เมื่อเอ่ยถึง เทคโนโลยีควอนตัม (Quantum Technology) หลายคนอาจคุ้นหู ทว่า ยังไม่ทราบถึงความหมายที่แท้จริงและการนำไปใช้ประโยชน์ ซึ่งภายในงานเปิดตัว “ศูนย์สยามควอนตัมสแควร์” ที่ก่อตั้งขึ้นโดย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผนึกความร่วมมือกับภาคธุรกิจและสถาบันการศึกษาชั้นนำ “IBM–บัณฑิตวิทยาลัย–QTFT” ศ.ดร.ประณัฐ โพธิยะราช คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ให้คำนิยามของ Quantum Technology และการนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ประโยชน์ว่า
“เทคโนโลยีควอนตัม คือ การควบคุมสมบัติและสถานะของอนุภาคตามหลักกลศาสตร์ควอนตัม เพื่อนำไปพัฒนานวัตกรรมที่เกิดประโยชน์ ต่อเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งปัจจุบันหลักการทางควอนตัมได้เข้ามามีบทบาทและถูกใช้เป็น แกนหลักในเทคโนโลยีที่อยู่รอบๆ ตัวเราเรียบร้อยแล้ว อาทิ สมาร์ทโฟน โซล่าเซลล์ หรือเครื่อง MRI ที่ใช้ในการแพทย์”
“ดังนั้น เทคโนโลยีควอนตัมไม่ใช่เรื่องไกลตัวอย่างที่หลายๆ คนคิด ผนวกกับการมาของควอนตัมคอมพิวเตอร์ (Quantum Computers) เทคโนโลยีขั้นกว่าที่ใช้งานหลักการทางควอนตัมในระดับสูงสุด เพื่อมาใช้คำนวณแก้ปัญหาต่างๆ ที่แก้ไม่ได้ด้วยคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน อีกทั้งยังสามารถถอดการเข้ารหัสทางดิจิทัลในปัจจุบันได้ ซึ่งการมาของ ควอนตัมคอมพิวเตอร์กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญ ในการเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมดิจิทัลและระบบเศรษฐกิจระดับโลก”
และนี่เองที่เป็นสาเหตุให้ จุฬาฯ จึงได้ก่อตั้ง ‘ศูนย์สยามควอนตัมสแควร์’ หรือ Siam Quantum Square (SQ²) ขึ้นเพื่อส่งเสริมความก้าวหน้าทางวิทยาการและเป็นศูนย์ความเชี่ยวชาญที่เชื่อมโยงนักวิจัย กับภาคเอกชนและหน่วยงานภาครัฐ เพื่อบูรณาการองค์ความรู้และเทคโนโลยีควอนตัมในการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน ซึ่งในระยะยาวจะเป็นประโยชน์ต่อสังคม เศรษฐกิจ ความมั่นคงทางเทคโนโลยี และการเสริมสร้างขีดความสามารถ ของประเทศ

เจาะลึก 4 พันธกิจ ศูนย์สยามควอนตัมสแควร์ ขับเคลื่อนการนำ Quantum Technology มาใช้ยกระดับเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน
ภายในงานเปิดตัว ศูนย์สยามควอนตัมสแควร์ (Siam Quantum Square) นี้ นอกเหนือจากไฮไลต์ของงานในการลงนาม MOU กับพันธมิตรแล้ว การจัดงานในครั้งนี้ยังเป็นการประกาศแนวทางชัดเจนในการมาร่วมมือกันของภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคธุรกิจและสถาบันการศึกษาในการพัฒนาและต่อยอด Quantum Technology ให้เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะเปลี่ยนผ่านประเทศจากสถานะผู้ใช้เทคโนโลยีไปสู่เจ้าของเทคโนโลยี ผลักดันเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม สร้างความมั่นคงทางไซเบอร์ ซึ่งจะช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม
โดย ศ.ดร.ประณัฐ ได้กล่าวชัดเจนว่า ศูนย์สยามควอนตัมสแควร์ จะดำเนินการภายใต้พันธกิจ 4 ด้าน คือ
-
พัฒนาและสร้างบุคลากรด้านเทคโนโลยี ควอนตัม
-
ดำเนินการวิจัยเชิงกลยุทธ์ระดับโลก โดยคำนึงถึงการสร้างองค์ความรู้ระดับพื้นฐานเป็นสำคัญ เพื่อในระยะยาว ก่อให้เกิดเทคโนโลยีที่ไทยเราเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นเพียงผู้ใช้เทคโนโลยี
-
สร้างความร่วมมือระหว่างภาคส่วน ต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน และเครือข่ายนานาชาติ เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และลดความเสี่ยงจากการกีดกัน ทางเทคโนโลยี
-
สื่อสารความรู้เกี่ยวกับควอนตัมเทคโนโลยีให้แก่บุคคลทั่วไป เพื่อให้เกิดความเข้าใจและเข้าถึงได้ โดยกิจกรรมต่างๆ ของศูนย์ฯ ได้รับทุนสนับสนุนส่วนหนึ่งจากโครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย (Reinventing University) ภายใต้การดูแลของ สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.)
“เราจะมุ่งเน้นการวิจัยที่เป็นเลิศระดับโลก ควบคู่กับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีควอนตัมในการแก้ปัญหาในด้าน ต่างๆ เช่น การพัฒนายา หรือวัสดุขั้นสูง พลังงาน การแพทย์ การเงิน การคมนาคม”
“ตัวอย่างของการพัฒนาเทคโนโลยี ควอนตัมที่ศูนย์สยามควอนตัมสแควร์ได้ดำเนินการแล้ว ได้แก่ การวิจัย Quantum Computing การประมวลผลเชิง ควอนตัม การวิจัย Quantum Artificial Intelligence หรือ Quantum AI ซึ่งคือการผสมผสานการคำนวณเชิงควอนตัม และปัญญาประดิษฐ์”


“โดยศูนย์ฯ ยังมีแผนดำเนินการในหัวข้ออื่นๆ ได้แก่ การวิจัย Quantum Cryptography เพื่อ เสริมสร้างความมั่นคงทางไซเบอร์ การวิจัยและพัฒนาระบบเข้ารหัสควอนตัมที่สามารถป้องกันการดักฟังข้อมูล การพัฒนา Quantum Materials and Devices เพื่อพัฒนาวัสดุใหม่ๆ ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับเครื่องคำนวณทางควอนตัม และเซนเซอร์ควอนตัมได้”
Key Success ของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชาติด้วย Quantum Technology คือ ความร่วมมือกับทุกภาคส่วนทั้งไทยและต่างประเทศ
ศ.ดร.ประณัฐ เน้นย้ำว่าที่ผ่านมา ‘ศูนย์สยามควอนตัมสแควร์’ ได้ดำเนินโครงการความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ อย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันการนำเทคโนโลยีควอนตัมไปใช้จริงในภาคส่วนต่างๆ โดยร่วมกับสถาบันวิจัยและมหาวิทยาลัย ชั้นนำทั่วโลก เช่น การร่วมมือกับมหาวิทยาลัย EPFL จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์และ CERN เพื่อศึกษาการนำไปใช้ของ Quantum AI ในฟิสิกส์พลังงานสูง (high energy physics) เพื่อพัฒนาวิธีการจำลองการเกิดของอนุภาคพลังงานสูง อันนำไปสู่ความเข้าใจของมนุษยชาติเกี่ยวกับธรรมชาติที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
“นอกจากนั้น ทางศูนย์ฯ ยังมีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับ Quantum Technology Foundation (Thailand) [QTFT] ซึ่งเป็น บริษัทสตาร์ทอัพด้านควอนตัมของไทย โดยมุ่งเน้นงานวิจัยด้าน Advanced Optimization และมีแผนขยายไปสู่ การวิจัยด้าน Quantum Optimization ในอนาคต ซึ่งจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพของระบบการจัดการในภาคธุรกิจ ต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น”
“อีกหนึ่งความสำเร็จในการร่วมมือกับภาคธุรกิจ คือความร่วมมือกับ SCBX ในการประยุกต์ใช้การคำนวณ เชิงควอนตัมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการพอร์ตการลงทุน หรือ Portfolio Optimization with Quantum Computers และความร่วมมือกับทางบริษัท Western Digital Corporation (ประเทศไทย) ในการพัฒนาเทคโนโลยีการเก็บข้อมูลสำหรับอนาคต ที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างมาก เพื่อตอบสนองต่อการขยายตัวของ Could storage, data security และ AI ในรูปแบบต่างๆ”

“โดยในระยะอันใกล้ยังมีแผนที่จะขยายความร่วมมือเพิ่มเติมกับบริษัท Denso และสถาบัน National Institute of Advance Industrial Science and Technology (AIST) ประเทศญี่ปุ่น เพื่อศึกษาการใช้ Quantum computers และ Quantum AI ในธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งจะมุ่งเน้นทั้งความเข้าใจเชิงพื้นฐานและการประยุกต์ใช้จริง”
“ขณะเดียวกัน ‘ศูนย์สยามควอนตัมสแควร์’ ยังมุ่งสร้างเครือข่ายความร่วมมือในทุกมิติ ตั้งแต่สถาบันการศึกษา ภาคอุตสาหกรรมในประเทศ ไปจนถึงพันธมิตรระดับโลก โดยล่าสุดได้เตรียมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ IBM ประเทศไทย สถาบัน National Institute of Advanced Industrial Science and Technology (AIST) ประเทศญี่ปุ่น และ บริษัท Qunova Computing ประเทศเกาหลี และมีแผนขยายความร่วมมือไปยังภาคเอกชนชั้นนำอีกหลายแห่ง อาทิ Western Digital Corporation (Thailand) และ SCB เพื่อนำเทคโนโลยีควอนตัมไปแก้ไขปัญหาเชิงธุรกิจ ความปลอดภัยของข้อมูล การแพทย์ และสังคม”
นอกจากนี้ ‘ศูนย์สยามควอนตัมสแควร์’ ยังได้พัฒนาหลักสูตรนานาชาติระดับปริญญาโทและปริญญาเอก เกี่ยวกับ ด้านเทคโนโลยีควอนตัมโดยตรง โดยมุ่งเน้นทั้งทางด้านตัวทฤษฎีและปฏิบัติเพื่อเตรียมความพร้อมให้ ผู้เรียนสำหรับการมาถึงตลาดงานทางด้านควอนตัมทั่วโลก โดยทางศูนย์ฯ ยังเตรียมร่วมมือหารือโครงการแลกเปลี่ยนนิสิตและบุคลากรกับมหาวิทยาลัย Korea Advanced Institute of Science & Technology (KAIST) ประเทศเกาหลี และสถาบันวิจัย National Institute for Materials Science (NIMS) ประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งพร้อมร่วมมือกับ IBM บันฑิตวิทยาลัย และ QTFT เพื่อพัฒนาหลักสูตรระยะสั้นและหลักสูตรสำหรับผู้บริหาร เตรียมความพร้อมให้ภาคธุรกิจ ไทยในการเข้าสู่ยุคควอนตัม
“เราต้องการขับเคลื่อนประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีควอนตัมในระดับภูมิภาค โดยผสมผสานทฤษฎีควอนตัมเข้ากับการประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรมและในการแก้ปัญหาเชิงธุรกิจ นอกไปจากนี้เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับชิปควอนตัม ยังมีพื้นฐานเดียวกับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งจะทำให้ศูนย์ฯ ขยายขอบเขตการวิจัยได้ทั่วถึงและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อภาคอุตสาหกรรม” ศ.ดร.ประณัฐ กล่าวในที่สุด

IBM ย้ำชัด Quantum is Coming! พร้อมเผยความจริง 5 ข้อ ชี้ความพร้อมองค์กรกับการใช้ประโยชน์จาก Quantum Technology
อีกหนึ่งไฮไลต์ที่เกิดขึ้นในงานเปิดตัว ‘ศูนย์สยามควอนตัมสแควร์’ คือ การบรรยายของ คุณอโณทัย เวทยากร กรรมการผู้จัดการใหญ่ และผู้บริหารส่วนงานเทคโนโลยี บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด ในหัวข้อ “Quantum is Coming. Five Realities Shaping the Race to Advantage” ซึ่งนอกจากจะอัปเดตความรู้เรื่อง Quantum Technology แล้ว ในมุมของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง IBM แล้ว คุณอโณทัย ยังได้เผยถึงความจริง 5 ประการ ที่บ่งชี้ถึงความพร้อมขององค์กรในการปรับใช้ Quantum Technology เพื่อสร้างขีดความสามารถให้ธุรกิจว่า
“เราได้เดินทางมาถึงยุคที่ Quantum Computing Technology จะพาเราก้าวข้ามผ่านในสิ่งที่มนุษย์ไม่เคยทำได้มาก่อน หรือถ้าทำได้ก็ต้องใช้เวลาและขั้นตอนต่างๆมากมาย เช่น การพัฒนาธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ในแบบที่ AI ไม่สามารถรองรับหรือทำได้ เพราะ Quantum Computing Technology เป็นเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์รูปแบบใหม่ที่อาศัยปรากฏการณ์เชิงควอนตัมในการช่วยประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลได้ในเวลาอันรวดเร็ว”
“ยกตัวอย่าง ในด้านพลังงานเทคโนโลยีควอนตัม มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการช่วยนำมาจำลองพฤติกรรมของโมเลกุลและวัสดุต่างๆ เพื่อช่วยให้นักวิจัยออกแบบแบตเตอรี่หรือพัฒนาวัสดุสำหรับแผงโซลาร์เซลล์ที่ดียิ่งกว่าเดิม ซึ่งความสามารถในการจำลองและทดสอบวัสดุจำนวนมหาศาลในรูปแบบต่างๆ จะช่วยเร่งกระบวนการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาดขั้นสูงให้เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว”

“ที่ผ่านมา IBM ได้พัฒนา Quantum Technology มาอย่างต่อเนื่องทั้งในเรื่องของซอฟแวร์และอัลกอริทึ่ม โดยเสนอให้เป็นโซลูชั่นกับภาคอุตสาหกรรมการผลิต เช่น การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ เป็นต้น นอกจากนั้น IBM ยังให้ความสำคัญในเรื่องของการสร้างอีโคซิสเตมในการนำ Quantum Technology ไปปรับใช้ หนึ่งในนั้น คือ การออกแบบสถาปัตยกรรมสำคัญที่จะเป็นจุดเปลี่ยนของ Quantum Technology หรือ Quantum-centric Supercomputing (QCSC) ที่จะรวบรวมเอาเทคโนโลยีหลัก 3 ด้านมาทำงานร่วมกันเพื่อสร้าง Hybrid Architecture ซึ่งจะสร้างผลลัพธ์ที่น่าพอใจให้กับทุกภาคธุรกิจ”
“สำหรับเทรนด์ Quantum Technology ในระดับโลกนั้น ในตอนนี้มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างมาก ยืนยันได้จากจำนวน QRO หรือ Quantum Technology Ready Organization ที่เพิ่มจำนวนขึ้น ซึ่งถ้าพิจารณาจากสัดส่วนงบ R&D ตั้งแต่ปี 2023 พบว่าสัดส่วนอยู่ที่ 7 เปอร์เซ็นต์ และโตมาเป็น 11 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2025 โดยมีอุตสาหกรรมชั้นนำที่ให้ความสำคัญด้านนี้ ได้แก่ อุตสาหกรรมการบิน อุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ ไปจนถึงอุตสาหกรรมมาแรงอย่าง Healthcare และ การเงินการธนาคาร”
“และความจริง 5 ประการที่จะช่วยให้องค์กรพัฒนาได้อย่างมีประสิทธิภาพบนเส้นทางสู่การเป็น QRO คือ
-
หลายองค์กรยังไม่มั่นใจใน Quantum Technology โดยรอให้เทคโนโลยีพร้อม แล้วค่อยเริ่มลงทุนในด้าน R&D ซึ่งจากการสำรวจพบว่าองค์กรที่รอมีแนวโน้มจะได้รับประโยชน์จากการปรับใช้ Quantum Technology ถึง 4 เท่า
-
แม้ Quantum Technology จะเป็นเทคโนโลยีที่มาแรง แต่องค์กรยังไม่ควรทุ่มลงทุนใน Quantum Technology แบบก้อนเดียว ให้ทำเป็น Portfolio คือ ตั้งเป็นหลายโจทย์ แล้วค่อยๆทดสอบทีละโจทย์ โจทย์ไหนไม่ผ่าน ไม่โอเค อาจหยุดไว้ก่อนได้
-
วางแผนให้การใช้ Quantum Technology ทำงานควบคู่ไปกับ AI และ HPC โดยใช้ Quantum Technology เป็นเครื่องมือเสริม และพัฒนา AI และ Quantum Technology ควบคู่ไปในทิศทางเดียวกัน จะได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากว่า
-
ปัญหาเรื่อง Talent Gap หรือช่องว่างทางทักษะ จะเป็นปัญหาที่ทุกองค์กรต้องเจอ และจะมีสงครามแย่งคนเก่งที่มีทักษะดิจิทัล ทักษะด้าน Quantum Technology ที่หนักข้อขึ้นเรื่อยๆ IBM แนะนำองค์กรว่าถ้าอยากได้คนทำงานด้าน Quantum Technology ใหห้ระบุตำแหน่งงานเฉพาะด้าน เช่น งานด้านการออกแบบระบบ อัลกอริทึ่ม หรืองานที่ออกแบบ สร้าง ระบบให้เชื่อมโยงกับระบบเดิมขององค์กร ก็จะทำให้ได้คนมาทำงานง่ายขึ้น
-
Quantum Technology เป็นเหรียญสองด้าน คือ สามารถนำไปปรับใช้ประโยชน์ได้จริง ทว่า ก็มีความเสี่ยงที่ต้องวางแผนจัดการ จากการสำรวจของ IBM พบว่า หลายองค์กรนำ Quantum Technology ไปปรับใช้จริง แต่ไม่ได้วางแผนด้านการบริหารความเสี่ยงไว้ ซึ่งมีความจำเป็นมาก เพราะถ้าเกิดปัญหาขึ้นจะต้องมีต้นทุนในการบริหารจัดการที่ไม่น้อยเลย
อัปเดตเทรนด์เทคโนโลยีในทุกมิติ
NIA เจาะประเด็น นโยบายนวัตกรรมปี 69 ติดสปีดให้เศรษฐกิจไทยโตฝ่าทุกวิกฤต
Post Views: 292
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.salika.co/2026/01/29/chulalongkorn-ibm-siam-quantum-square/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw06v1jElCbwcl-jz_QQYrlf

