• Sun. Mar 8th, 2026

ปิด “ฮอร์มุซ” เขย่าพลังงานโลก เสี่ยง! ดันราคาน้ำมันทะลุ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล

ปิด-“ฮอร์มุซ”-เขย่าพลังงานโลก-เสี่ยง!-ดันราคาน้ำมันทะลุ-100-ดอลลาร์/บาร์เรลปิด “ฮอร์มุซ” เขย่าพลังงานโลก เสี่ยง! ดันราคาน้ำมันทะลุ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล

หลังอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันทางทะเลที่สำคัญของโลก ส่งผลให้ตลาดน้ำมันผันผวนทันที ล่าสุด นักวิชาการอิสระด้านพลังงาน ระบุ น้ำมันเสี่ยงทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กระทบไทยที่นำเข้า 80–90% ดันราคาหน้าปั๊มขึ้นหลายบาท และอาจลามถึงค่าไฟ แนะรัฐใช้ 3 มาตรการรับมือ

นายพรายพล คุ้มทรัพย์ นักวิชาการอิสระด้านพลังงานเปิดเผย PPTV Wealth มุมมองหลังอิหร่านประกาศปิด”ช่องแคบฮอร์มุซ“ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าและน้ำมันทางทะเลที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ว่าหากการปิดช่องแคบฮอร์มุซเกิดขึ้น 100% จะกระทบปริมาณน้ำมันในตลาดโลกประมาณ 20% ของการใช้น้ำมันทั้งหมด ถือว่ารุนแรงพอสมควร และหากสถานการณ์ยืดเยื้อเกิน 2 สัปดาห์ มีโอกาสที่ราคาน้ำมันจะทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้

สำหรับประเทศไทย ซึ่งต้องนำเข้าน้ำมันถึง 80-90% ทุก ๆ การปรับขึ้น 1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จะทำให้ต้นทุนราคาขายปลีกหน้าปั๊มเพิ่มขึ้นประมาณ 20 สตางค์ต่อลิตร หากราคาปรับขึ้น 10-20 ดอลลาร์ ก็อาจกระทบเป็นหลายบาทต่อลิตร ไม่ใช่แค่หลักสตางค์ โดยกรณีที่ล่าสุด ราคาน้ำมันในประเทศปรับขึ้นถึง 1 บาท 50 สตางค์ สะท้อนแรงกดดันจากตลาดโลกอย่างชัดเจน

ส่วนกรณีที่ไทยมีน้ำมันสำรองประมาณ 60 วันนั้น ก็มองว่า หากวิกฤตยืดเยื้อยาวนานถึงระดับดังกล่าว อาจเริ่มเกิดภาวะขาดแคลน เพราะไทยผลิตน้ำมันเองได้น้อยมาก และยังพึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติ โดยเฉพาะ LNG จากตะวันออกกลาง ซึ่งต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซเช่นกัน

ตอนนี้ถ้าปิดเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์นี่ก็หมายความว่า ปริมาณน้ำมันที่มันจะขาดหายไปนี่ก็ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ของการใช้น้ำมันทั่วโลก ซึ่งก็รุนแรงพอสมควร เพราะฉะนั้นราคาน้ำมันก็อย่างที่เราเห็น ในช่วงแรกก็สูงขึ้นประมาณสัก 8 เปอร์เซ็นต์ 10 เปอร์เซ็นต์ จากประมาณ 70 กว่าเหรียญต่อบาร์เรลตอนนี้ก็ขึ้นไปเกือบ ๆ 80 แล้ว แล้วก็ถ้ามันปิดนานขึ้นไปอีกเนี่ย มันก็คงจะทะลุพุ่งขึ้นไป ไม่แน่อาจจะขึ้นไปถึง 100 เหรียญดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้ ก็หมายความว่าต้นทุนน้ำมันของบ้านเราก็จะต้องสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ขณะเดียวกัน ยังส่งผลกระทบถึงค่าไฟฟ้า เพราะการผลิตไฟฟ้าของไทยกว่า 60–70% ใช้ก๊าซธรรมชาติ และมีการนำเข้า LNG จากประเทศในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะ กาตาร์ หากการขนส่งสะดุด ต้นทุนค่าไฟอาจปรับสูงจากระดับ 3–4 บาทต่อหน่วย ไปใกล้ 5–6 บาทต่อหน่วยได้

เพราะว่าปัจจุบันนี้ไฟฟ้าที่เราใช้ประมาณ  60-70% ต้องใช้เชื้อเพลิงที่เป็นแก๊สธรรมชาติ ก็แก๊สธรรมชาติเรามีผลิตในประเทศอยู่ก็จริง แต่ว่าเราก็ต้องนำเข้าแก๊สธรรมชาติทั้งจากผ่านท่อจากพม่า และที่สำคัญมากขึ้นระยะหลังก็คือการนำเข้าแก๊สธรรมชาติเหลวหรือ LNG  ซึ่งก็ส่วนสำคัญก็จะมาจากในภูมิภาคตะวันออกกลางนี่แหละ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศกาตาร์ ซึ่งการขนส่งก็จะต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งก็ตามข่าวคือจะถูกปิดแล้ว เพราะฉะนั้นเนี่ยตั้งแต่นี้เป็นต้นไปถ้ามันยังปิดอยู่ แก๊สธรรมชาติส่วนนี้จากกาตาร์ก็ไม่สามารถที่จะขนส่งมาได้ในประเทศ จริงๆ แล้วมันก็จะแพงขึ้นด้วย เพราะฉะนั้นค่าไฟก็ที่เราเห็น ต้นทุนที่ว่า 3 บาท 4 บาท ก็จะเพิ่มสูงขึ้น อาจจะเป็นใกล้ๆ 5 บาท หรือแม้กระทั่ง 6 บาทด้วยซ้ำไป

ทั้งนี้ มีข้อเสนอให้รัฐบาลเตรียม 3 มาตรการหลัก ได้แก่

1.ระยะสั้น ใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอุดหนุน หรือ ปรับลดภาษีสรรพสามิต เพื่อชะลอผลกระทบด้านราคา หากเป็นวิกฤตระยะสั้นไม่เกิน 1 เดือน 

2.เตรียมแผนบริหารจัดการปริมาณ หากยืดเยื้อ อาจต้องใช้มาตรการปันส่วน ให้ความสำคัญกับภาคขนส่ง สาธารณสุข และบริการสาธารณะ และ

3.ระยะยาว เร่งมาตรการประหยัดพลังงาน และลดการพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ

ขณะที่ มาตรการจำกัดการส่งออกน้ำมัน รัฐบาลสามารถดำเนินการได้ทันที แม้ไทยจะส่งออกในปริมาณไม่มาก แต่ช่วยพยุงสถานการณ์ระยะสั้นได้บางส่วน

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/269903&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1SBw1X57tfVvy6-PJOXce6