อ่านคำให้สัมภาษณ์ของ “นายอนุชา สะสมทรัพย์” สส.นครปฐม พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ภายหลังการเข้ารายงานตัว ที่สำนักงานเลขาธิการสภา ทำให้นึกถึงปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นกับพรรคแกนนำรัฐบาล โดยเฉพาะเรื่องการต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรี อย่าลืมว่า พรรคภท.ได้ สส.มากถึง 193 ที่นั่ง มีบ้านใหญ่มาร่วมกันกว่า 78 ตระกูล โดย “นายอนุชา” กล่าวว่า กลุ่มของตนได้ที่นั่ง สส. 4 เขต ดังนั้นจะได้ตำแหน่งรัฐมนตรี ที่จากเดิม ตนเคยเป็น รมช.สาธารณสุข แล้วจะขึ้นมาเป็นรัฐมนตรีว่าการหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท. จะพิจารณา

ก่อนหน้านั้น ในระหว่างการประชุมพรรค ภท. เมื่อวันที่ 12 ก.พ. นายอนุทิน กล่าวกับสมาชิกพรรคว่า วันนี้ปวารณาตัวมารับใช้ประชาชนแล้ว เรื่องประโยชน์ต่างๆ ส่วนตัว การทำมาหากิน ใครที่ยังห่วงทำมาหากินอยู่ ก็ไม่ต้องมาเป็น สส. เมื่อมาเป็น สส.แล้วต้องเลิกหวังในสิ่งที่เป็นผลกำไรต่างๆ จะได้ไม่ว่อกแว่ก ก็พูดกันแบบนี้ตรงไปตรงมา ในพรรค ภท.ห้ามมีมุ้ง มุ้งมีมุ้งเดียวคือมุ้งอนุทิน ห้ามตั้งมุ้งตั้งก๊วน รักษาอัตลักษณ์ของพรรค ภท. คือไปไหนไปด้วยกัน มีเอกภาพ มีภราดรภาพ สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยจะไม่ยอมให้เกิดขึ้น ไม่ว่าในวันที่พรรค ภท.มี สส.เกือบ 200 คน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีกลุ่มมีมุ้งมีก๊วนได้
คำถามคือคำพูดของหัวหน้าพรรค ภท. จะสะกดความเคลื่อนไหวของลูกพรรคได้หรือไม่ โดยเฉพาะบรรดาบ้านใหญ่ ที่เข้ามาช่วยสานฝันพรรคสีน้ำเงิน ให้ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง บางคนหวังมีตำแหน่งทางการเมือง จากนี้ต้องรอดูสูตรจัดตั้งรัฐบาลที่มี “ภท.” เป็นแกนนำจะประกอบด้วยพรรคการเมืองอะไร การคำนวณเก้าอี้รัฐมนตรี จะเป็นอย่างไร ยิ่งพรรคแกนนำรัฐบาล ต้องเสียเก้าอี้รัฐมนตรีให้คนนอกประกอบด้วย นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ เข้ามาทำหน้าที่ดูแลฝ่ายกฎหมาย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ ควบรมว.คลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ ควบรมว.การต่างประเทศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ ควบรมว.พาณิชย์

ส่วนแกนนำพรรค ภท.คนที่คาดจะได้ตำแหน่งแน่ๆ นอกจาก นายอนุทิน ซึ่งมีข่าวจะนั่งควบ รมว.กลาโหม ยังมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ ควบรมว.คมนาคม นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ นายไชยนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม หรืออาจมีลุ้นโยกไปเป็นรมว.การท่องเที่ยวฯ โดยมีนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล บ้านใหญ่พระนครศรีอยุธยาเป็นอีกหนึ่งตัวเต็ง นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข นายภราดร ปริศนานันทกุล มีลุ้นเป็นรมต.ประจำสำนักนายกฯ อีกรอบ กระทรวงอุตสาหกรรมมีชื่อ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เป็นตัวเต็งนั่งรมว.อุตสาหกรรม
ดังนั้นจะมีเก้าอี้ รมต. เหลือให้บรรดาบ้านใหญ่ ที่ยอมย้ายเข้ามาสังกัดพรรค ภท. จำนวนเท่าไหร่ ยิ่งขณะนี้รัฐบาลก็มีเสียงสนับสนุนเกือบ 300 เสียง ถ้าหากไปดึงพรรคกล้าธรรม (กธ.) มาร่วมอีก ซึ่งมี สส. 58 ที่นั่ง นั่นหมายความว่า จำนวน สส. ก็ต้องถูกนำมาหารเฉลี่ยเพิ่มขึ้นอีก แทนที่จะมีความเข้มแข็ง อาจทำให้มีปัญหาขัดแย้งตามมา

มีมุมมองที่น่าสนใจจาก “นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร” รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงกรณีการจัดตั้งรัฐบาลว่า เป็นระบบโควตา ใช้บริการของ 3 ทหารเสือเป็นฉากหน้า คือนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง นอกนั้นก็เป็นระบบเหมือนเดิม คือขอเรียกว่าเกลี่ยสัดส่วนขี้แมวแล้วกัน มาจัดสรรให้ทั้ง 3 คน แบกภาระหน้าฉากไป ส่วนหลังฉากจัดสรรตามโควตามุ้ง ไม่ได้จัดสรรคนจากความรู้ความสามารถ ซึ่งใครๆ ก็มักบอกว่า พรรค ภท.ไม่มีปัญหา แต่ตนว่า พรรค ภท.ก็มีปัญหา โดย ภท.แท้ๆ มีประมาณ 70 คน อีกร้อยกว่าคน ดูดเอามุ้งการเมืองต่างๆ เข้ามารวม ในใจอาจไม่ได้สีน้ำเงิน แต่ว่าใส่แจ๊กเกตสีน้ำเงินเท่านั้นเอง ภูมิใจใหม่ ก็น่าจะต้องพยายามต่อรองภูมิใจแท้ สุดท้ายหน้าตาครม.หากตัดสัดส่วนขี้แมว 3 คน ออกไป โดยครม. 35 คน แต่มีแค่ 3 คนเป็นความหวัง ถ้าเป็นทีมฟุตบอล ก็เหมือนทั้งทีมมีแค่ 3 คน เป็นตัวชูโรง บาดเจ็บไม่ได้เด็ดขาด

เมื่อถามว่า ข่าวเรื่อง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค กธ. มีแนวโน้มได้เป็นฝ่ายค้านกับพรรค ปชน. นายวิโรจน์ กล่าวว่า ต้องอ่านเกม ร.อ.ธรรมนัส ให้ออก เขาไม่ต้องการล้มรัฐบาล เขาเป็นเหมือนกิ๊กที่อยากจะชิงบ้านจากเมียหลวง เขาจะไปทำร้ายตัวผู้ชายทำไม เขาต้องการทิ่มพวกเมียหลวงซะเพื่อให้ผู้ชายพาเขาเข้าบ้าน การจะบอกว่า ร.อ.ธรรมนัส มาเป็นฝ่ายค้านแล้วจะทำให้ทางฝ่ายนายอนุทิน จะอันตรายนั้น ไม่ใช่เลย เพราะอันตรายทั้งสองฝั่ง คือฝ่ายค้านจะเชื่อข้อมูลทั้งหมดไม่ได้ อาจจะเอาข้อมูลจริงบ้าง ไม่จริงบ้างมาให้ฝ่ายค้านโดนนายอนุทิน ฟ้องหรือเปล่าก็ไม่รู้ เพราะเขาต้องการร่วมรัฐบาล จะรบให้สุดไม่ได้ ต้องรบเพื่อเจรจา
ต้องรอดู จะมีปัญหาเกิดขึ้นกับพรรค ภท. อย่างที่ “นายวิโรจน์” ตั้งข้อสังเกตไว้หรือไม่ รวมทั้งการแสดงว่า ไม่ไว้วางใจ “ร.อ.ธรรมนัส” หากต้องมาทำงานในฐานะพรรคฝ่ายค้านร่วมกับพรรค ปชน. ถือเป็นมุมมองที่น่าสนใจ
ส่วนการที่กรรมการเลือกตั้ง (กกต.) จัดให้มีการลงคะแนน สส.เขตและบัญชีรายชื่อใหม่ จ.พะเยา กรณีมีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ตรงกับจำนวนบัตรเลือกตั้ง ที่ใช้ออกเสียงลงคะแนน ในหน่วยเลือกตั้งที่ 6 หมู่ที่ 4 ณ โรงอาหารโรงเรียนบ้านศาลา ต.ท่าวังทอง อ.เมืองพะเยา จ.พะเยา ใหม่ เขตเลือกตั้งที่ 1 โดยสาเหตุที่ต้องมีการลงคะแนนใหม่ มาจากกรณีหญิงสาวซึ่งเป็น กปน. ประจำหน่วยเลือกตั้งที่ 6 แอบฉีกบัตรเลือกตั้ง จำนวน 7 ใบ ทำเครื่องหมายลงคะแนนแล้ว เดินไปหย่อนบัตรเลือกตั้งลงในหีบบัตร โดยประธาน กปน.สังเกตเห็นความผิดปกติ จึงทักท้วงและเข้าระงับเหตุไว้ได้ทันที ส่งผลให้บัตรเลือกตั้งดังกล่าว ยังไม่ได้ถูกหย่อนลงในหีบบัตรเลือกตั้งแต่อย่างใด หลังเกิดเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพะเยา นำตัวนางจุฑาทิพย์ (ขอสงวนนามสกุล) เจ้าหน้าที่ กปน. และเอกสารหลักฐานนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพะเยา ดำเนินคดีในข้อหากระทำความผิดตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้ง มาตรา 23 ซึ่งในเบื้องต้นสาว กปน. ให้การรับสารภาพ อ้างว่าได้รับการว่าจ้างจากบุคคลที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง ซึ่งประเด็นดังกล่าวอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลของเจ้าหน้าที่ ต่อมาในชั้นสอบสวนได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาและขอไปให้การในชั้นศาล

ด้าน นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์ว่า ได้เดินทางมาให้กำลังใจ กปน.ประจำหน่วยลงคะแนนใหม่ที่จ.พะเยา ซึ่งดูจากสถานการณ์รวมถึงการนับคะแนน น่าจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและจบได้เร็ว สำหรับการรับรอง สส.ในส่วนของสส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งนั้นเหลืออยู่ 4 เขต ก็น่าจะเรียบร้อยเช่นเดียวกัน ถ้าการลงคะแนนใหม่และการนับคะแนนใหม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ก็ใช้เวลาไม่นานในการรับรอง เมื่อมีการรายงานผลไปที่ส่วนกลางก็จะสามารถรับรองได้เลย ส่วน สส.แบบบัญชีรายชื่ออีก 100 คนยังอยู่ระหว่างการพิจารณา

ส่วนบรรยากาศจากสำนักงานเขตดินแดง บริเวณลานหน้าศูนย์บริหารราชการ ซึ่งเปิดนับคะแนนเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ (บัตรสีชมพู) ใหม่ ของหน่วยเลือกตั้งที่ 74 เขตเลือกตั้งที่ 6 แขวงดินแดง เขตดินแดง หลังจาก กกต. มีคำวินิจฉัยให้ดำเนินการนับคะแนนใหม่ เนื่องจากเหตุการณ์เมื่อวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 ที่ผ่านมา ปรากฏภาพคลิปวิดีโอใบคะแนนวางซ้อนทับกัน ในขณะขานและขีดคะแนน จนทำให้เจ้าหน้าที่ กปน. ต้องมุดลงไปใต้กระดาษเพื่อขีดคะแนน ส่งผลให้ประชาชนมองไม่เห็นการปฏิบัติงาน และนำไปสู่การร้องเรียนในที่สุด ภายหลังใช้เวลาในการนับคะแนนใหม่นานกว่า 2 ชั่วโมง ผลปรากฏว่าพรรค ปชน.ยังคงมีคะแนนนำมาเป็นอันดับหนึ่ง ได้ 198 คะแนน ตามมาด้วยพรรค ภท. 56 คะแนน และพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 54 คะแนน ซึ่งผลคะแนนในรอบนี้ มีจำนวนตรงกับ สถิติการนับคะแนนเดิมเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ภาพรวมการตรวจสอบข้อมูลทั้งสองรอบ จึงถือว่าถูกต้องตรงกัน
ด้าน “ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ แสงคำเลิศ” ผอ.การเลือกตั้งประจำ กทม. กล่าวถึงภาพรวมการนับคะแนนใหม่ หน่วยเลือกตั้งที่ 74 เขตเลือกตั้งที่ 6 แขวงดินแดง เขตดินแดง ว่า บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย อยู่ระหว่างการรวบรวมเอกสารต่างๆ รวมถึง เอกสาร 5/18 บช. เพื่อรายงานไปยัง กกต.ส่วนกลาง ไม่มีปัญหาอะไร
จากนี้ไปคงต้อรอขั้นตอนการรับรอง สส. ทั้งระบบเขตและบัญชีรายชื่อ หลังก่อนหน้านั้น กกต.รับรอง สส.ระบบเขตไป 396 คน ซึ่งตามรัฐธรรมนูญระบุว่า กกต.จะต้องรับรอง สส.ได้เกินกว่า 95% หรือ 475 คน จากทั้งหมด 500 คน จากนั้นภายใน 15 วัน สภาจะต้องประสานไปยังสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้นายกฯ นำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อขอเปิดประชุมสภานัดแรกเพื่อเลือกประธานและรองประธานสภา หรือภายในเดือนมีนาคม
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5647394/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Jr2XUAZKs6IC0KAIVE9Hp

