ในปี 2025 ที่ผ่านมา เม็กซิโกทำสถิติยอดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4.087 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่ อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ เซมิคอนดักเตอร์ และดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Centers)
สถิติ FDI นี้สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะจากพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สเปน แคนาดา และเนเธอร์แลนด์ ซึ่งสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเส้นทางการค้าโลก (Global Trade Lane Shifts) และกระแสการย้ายฐานการผลิตมายังประเทศใกล้เคียงตลาดเป้าหมาย (Nearshoring) เพื่อสร้างความยืดหยุ่นให้กับห่วงโซ่อุปทาน การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ส่งผลบวกโดยตรงต่ออุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง พลังงานหมุนเวียน และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ซึ่งเป็นการวางรากฐานให้เม็กซิโกก้าวขึ้นเป็น ศูนย์กลางทางเทคโนโลยีที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (Specialized Technological Hub) ภายในปี 2026
จากข้อมูลของกระทรวงเศรษฐกิจเม็กซิโก พบว่า สหรัฐอเมริกายังคงเป็นประเทศผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดในเม็กซิโก โดยมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 15.87 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นร้อยละ 38.8 ของเงินลงทุนทั้งหมด รองลงมาคือ สเปน (4.43 พันล้านเหรียญฯ) แคนาดา (3.32 พันล้านเหรียญฯ) เนเธอร์แลนด์ (2.38 พันล้านเหรียญฯ) และญี่ปุ่น (2.29 พันล้านเหรียญฯ) นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการลงทุนจากประเทศอื่นๆ เพิ่มขึ้น อาทิ ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส อิตาลี สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ และสิงคโปร์ สะท้อนถึงความหลากหลายของแหล่งที่มาของเงินทุนเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ปรากฏการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการการปรับกลยุทธ์การค้าของภาคธุรกิจในภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนโดยการกระจายตลาดและเส้นทางการค้าเพื่อความอยู่รอดระยะยาว ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการค้าโลก ซึ่งมีสาเหตุมาจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหาการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน และการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจใหม่โดยเน้นความใกล้ชิดและความยีดหยุ่นเป็นหลัก ทั้งนี้ แม้ว่าสหรัฐอเมริกาจะยังคงเป็นคู่ค้าหลักที่สำคัญแต่ปัจจุบันเม็กซิโกกำลังเร่งขยายขอบเขตการค้าไปยังคู่ค้าอื่นๆ มากขึ้น ได้แก่ แคนาดา สหภาพยุโรป และเอเชีย ซึ่งจะช่วยเปิดช่องทางการส่งออกใหม่ๆ และดึงดุดเงินทุนจากต่างประเทศที่หลากหลายมากขึ้น
หากพิจารณาการลงทุนจากแหล่งต่างๆ พบว่าแต่ละประเทศมีบทบาทที่แตกต่างกัน โดยการลงทุนจากเนเธอร์แลนด์เน้นนวัตกรรมเฉพาะทางไม่ได้เน้นเพียงโครงสร้างพื้นฐานทั่วไป อาทิ การใช้ระบบทำความเย็นเฉพาะจุดในโรงงานผลิตบิสกิตซึ่งสามารถลดการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ช่วยให้โรงงานในเม็กซิโกยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนได้ นอกจากนี้ เนเธอร์แลนด์ยังเป็นที่ปรึกษาในด้านที่เป็นความท้าทายของเม็กซิโก เช่น การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าให้ทันสมัย และการจัดการกับปัญหาการขาดแคลนน้ำ เป็นต้น การลงทุนจากสเปนเน้นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ เช่น การเงินการธนาคาร สุขภาพ เทคโนโลยีสตาร์ทอัพ อิเล็กทรอนิกสืและยานยนต์ ขณะที่การลงทุนจากแคนาดาเน้นอุตสาหกรรมที่มีความเกื้อหนุนกันและมีแนวโน้มการเติบโตสูง เช่น เทคโนโลยีการเกษตร การผลิต พลังงานสะอาด ข้อมูลและเทคโนโลยีการสื่อสาร และอุตสาหกรรสร้างสรรค์ เป็นต้น
ทั้งนี้ จากข้อมูลของ UNCTAD พบว่า ในปี 2025 การลงทุน FDI ทั่วโลก เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 โดยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมการสื่อสารและศูนย์ข้อมูล (Data centers) และอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งกำลังกลายเป็นจุดหมายสำคัญของการลงทุนข้ามชาติในหลายประเทศ โดยการลงทุนในศูนย์ข้อมูลมีมูลค่าโครงการใหม่สูงถึงประมาณ 319,600 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นประมาณหนึ่งในสามของการลงทุนโครงการใหม่ทั่วโลก ขณะที่การลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์มีมูลค่ารวมประมาณ 138,100 ล้านเหรียญสหรัฐ สูงเป็นประวัติการณ์ สำหรับเม็กซิโก แนวโน้มการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีดังกล่าวเริ่มปรากฏชัดมากขึ้น โดยในช่วงไตรมาสที่สามของปี 2025 เม็กซิโกได้รับ FDI ในกลุ่ม Data centers ประมาณ 184 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเท่าที่เคยมีมา และกว่าร้อยละ 97 ของเงินลงทุนดังกล่าวมาจากสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ ตัวเลข FDI ในปี 2025 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อเม็กซิโก ถือเป็นโอกาสที่เป็นรูปธรรมในการขับเคลื่อนการเติบโต นวัตกรรม และการสร้างมูลค่าเพิ่มที่สูงขึ้นในปี 2026
โอกาสของสินค้าไทย จากทิศทางการลงทุน FDI ในเม็กซิโกดังกล่าว สินค้าไทยจะมีโอกาสขยายตลาดในเม็กซิโกได้ใน 3 กลุ่มหลัก ดังนี้
กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และแผงวงจร: เมื่อเม็กซิโกมุ่งเน้นการเป็นศูนย์กลาง Data Center และเซมิคอนดักเตอร์ สินค้าไทยกลุ่มแผงวงจรไฟฟ้า (IC) อุปกรณ์กักเก็บข้อมูล (HDD) และส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์ จึงเป็นที่ต้องการอย่างมากเพื่อป้อนเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานนี้
กลุ่มเทคโนโลยีอาหารและอาหารแปรรูป (Food Tech): การขยายตัวของโรงงานอุตสาหกรรมและการลงทุนจากเนเธอร์แลนด์ในด้านนวัตกรรมการผลิต (เช่น ระบบควบคุมความเย็นเฉพาะจุด) เปิดช่องว่างให้สินค้า “นวัตกรรมอาหาร” จากไทย เช่น โปรตีนทางเลือก หรือสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีการยืดอายุอาหาร เข้าสู่ตลาดการผลิตในเม็กซิโกได้มากขึ้น
กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า (EV): การที่สเปนและแคนาดาเข้ามาลงทุนในด้านการใช้พลังงานไฟฟ้าในอุตสาหกรรมยานยนต์ เป็นโอกาสของไทยในการส่งออกส่วนประกอบที่เกี่ยวข้องกับระบบควบคุมไฟฟ้าและอุปกรณ์ชาร์จต่าง
สคต. ณ กรุงเม็กซิโก
แหล่งที่มา
– https://mexicobusiness.news/trade-and-investment/news/mexicos-us408-billion-fdi-aligns-high-value-trends-comce?tag=trade-and-investment
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/qbezsmjggaztsg9xqus9gn32&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Llw7vAyLXsJdc0n9M9dVg

