“เอกนิติ” สั่งกรมบัญชีกลาง เร่งแก้ปัญหาคอขวดระบบจัดซื้อจัดจ้าง หวังอัดฉีดเม็ดเงินงบประมาณปี 2569 ลงสู่ระบบเศรษฐกิจเพื่อพยุงกำลังซื้อในช่วงเปลี่ยนผ่านรอตั้งรัฐบาลใหม่และวิกฤติพลังงาน พร้อมเร่งประเมินฉากทัศน์จีดีพีปีนี้รับมือราคาน้ำมันผันผวนหนัก
“เอกนิติ” สั่งกรมบัญชีกลาง เร่งแก้ปัญหาคอขวดระบบจัดซื้อจัดจ้าง หวังอัดฉีดเม็ดเงินงบประมาณปี 2569 ลงสู่ระบบเศรษฐกิจเพื่อพยุงกำลังซื้อในช่วงเปลี่ยนผ่านรอตั้งรัฐบาลใหม่และวิกฤติพลังงาน พร้อมเร่งประเมินฉากทัศน์จีดีพีปีนี้รับมือราคาน้ำมันผันผวนหนัก
วันที่ 11 มี.ค.2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้เรียกประชุมหน่วยงานและกระทรวงต่างๆ เพื่อติดตามและเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณให้ลงสู่ระบบเศรษฐกิจ เนื่องจากในช่วงที่กำลังรอการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ รัฐบาลรักษาการยังไม่สามารถดำเนินนโยบายใหม่ๆ ได้ การใช้เม็ดเงินจากงบประมาณที่มีอยู่จึงเป็นเครื่องมือหลักในการประคองเศรษฐกิจ
“วันนี้เรารู้ว่ารัฐบาลยังออกนโยบายใหม่ไม่ได้ ก็เลยอยากทำให้เกิดความมั่นใจว่าเม็ดเงินของงบประมาณที่มีอยู่ในปัจจุบัน สามารถอัดฉีดลงในระบบเพื่อจะดูแลประคองเศรษฐกิจในช่วงที่รัฐบาลกำลังรอจัดตั้งให้เรียบร้อย”
อย่างไรก็ตาม จากการประชุมคณะกรรมการติดตามเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐครั้งที่ 1/2569 วานนี้ (10 มี.ค.) พบว่า ยังมีงบประมาณบางส่วนที่ติดขัดและยังไม่สามารถเบิกจ่ายได้ ซึ่งได้มอบหมายให้อธิบดีกรมบัญชีกลางเข้าไปตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างแล้วว่ามีปัญหาในจุดใด เพื่อเร่งนำเม็ดเงินเหล่านี้มาช่วยสร้างกำลังซื้อและพยุงเศรษฐกิจ
เมื่อถามถึงกระแสข่าวการเสนอออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ส่วนที่ไม่สามารถก่อหนี้ผูกพันมาเป็นวงเงินงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 50,000 ล้านบาท เพื่อรองรับสถานการณ์วิกฤติพลังงานหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า ประสิทธิภาพในการเบิกจ่ายงบประมาณเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะในภาวะที่เศรษฐกิจเผชิญวิกฤติ
“กระทรวงการคลังให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพการเบิกจ่ายเป็นอย่างมาก โดยเราต้องการให้เร่งเบิกจ่าย แต่ถ้าเบิกจ่ายไม่ได้ ประสิทธิภาพไม่มี ก็ต้องมีการพิจารณาว่าจะทำอย่างไร ไม่เช่นนั้นทุกคนก็จะใจเย็นกันไปเรื่อย”
นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า ความสำเร็จในช่วงไตรมาส 4 ที่ผ่านมา ซึ่งมีการดำเนินโครงการ Quick Big Win ทำให้การเบิกจ่ายงบลงทุนของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจเติบโตถึง 13% และเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยดันเศรษฐกิจในช่วงปลายปีให้ฟื้นตัวขึ้น
สำหรับแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ในปีนี้ กระทรวงการคลังกำลังอยู่ระหว่างการจัดทำฉากทัศน์ (Scenario) เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะจากปัจจัยราคาน้ำมันที่มีความผันผวนสูงมาก ซึ่งในช่วงเวลานี้จำเป็นต้องนำงบประมาณที่มีอยู่มาช่วยพยุงเศรษฐกิจเอาไว้ก่อน
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/economics/1224697&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3RIw9WTPlZWTE56m1GfrQv

