• Mon. Mar 16th, 2026

จี้รัฐ แก้วิกฤตน้ำมัน เร่งลดภาษีคุมราคา กันกักตุนเก็งกำไร – สภาองค์กรของผู้บริโภค

จี้รัฐ-แก้วิกฤตน้ำมัน-เร่งลดภาษีคุมราคา-กันกักตุนเก็งกำไร-–-สภาองค์กรของผู้บริโภคจี้รัฐ แก้วิกฤตน้ำมัน เร่งลดภาษีคุมราคา กันกักตุนเก็งกำไร – สภาองค์กรของผู้บริโภค
จี้รัฐ แก้วิกฤตน้ำมัน เร่งลดภาษีคุมราคา กันกักตุนเก็งกำไร

สภาผู้บริโภคแนะรัฐบาล แก้วิกฤตน้ำมัน หลังมาตรการตรึงราคากำลังจะสิ้นสุด 17 มี.ค.นี้ เกิดกรณีกักตุนน้ำมัน ชะลอขายรอปรับราคา เร่งลดภาษีสรรพสามิตดีเซลชั่วคราวเพื่อลดภาระประชาชน

กรณีรัฐบาลประกาศ ตรึงราคาน้ำมันเป็นเวลา 15 วัน โดยจะสิ้นสุดในวันที่ 17 มีนาคม 2569 ทำให้เกิดบรรยากาศตื่นตระหนกในหลายพื้นที่ ประชาชนจำนวนมากพากันนำแกลลอนและถังน้ำมันไปต่อคิวเติมน้ำมันตามสถานีบริการ เพราะกังวลว่าหลังพ้นมาตรการ ราคาน้ำมันอาจปรับขึ้นอย่างมาก ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าสถานีบริการน้ำมันบางแห่ง โดยเฉพาะในต่างจังหวัด ติดป้าย “น้ำมันหมด” ส่งผลให้เกิดความกังวลเรื่องการขาดแคลนน้ำมันในระยะสั้น สภาผู้บริโภคเสนอรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาการกักตุนและการฉวยโอกาสขึ้นราคาน้ำมัน พร้อมใช้มาตรการทางภาษีเพื่อบรรเทาภาระประชาชน

จี้รัฐ แก้วิกฤตน้ำมัน เร่งลดภาษีคุมราคา กันกักตุนเก็งกำไร : รสนา โตสิตระกูล

ตรึงราคา 15 วัน ทำให้เกิดพฤติกรรมกักตุน

รสนา โตสิตระกูล ประธานอนุกรรมการด้านบริกรสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค ระบุว่า การที่รัฐบาลประกาศตรึงราคาน้ำมัน 15 วัน และใกล้เวลาครบกำหนด ทำให้ผู้ค้าน้ำมันและประชาชนต่างเข้าใจว่าหลังหมดมาตรการ ราคาน้ำมันจะต้องปรับขึ้น เพียงแต่ยังไม่รู้ราคาที่แน่ชัด จึงเกิดพฤติกรรมกักตุน โดยเฉพาะสถานีบริการน้ำมันบางแห่งที่ชะลอการขายหรือปิดปั๊ม เพื่อรอขายในช่วงที่ราคาปรับขึ้น

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ประชาชนจำนวนมากรีบนำแกลลอนและถังมาเข้าแถวหน้าปั๊มน้ำมัน เพราะไม่มั่นใจว่าราคาน้ำมันในวันถัดไปจะปรับขึ้นมากเพียงใด

อย่างไรก็ตาม รสนา ระบุว่า ประเทศไทยยังไม่ได้เผชิญภาวะน้ำมันขาดแคลน เนื่องจากรัฐบาลเองเคยยืนยันว่าประเทศมีน้ำมันสำรองใช้ได้ประมาณ 90 วัน และยังมีน้ำมันสต็อกเก่าอย่างน้อย 60 วัน ซึ่งไม่ควรปรับขึ้นราคาตามราคาน้ำมันดิบในปัจจุบัน

เสนอกำกับราคาน้ำมัน – ลดภาษีดีเซลชั่วคราว

รสนา กล่าวว่า การปล่อยให้เกิดการอั้นน้ำมันหรือปิดปั๊ม โดยเฉพาะในต่างจังหวัด อาจทำให้เกิดความโกลาหลและส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง เช่น การขนส่งสินค้าอาจสะดุด สินค้าเกษตรเสี่ยงเสียหาย เกษตรกรอาจไม่มีน้ำมันสำหรับเครื่องสูบน้ำหรือรถเกี่ยวข้าวนาปรัง ปัญหาเหล่านี้อาจลุกลามไปกระทบเศรษฐกิจในหลายภาคส่วน

“รัฐบาลควรเข้าใจจิตวิทยามวลชนและเข้ามา แก้วิกฤตน้ำมัน ไม่ใช่ปล่อยสถานการณ์ให้ดำเนินไปเอง ราวกับประเทศไม่มีรัฐบาล” รสนากล่าว

สำหรับมาตรการเร่งด่วนเพื่อแก้วิกฤตราคาน้ำมัน ที่รัฐบาลควรทำคือการกำกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งกระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่ ไม่ให้ปรับราคาน้ำมันที่เป็น “สต็อกเก่า” หากไม่สามารถดำเนินการได้ทันที รัฐบาลควรประกาศ ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันลงเท่ากับราคาที่จะปรับขึ้น เพื่อป้องกันการกักตุนและสกัดไม่ให้ผู้ค้าน้ำมันฉวยโอกาสขึ้นราคาหน้าปั๊ม

“ปัจจุบันภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 6.92 บาทต่อลิตร รัฐบาลสามารถทยอยลดภาษีดังกล่าวลงเป็นการชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์ราคาน้ำมันจะคลี่คลาย” รสนาย้ำพร้อมยกตัวอย่าง ช่วงวิกฤตราคาน้ำมันปี 2556 สมัยรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รัฐบาลเคยตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ 29.99 บาทต่อลิตร โดยลดการเก็บภาษีสรรพสามิตลงเหลือเพียง ลิตรละ 1 สตางค์ ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนได้

นอกจากนี้ รัฐบาลควรกำกับบริษัท ปตท. ซึ่งมีหุ้นในโรงกลั่นน้ำมัน 4 จาก 6 โรงกลั่นในประเทศ ให้ร่วมมือในการกระจายน้ำมันไปยังต่างจังหวัดอย่างทั่วถึง เพื่อป้องกันความตื่นตระหนกของประชาชน ทั้งในเรื่องความกลัวน้ำมันขาดแคลน และความกังวลว่าราคาจะสูงจนไม่สามารถประกอบอาชีพได้

“หากรัฐบาลดำเนินมาตรการเช่นนี้ จึงจะสะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับประชาชนก่อน ตามที่มักกล่าวว่า ‘ประชาชนต้องมาก่อน’ และต้องได้รับการดูแลก่อน” รสนากล่าว


เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

รื้อ ‘โครงสร้างพลังงาน’ ทางรอดไทย ในวิกฤตสงคราม

เร่งรัฐปลดล็อกอุปสรรค หนุน โซลาร์ครัวเรือน ก่อนวิกฤตน้ำมันลาม

หลายจังหวัดติดป้าย ‘น้ำหมดหมด-รอน้ำมันมาส่ง-เติมไม่เกิน 500 บาท’ เสียงสะท้อนห่วง วิกฤตน้ำมัน ขาดแคลน

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tcc.or.th/160369_fuel-crisis_news/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2WIte9WnOuH2x7YRHzSQub