษฐกิจในเวลาเดียวกัน”

นนทวัฒน์ คงเหมาะ ผู้จัดการตลาดรอมฎอนซี.เอส.

นนทวัฒน์ คงเหมาะ ผู้จัดการตลาดรอมฎอนซี.เอส.

นายนนทวัฒน์ ยังกล่าวด้วยว่า จากความตั้งใจเล็ก ๆ ที่ต้องการช่วยให้ชาวบ้านมีที่ทำมาหากิน ตลาดรอมฎอน ซี.เอส. จึงค่อย ๆ เติบโตจนกลายเป็นพื้นที่เศรษฐกิจชุมชนที่มีผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 200 ร้านค้าในปัจจุบัน อีกทั้งยังพัฒนาไปสู่การบริหารจัดการที่เป็นระบบ การบูรณาการความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ

“จากความสำเร็จเมื่อปีที่แล้วที่มียอดขายสูงถึง 30 ล้านบาท มาปีนี้สิ่งที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงก็คือ เรามีการจัดวางระบบเรื่องการแบ่งปัน ผมมองว่าถ้าเราทำระบบสามารถตรวจเช็กได้ว่ามีการแบ่งกันกี่มื้อ กี่สิทธิ์ แบ่งกันแบบไหน พ่อค้าแม่ค้าสามารถให้ได้อย่างไรบ้าง เราสามารถให้เขาแจ้งความจำนงในระบบว่าเขาอยากจะแบ่งอาหารกี่มื้อในแต่ละวัน เช่น 3 มื้อ หรือ 2 มื้อ ซึ่งเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่เขาจะแบ่งปัน เป็นเรื่องของการทำบุญหรือที่เรียกว่า ซะกาต”

ผู้จัดการตลาดรอมฎอน ซี.เอส. ยังได้กล่าวต่อว่า เป้าสูงสุดเท่าที่ได้พูดคุยกับคณาจารย์นักวิจัย ม.อ. ปัตตานี คือเราอยากให้ตลาดแห่งนี้เป็นแหล่งบ่มเพาะผู้ประกอบการให้มีศักยภาพ และสามารถยกระดับไปเชื่อมต่อกับตลาดรอมฎอนในโลกอิสลาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดรอมฎอนซาอุดีอาระเบีย

ภาพประกอบข่าว

ยกระดับ ตลาดรอมฎอน ซี.เอส. ชูระบบข้อมูล-กลไกแบ่งปัน

รศ.จรีรัตน์ รวมเจริญ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.อ.ปัตตานี นักวิจัยคลัสเตอร์อาหารและผลิตภัณฑ์ฮาลาล ภายใต้โครงการสร้างเครือข่ายธุรกิจชุมชนร่วม (Cluster) เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (รวพ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า ตลาดรอมฎอนซี.เอส. ปัตตานีเป็นตลาดนัดที่จัดขึ้นเฉพาะช่วงเดือนรอมฎอน หรือเดือนถือศีลอดของพี่น้องที่นับถือศาสนาอิสลาม ณ บริเวณหน้าโรงแรม ซี.เอส. ปัตตานี จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ถูกจัดขึ้นเพื่อรองรับการจับจ่ายของพี่น้องชาวไทยมุสลิมในช่วงเวลานี้ของปี

รศ.จรีรัตน์ รวมเจริญ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.อ.ปัตตานี นักวิจัยคลัสเตอร์อาหารและผลิตภัณฑ์ฮาลาล

รศ.จรีรัตน์ รวมเจริญ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.อ.ปัตตานี นักวิจัยคลัสเตอร์อาหารและผลิตภัณฑ์ฮาลาล

สำหรับกิจกรรมที่ ม.อ.ปัตตานี เข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาตลาดรอมฎอนซีเอส มี 3 ส่วนหลักด้วยกัน ได้แก่

1. จัดการระบบข้อมูล โดยทีมผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากสำนักวิทยบริการ ม.อ.ปัตตานี ได้ให้การสนับสนุนเรื่องการออกแบบระบบฐานข้อมูลผู้ประกอบการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในตลาด เช่น การจัดเก็บข้อมูลของผู้ค้า ตลอดจนประเภทสินค้า แหล่งวัตถุดิบ การวิเคราะห์ปริมาณความต้องการสินค้าในช่วงเวลาต่าง ๆ การติดตามการหมุนเวียนรายได้โดยประมาณ การใช้ข้อมูลเชิงระบบช่วยให้การจัดสรรพื้นที่

2. จัดระบบการลงทะเบียนและบริหารผู้ค้า ได้มีการพัฒนาระบบลงทะเบียนล่วงหน้า เพื่อลดความซ้ำซ้อนและสร้างความเป็นธรรมในการจัดสรรพื้นที่จำหน่ายสินค้า โดยมีการวางแนวทางระบบลงทะเบียนออนไลน์ ฐานข้อมูลกลาง การกำหนดโควตาผู้ประกอบการ ซึ่งร้านค้าในแนวทางดังกล่าวถือเป็นการสะท้อนหลักธรรมาภิบาลและลดความขัดแย้งในการบริหารพื้นที่ตลาด

3. จัดระบบการแบ่งปันภายในตลาด ซึ่งจะสอดคล้องกับหลักจิตวิญญาณของเดือนรอมฎอน โดยตลาดได้ออกแบบกลไกการแบ่งปันภายในตลาด มีมุมของอาหารที่แบ่งปัน ทำระบบคูปองในการสนับสนุนอาหารที่จะแบ่งปัน ซึ่งผลจากการจัดทำระบบดังกล่าวจะทำให้ทราบถึงจำนวนของร้านค้าที่แจกจ่ายอาหาร ตลอดจนจำนวนผู้ที่มารับสิทธิ์

ภาพประกอบข่าว

ตลาดรอมฎอน ซี.เอส. ปัตตานี ยังเป็นพื้นที่ทดลองปฏิบัติการจริงสำหรับนักศึกษาจากมหาวิทยาลัย ในการนำองค์ความรู้ทางวิชาการไปประยุกต์ใช้กับผู้ประกอบการในสถานการณ์จริง เช่น การให้คำแนะนำผู้ประกอบการเกี่ยวกับการลงทะเบียนระบบดิจิทัล การทดลองผลิตภัณฑ์ที่กำลังดำเนินงานวิจัย การประชาสัมพันธ์ร้านค้าชุมชนของมหาวิทยาลัย

ตลาดแห่งนี้จึงกลายเป็นห้องเรียนภาคสนามที่เชื่อมโยงทฤษฎีกับการปฏิบัติจริง สอดคล้องกับบทบาทมหาวิทยาลัยในฐานะกลไกพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและสังคม

พาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี

พาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี

3 พลัง ยกระดับ “ตลาดรอมฎอน” สู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อสันติภาพ

นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เปิดเผยว่า ตลาดรอมฎอนในพื้นที่ปัตตานีมีอยู่หลายแห่งที่มีเอกลักษณ์และเชื่อมโยงวิถีชีวิตดั้งเดิม เช่น ตลาดจะบังติกอ และตลาดปูยุด แต่สิ่งที่น่าชื่นชมสำหรับ “ตลาดรอมฎอน ซี.เอส. ปัตตานี” คือการเป็นพื้นที่ที่เกิดจากการรวมตัวของ “3พลัง” สำคัญบนพื้นฐานของการให้ ได้แก่ พลังแห่งองค์ความรู้ พลังศรัทธาจากพี่น้องชาวมุสลิมและภาคเอกชน และพลังภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ทั้งหน่วยงานสนับสนุน ผู้ประกอบการ และประชาชนผู้ใช้ประโยชน์จากตลาด ทั้งในฐานะผู้ขายและผู้ซื้อ

เดือนรอมฎอนคือเดือนแห่งการให้ การให้อภัย และการเคารพวิถีซึ่งกันและกัน การที่ภาคเอกชนเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการกว่า 200 ครัวเรือนเข้ามาทำมาหากินโดยไม่เก็บค่าเช่า ถือเป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่ เป็นการสร้างโอกาสให้คน 200 หลังคาเรือนได้มีรายได้เลี้ยงครอบครัว ขณะเดียวกันผู้บริโภคก็ได้รับการดูแลเรื่องคุณภาพ ความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อย

ภาพประกอบข่าว

นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ได้เน้นย้ำถึงหลักคิด “ปัตตานีเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อสันติภาพที่ยั่งยืน” โดยชี้ให้เห็นว่าความสำเร็จของตลาดแห่งนี้ไม่ได้วัดที่ความใหญ่โต แต่คือความเรียบง่ายที่ทุกคนเข้าถึงและมีส่วนร่วม สามารถใช้โอกาสเหล่านี้เพื่อสร้าง ขยาย หรือต่อยอดตามศักยภาพของตนเอง

รวมถึงการนำเทคโนโลยีฐานข้อมูล (Database) มาใช้บริหารจัดการ ซึ่งเป็นจุดต่างจากตลาดดั้งเดิม โดยจังหวัดมีเป้าหมายที่จะนำโมเดลการจัดการข้อมูลของตลาด ซี.เอส. ไปต่อยอดสู่ระดับอำเภอและตำบล เพื่อสร้างโครงข่ายเศรษฐกิจที่เข้มแข็งจากฐานราก

จังหวัดคาดหวังว่าตลาดรอมฎอน ซี.เอส. จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างห่วงโซ่ความเจริญ เพื่อนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนในพื้นที่ จ.ปัตตานี และเศรษฐกิจในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ต่อไป

ภาพประกอบข่าว

ชู “ตลาดรอมฎอน” พื้นที่แบ่งปัน สร้างเศรษฐกิจชุมชน

เดือนรอมฎอน ไม่ใช่เฉพาะการปฏิบัติศาสนกิจอย่างเดียว ไม่ใช่การถือศีลอดอย่างเดียว แต่เป็นการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข และปฏิบัติตนในช่วงรอมฎอน

นายเศรษฐ์ อัลยุฟรี นายกองค์การบริการส่วนจังหวัดปัตตานี ระบุว่า เดือนรอมฎอนในปัจจุบันมีการพัฒนาการไปอย่างมาก สิ่งที่เห็นได้ชัดคือความเข้าใจในแก่นแท้ของรอมฎอน ซึ่งเป็นเดือนที่ทุกคนมุ่งทำความดีและเป็นโอกาสสำคัญในการปรับตัวและกลับเนื้อกลับตัวของทุกคน ผลของการทำความดีนี้จะกลายเป็นผลตอบแทนที่ยิ่งใหญ่แก่ผู้ปฏิบัติ

เศรษฐ์ อัลยุฟรี นายกองค์การบริการส่วนจังหวัดปัตตานี

เศรษฐ์ อัลยุฟรี นายกองค์การบริการส่วนจังหวัดปัตตานี

“ตลาดรอมฎอน” ได้กลายเป็นพื้นที่สะท้อนความงดงามของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข โดยมีจุดเด่นคือไม่ใช่พื้นที่เฉพาะของชาวมุสลิมเท่านั้น แต่เป็นตลาดที่ทุกศาสนิกชนมารวมตัวกัน ผู้ซื้อและผู้ขายต่างเข้าใจในวิถีของกันและกัน หลายคนเฝ้ารอเดือนนี้เพื่อจะได้ลิ้มรสอาหารโบราณที่หากินได้ยาก

หัวใจของตลาดรอมฎอนคือการไม่เอารัดเอาเปรียบ สินค้าไม่มีการขึ้นราคาแม้สถานการณ์โลกหรือในตะวันออกกลางจะมีความผันผวน แต่ที่นี่เราขายบ้าง แถมบ้าง และแบ่งปันกัน ผู้ซื้อไม่ได้ซื้อแค่กินเอง แต่ซื้อเพื่อไปบริจาคต่อ เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยความบริสุทธิ์ใจอย่างแท้จริง

หนึ่งในโมเดลความสำเร็จที่น่าชื่นชมคือ “โมเดลรอมฎอนซีเอส” ที่ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมโดยการให้แม่ค้าพ่อค้าเช่าพื้นที่ขายของฟรีโดยไม่คิดค่าเช่า แต่เน้นเงื่อนไขด้านความสะอาดและความเรียบร้อย สะท้อนให้เห็นถึงการบูรณาการของทุกภาคส่วน ทั้งท้องถิ่นที่เข้ามาดูแลเรื่องขยะ เจ้าหน้าที่รัฐอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและความปลอดภัย ถ้าคิดมูลค่าของรายได้หรือเศรษฐกิจเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดีและเชื่อว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างบริสุทธิ์ใจจริง ไม่มีการเอารัดเอาเปรียบ และถ้าขายไม่หมดแม่ค้าก็จะบริจาค ก่อให้เกิดโมเดลกันอยู่ร่วมกัน การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การมีจิตอาสาการมีมิตรไมตรีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ทำให้รอมฎอนเป็นเดือนที่ทุก “องคาพยพ” ดูแลกันอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและผู้ยากไร้

นายเศรษฐ์ ยังได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์การสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value) ให้กับจังหวัดว่า แบรนด์ปัตตานี มีต้นทุนทางวัฒนธรรมที่สูงมาก และปัจจุบันเริ่มเป็นที่ยอมรับในต่างประเทศแล้ว ทั้งในเรื่องการค้าและประวัติศาสตร์พหุวัฒนธรรม จึงอยากฝากถึงสถาบันการศึกษาและแหล่งเงินทุน ให้ช่วยสนับสนุนงานวิจัยและนำมากำหนดเป็นนโยบายสาธารณะเพื่อวางแผนพัฒนาอย่างเป็นระบบและเชื่อว่าสันติสุขจะเกิดความยั่งยืน

ภาพประกอบข่าว

บพท.ชี้ เศรษฐกิจฐานรากคือทางรอด แนะรัฐหนุนตลาดชุมชน–Local Product กระจายรายได้ในพื้นที่

นายกิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ระบุว่า ในสภาวะที่โลกเผชิญสงครามการค้า หากประเทศไทยยังคงพึ่งพาแต่เศรษฐกิจมหภาคและการส่งออก ซึ่งคิดเป็น 80 % ของ GDP เพียงอย่างเดียว ประชาชนฐานรากจะอยู่ไม่รอด เนื่องจากราคาผลผลิตทางการเกษตร เช่น ยางพาราและผลไม้ จะตกต่ำและผันผวนตามตลาดโลก ในขณะที่ค่าครองชีพสูงขึ้น ผู้ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือครัวเรือนยากจนและกลุ่มเปราะบาง

รัฐบาลควรลงทุนในเศรษฐกิจฐานราก ผ่านการใช้ข้อมูลความรู้อย่างยุติธรรม เพื่อให้เศรษฐกิจในพื้นที่เติบโตได้ด้วยตัวเองผ่าน 2 มิติสำคัญ คือ

  1. การยกระดับโครงสร้างการผลิต พัฒนาภาคเกษตร (ยางพารา, ผลไม้) ควบคู่ไปกับภาคบริการและการท่องเที่ยวในพื้นที่
  2. ส่งเสริมและกระตุ้นให้เกิดการปฏิรูปโครงสร้างภาคเศรษฐกิจในพื้นที่ ได้แก่ ภาคตลาด ทั้งตลาดชุมชน ตลาดเมือง ตลาดขนส่ง และตลาดส่งออก

ตลาดรอมฎอนซี.เอส. ถือเป็นตัวอย่างของตลาดเมืองที่มีส่วนร่วม ที่ประกอบด้วยการออกแบบให้เครือข่ายธุรกิจชุมชนและธุรกิจในพื้นที่ รวมถึงภาคประชาชนและภาคธุรกิจชุมชน ได้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการตลาดด้วยตนเอง

กิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)

กิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)

การออกแบบตลาดต้องทำให้เห็นการกระจายรายได้และการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ โดยผู้ประกอบการที่เข้าร่วมควรเป็นผู้จำหน่ายสินค้าท้องถิ่น (Local Product) ที่ใช้ทรัพยากรในพื้นที่เป็นฐาน และมีโครงสร้างการจ้างงานที่ก่อให้เกิดการกระจายรายได้ จึงจะได้รับโอกาสเข้ามาค้าขาย เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกิดการแบ่งปันอย่างแท้จริงตามหลักคิดของเดือนรอมฎอน เปลี่ยนแนวคิดจาก “การเอาเปรียบชาวบ้าน” ให้เป็น “การแบ่งปันให้กับชาวบ้าน”

หากมีการจัดทำข้อมูลและการออกแบบที่ดี จะทำให้เห็นเศรษฐกิจในพื้นที่ที่เติบโตและหมุนเวียนได้จริง ซึ่งเป็นคำตอบและทางรอดสำคัญในปัจจุบัน โดยต้องลดการพึ่งพาการส่งออก หันมากระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ และกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดการหมุนเวียนมากขึ้น ผ่านกลไกความร่วมมือของธุรกิจชุมชน และการหมุนเวียนธุรกิจภายในพื้นที่ โดยผู้ประกอบการรายใหญ่ต้องเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กเติบโต ขณะที่ภาครัฐทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุน (Supporter) คอยอำนวยความสะดวกด้านงบประมาณและมาตรการต่าง ๆ เพื่อให้กลไกในพื้นที่เป็นผู้นำและออกแบบกิจกรรมด้วยตนเอง

เมื่อไหร่ก็ตามที่เศรษฐกิจฐานรากดีขึ้นความมั่นคงอย่างยั่งยืนจะตามมา

ภาพประกอบข่าว

ตลาดรอมฎอนซี.เอส. นอกจากจะมีมนต์เสน่ห์ที่สร้างความตื่นตาตื่นใจต่อการมาเยือนของพี่น้องชาวไทยพุทธ ตลอดจนพี่น้องชาวไทยมุสลิมแล้ว ยังมีอีกหนึ่งประการสำคัญ คือการได้รับการเติมเต็มด้านองค์ความรู้จากรั้วมหาวิทยาลัยสู่ภาคธุรกิจ ที่ต้องการยกระดับผลิตภัณฑ์สินค้าให้ได้มาตรฐาน รวมถึงเพิ่มช่องทางในการจำหน่ายมากขึ้น

และในท้ายที่สุดคือการเดินทางกลับสู่ภูมิลำเนาของบุตรหลานที่อยู่ต่างพื้นที่ เพื่อกลับมาจำหน่ายสินค้าในช่วงเดือนรอมฎอน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าตลาดแห่งนี้ไม่ใช่เพียงพื้นที่ค้าขายเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเชื่อมโยงวิถีชีวิต ความผูกพัน และการกลับคืนสู่บ้านเกิดของคนในชุมชน อีกทั้งยังก่อให้เกิดรายได้ในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย

อ่านข่าว :

รู้จัก “อุมเราะห์” การแสวงบุญของชาวมุสลิม ในเดือนรอมฎอน

“รอมฎอน 2569” เดือนแห่งศรัทธา ชาวมุสลิมเข้าสู่การถือศีลอด

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/503281&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw16XqIJ_0elPjyh_dSjuqGW