• Fri. Apr 24th, 2026

กลาโหมใหม่เดินเกมเข้ม “ไม่เปิดด่าน” กดดันกัมพูชาทำตามข้อตกลง

กลาโหมใหม่เดินเกมเข้ม-“ไม่เปิดด่าน”-กดดันกัมพูชาทำตามข้อตกลงกลาโหมใหม่เดินเกมเข้ม “ไม่เปิดด่าน” กดดันกัมพูชาทำตามข้อตกลง

อดุลย์ ย้ำจุดยืนไม่เปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา จนกว่าจะมีการปฏิบัติตามข้อตกลง Joint Statement อย่างครบถ้วน พร้อมสั่งเร่งพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานในพื้นที่ชายแดน และยกระดับสวัสดิการกำลังพล

เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 เวลา 09.37 น. ที่กระทรวงกลาโหม ภายหลังพิธีวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงกลาโหมครบรอบ 139 ปี และภายหลังเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนถึงแนวนโยบายด้านความมั่นคงและการพัฒนากองทัพ

พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ ระบุว่า การได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และยืนยันว่าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของกองทัพ ความมั่นคงของชาติ และประชาชน

ในด้านนโยบาย กระทรวงกลาโหมจะมุ่งเสริมสร้างความพร้อมรบของกองทัพ ครอบคลุมภัยคุกคามทุกมิติ พร้อมผลักดันประเด็น “ทหารอาสา” โดยมองว่าเป็นโอกาสในการพัฒนาศักยภาพทั้งร่างกาย จิตใจ และการศึกษา รวมถึงการต่อยอดเข้าสู่ระบบการศึกษาทางทหาร เช่น โรงเรียนนายสิบทหารบก

นอกจากนี้ ยังเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมภายในประเทศ โดยเฉพาะด้านพลังงาน เพื่อลดการพึ่งพาต่างประเทศ หลังเห็นผลกระทบจากวิกฤตพลังงานและน้ำมันที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจทั้งประเทศ

สำหรับนโยบายเร่งด่วน พลโทอดุลย์ระบุว่า จะมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตกำลังพลตามแนวชายแดน โดยเฉพาะระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ได้แก่ น้ำประปา ไฟฟ้า ถนน และสัญญาณโทรศัพท์ เพื่อให้กำลังพลมีความเป็นอยู่ที่เหมาะสม โดยย้ำแนวคิด “น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี และมีสัญญาณโทรศัพท์”

ขณะเดียวกัน ยังให้ความสำคัญกับสวัสดิการครอบครัวของกำลังพลที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ โดยยืนยันว่าระบบสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลของบิดาและมารดาจะยังคงเดิม และได้ผ่านการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีแล้ว อยู่ระหว่างการดำเนินการให้แล้วเสร็จ

ในประเด็นสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา พลโทอดุลย์กล่าวย้ำว่า ไทยจะ “ไม่มีวันเปิดด่าน” จนกว่ากัมพูชาจะปฏิบัติตามข้อตกลงใน Joint Statement อย่างครบถ้วน โดยถือเป็นการยึดหลักการปกป้องอธิปไตยของประเทศ พร้อมระบุว่านโยบายดังกล่าวเป็นแนวทางที่รัฐบาลกำหนดไว้แล้ว

สำหรับการประชุมคณะกรรมการชายแดนระดับภูมิภาค (RBC) ที่จะมีขึ้นในเร็ว ๆ นี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมระบุว่า เป็นอำนาจการดำเนินงานของกองทัพภาคและผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งได้มีการสั่งการไปแล้ว และเชื่อว่าสถานการณ์จะมีทิศทางที่ดีขึ้น

ส่วนกรณีความเคลื่อนไหวของกองทัพเรือและประเด็นการยกเลิก MOU ปี 2544 พลโทอดุลย์ระบุว่า ทุกฝ่ายยังต้องดำเนินการภายใต้กรอบข้อตกลง Joint Statement ที่มีร่วมกัน และยึดหลักกติกาเดียวกันในการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดน

กระทรวงกลาโหมยืนยันเดินหน้ายกระดับทั้งความมั่นคงและคุณภาพชีวิตกำลังพลควบคู่กัน โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนที่ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/politics/42208&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2H0oCdEGvAuh8ZvkIiCtS-