
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการ GDP ไทยปี 2569 ขยายตัว 2.0% แม้ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมารุนแรงขึ้นจนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยประเมินว่าสถานการณ์ยังอยู่ในกรอบที่คาดการณ์ไว้ และแรงกดดันสูงสุดผ่านพ้นไปแล้วในไตรมาส 2 ขณะที่เศรษฐกิจครึ่งปีหลังมีแนวโน้มชะลอลงจากครึ่งปีแรก
กสิกรไทยคง GDP ปี 69 โต 2% ชี้ครึ่งปีหลังชะลอ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า การส่งออกจะชะลอลงหลังเร่งตัวสูงในช่วงครึ่งปีแรก ขณะที่การบริโภคยังฟื้นตัวอย่างเปราะบางจากกำลังซื้อที่อ่อนแรง โดยมาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” จะช่วยพยุงการบริโภคในไตรมาส 3 ได้บางส่วน ส่วนการลงทุนภาคเอกชนยังขยายตัวได้ดีจากแรงหนุนของ FDI แต่การนำเข้าสินค้าทุนที่เพิ่มขึ้นจะจำกัดผลบวกต่อ GDP และกดดันดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัด
ตะวันออกกลาง-การค้าโลก-เอลนีโญ่ ความเสี่ยงครึ่งปีหลัง
ปัจจัยที่ต้องจับตาคือความขัดแย้งในตะวันออกกลางซึ่งอาจทำให้ราคาพลังงานทรงตัวในระดับสูง รวมถึงความไม่แน่นอนของมาตรการการค้าสหรัฐฯ และความเสี่ยงจากเอลนีโญ่ที่อาจผลักดันเงินเฟ้อให้เร่งขึ้นในไตรมาส 4 โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดเงินเฟ้อเฉลี่ยปี 2569 ที่ 1.8%
ด้านนโยบายการเงิน คาดว่า กนง.จะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี ขณะที่ต้นทุนกู้ยืมภาคเอกชนในตลาดตราสารหนี้อาจขยับขึ้นตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล ส่วนทิศทางเงินบาทยังต้องติดตามดอกเบี้ยของเฟดและสถานการณ์ตะวันออกกลาง
สินเชื่อโตต่ำ NPL มีโอกาสแตะ 3%
สำหรับสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคงประมาณการสินเชื่อทั้งระบบปี 2569 ขยายตัวเพียง 0.5% แม้สินเชื่อธุรกิจรายใหญ่มีแนวโน้มเติบโตเหนือ 5% ต่อเนื่อง เนื่องจากการฟื้นตัวของสินเชื่อยังไม่กระจายไปยังเอสเอ็มอี ขณะที่สินเชื่อรายย่อยยังอยู่ในช่วงลดภาระหนี้ครัวเรือน
ด้านคุณภาพสินเชื่อ NPL มีโอกาสเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 2.76% ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 เข้าใกล้กรอบ 2.80–3.00% ณ สิ้นปี แม้ธนาคารจะเดินหน้าปรับโครงสร้างหนี้เชิงรุก แต่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจอาจทำให้หนี้ที่ผ่านการปรับโครงสร้างกลับมาเป็น NPL มากขึ้น
ภาษีสรรพสามิตลุ้นพลิกฟื้นผลิตรถยนต์ปี 2570
อีกหนึ่งโจทย์สำคัญคืออุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ซึ่งกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงจากการผลิตในประเทศที่ลดลง สวนทางกับการนำเข้ารถยนต์ โดยเฉพาะ BEV ที่มีสัดส่วนถึง 72% ของมูลค่านำเข้ารถยนต์ทั้งหมดในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า มาตรการภาษีสรรพสามิตที่ภาครัฐอยู่ระหว่างพิจารณา หากสามารถจูงใจผู้ประกอบการให้เปลี่ยนจากการนำเข้าไปสู่การผลิตในประเทศและเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศ และมีส่วนหนุนให้การผลิตรถยนต์ พลิกกลับมาขยายตัวในปี 2570 หลังคาดว่าจะหดตัวราว 1.8% ในปี 2569
ทั้งนี้ ความสำเร็จของมาตรการขึ้นอยู่กับการกำหนดเกณฑ์มูลค่าเพิ่มของชิ้นส่วนในประเทศ รวมถึงการติดตามและกำกับเงื่อนไขอย่างเข้มงวด เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ไฮบริดช่วยสร้างฐานการผลิตในประเทศได้จริง
หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,235 วันที่ 13 – 16 กันยายน พ.ศ. 2569
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/finance/668643&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3zgkUIPvM8Wp45vKiIOfkj

