แยกขยะ หลอมเป็นทอง หลักล้าน
1 ใน บริษัทที่ใหญ่และสามารถรีไซเคิลขยะเครื่องใช้ไฟฟ้า เหลือเป็นฝุ่นกลบฝังเพียง 9 % เท่านั้น คือ Dowa Eco-System ภายใต้ Dowa Holding แห่งประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมี 12 บริษัทย่อย และเป็นบริษัทปลายทางที่เอกชนคือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส และกลุ่มเซ็นทรัล รับขยะจากทุกทิศทั่วไป ส่งไปยัง บริษัท เวสต์ แมเนจเมนท์ สยาม จำกัด (WMS) บริษัทกำจัดขยะภายใต้ DOWA Group ให้มากำจัดต่อที่ประเทศญี่ปุนบางส่วนที่โรงงานในไทยทำไม่ได้
2 ใน 12 บริษัทย่อยคือ Eco Recycle และ Kosaka Smelting & Refining ในเครือ Dowa Eco-System ภายใต้ Dowa Holding นั้นมีการทำงานประสานและแตกต่างกัน ซึ่ง Eco Recycle จะเป็นโรงงานที่รับ E-Waste ทุกชนิด มาเข้าสู่กระบวนการถอดแยกชิ้นส่วนเพื่อนำไปรีไซเคิลให้มากที่สุด ภายใต้กฎหมายการจัดการขยะอิเลคโทรนิคส์ของประเทศญี่ปุ่น ที่มีผลบังคับใช้อย่างเคร่งครัด
สถิติการแยกขยะในปี 2567 พบว่า จากเครื่องใช้ไฟฟ้า 11,100 เครื่อง แยกออกมาเป็น หลอด LED ,จอ ,แผงวงจรที่ต้องส่งไปที่โรงงานอีกแห่งในการกำจัด ขยะที่แร่ธาตุที่สำคัญคือ ทอง แยกออกมาได้ 713 กรัม,เงิน 3,585 กรัม และ ทองแดง 229 กิโลกรัม จะเหลือเป็นฝุ่นประมาณ 9% ที่รีไซเคิลไม่ได้ และต้องถูกฝังกลบ
ส่วนของ Kosaka Smelting & Refining จะเป็นโรงงานที่หลอมชิ้นส่วนของ E-Waste เช่น แผงวงจรในโทรศัพท์มือถือ ซึ่งมีองค์ประกอบของ โลหะมีค่า หลายชนิด เช่น ทอง เงิน ทองแดง เป็นต้น ที่โรงหลอมนี้ นับเป็น 1 ใน 3 ของโลกที่สามารถสกัดโลหะมีค่าได้มากกว่า 20 ชนิด ทำให้เป็นองค์กรชั้นนำและหัวใจสำคัญของการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ระดับโลก เรียนรู้เทคโนโลยีการรีไซเคิลขั้นสูง
พร้อมมาตรฐานการจัดการแบบ Zero E-Waste to Landfill อย่างใกล้ชิด สะท้อนความโปร่งใสและความเชื่อมั่นในมาตรฐานการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ในทุกขั้นตอน ที่สำคัญ การนำทอง กลับมาใช้ใหม่ ในภาวะวิกฤตด้านพลังงาน ราคาทองพุ่ง รวมถึงเทรนด์การรักษ์โลก จะช่วยให้องค์กรสามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า ไปพร้อมเทรนด์ของโลกไปด้วย
ปั้น ‘โมเดลระดับประเทศ’ กำจัดขยะครบวงจร
สายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กร เอไอเอส กล่าวว่า เอไอเอส และกลุ่มเซ็นทรัลดำเนินการร่วมกันมาตั้งแต่ปี 2563 โดย เอไอเอส ทำหน้าที่เป็นแกนนำผลักดัน “AIS HUB of E-Waste” ศูนย์กลางการบริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย มุ่งนำขยะทุกชิ้นเข้าสู่กระบวนการจัดการอย่างถูกวิธีตามหลัก Zero E-Waste to Landfill
สายชล ทรัพย์มากอุดม
ขณะที่กลุ่มเซ็นทรัลสนับสนุนการขยายเครือข่ายจุดรับทิ้งในพื้นที่ศูนย์การค้าทั่วประเทศ เชื่อมโยงพื้นที่ค้าปลีกเข้ากับระบบบริหารจัดการขยะที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้ประชาชนสามารถทิ้ง E-Waste ได้อย่างสะดวกและถูกต้อง
แม้ในประเทศไทย มีโรงงานบางส่วนที่รับขยะอิเล็กทรอนิกส์เพื่อไปแยกชิ้นส่วนก็จริง แต่กลับพบว่า ไม่ใช่การแยกแบบครบวงจร เพราะแยกเพื่อต้องการเอาแค่ทอง ส่วนที่เหลือไม่มีการกำจัดที่ถูกต้อง กลับนำไปทิ้งตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งสร้างปัญหาสิ่งแวดล้อมตามมา
การทำงานร่วมกับ Central Group, Japan Airlines และ WMS ยังเป็นการสร้าง ‘โมเดลระดับประเทศ’ ภายใต้แนวคิด Circular Economy ที่เชื่อมโยงผู้บริโภคสู่โรงงานรีไซเคิลระดับโลกอย่างครบวงจร ก่อให้เกิด E-Waste Ecosystem สำหรับประเทศไทย ทำให้มั่นใจได้ว่าขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ทิ้งอย่างถูกวิธีจะถูกนำไปจัดการอย่างถูกต้อง 100% โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเมื่อผู้บริโภคได้เห็นปลายทางของขยะอย่างชัดเจน ความเชื่อมั่นจะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างยั่งยืน ตั้งแต่การใช้งานไปจนถึงการทิ้งอย่างถูกต้อง
อัจฉรา วิสุทธิวงศ์รัตน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด สื่อสารองค์กร และความยั่งยืน กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า กลุ่มเซ็นทรัลให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการขับเคลื่อนแนวคิด Circularity หรือเศรษฐกิจหมุนเวียน ภายใต้กรอบการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบ มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผ่านหลักการ Reduce, Reuse และ Recycle เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
ในมิติด้านการบริหารจัดการขยะ กลุ่มเซ็นทรัลได้ให้ความสำคัญกับการแยกขยะอย่างต่อเนื่อง และยกระดับแนวปฏิบัตินี้ให้เป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักของการดำเนินธุรกิจ พร้อมตั้งเป้าหมายลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปฝังกลบอย่างน้อย 30% ภายในปี 2030 และมุ่งสู่ Zero Waste to Landfill ภายในปี 2050 ผ่านโครงการ Love The Earth – ZERO WASTE NOW ซึ่งมุ่งพัฒนา “โมเดล Zero Waste แบบครบวงจร” เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า
อีกหนึ่งประเด็นที่ กลุ่มเซ็นทรัล ให้ความสำคัญมากขึ้นคือขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ซึ่งเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของยุคดิจิทัล หากจัดการไม่ถูกต้อง อาจก่อให้เกิดการปนเปื้อนของสารอันตราย เช่น ตะกั่ว ปรอท และแคดเมียม สู่ดินและแหล่งน้ำ ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสุขภาพของประชาชน
ขณะเดียวกัน หากเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลที่ได้มาตรฐาน จะสามารถกู้คืนโลหะมีค่าและทรัพยากรสำคัญกลับมาใช้ใหม่ ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนได้อย่างเป็นรูปธรรม
ปัจจุบัน กลุ่มเซ็นทรัลได้จัดตั้งจุดรับทิ้ง E-Waste ร่วมกับ AIS ครอบคลุมศูนย์การค้ากว่า 42 สาขาทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงการทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างถูกต้อง ง่ายดาย และทั่วถึง ความร่วมมือนี้เป็นการเชื่อมโยงพื้นที่ค้าปลีกเข้ากับกระบวนการรีไซเคิลที่ได้มาตรฐานอย่างเป็นระบบ ในฐานะผู้นำองค์กรค้าปลีกที่มีระบบจัดการขยะครบวงจร กลุ่มเซ็นทรัลมุ่งเดินหน้าสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้า พนักงาน พันธมิตรทางธุรกิจ และชุมชน เพื่อร่วมกันยกระดับการจัดการทรัพยากรของประเทศ และขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม
ทาคาฟุมิ ซะวะดะ Regional Manager Thailand, Indochina and South Asian Subcontinent Japan Airlines Co.,Ltd. กล่าวว่า ตั้งเป้าหมายสู่การเป็น Carbon Neutral ภายในปี 2050 ผ่านการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ควบคู่กับการใช้ Sustainable Aviation Fuel (SAF) ที่ผลิตจากน้ำมันใช้แล้วระหว่างการบิน
อีกทั้งยังตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการใช้ SAF ให้ได้ 10% ภายในปี 2030 พร้อมพัฒนาฝูงบินด้วยเครื่องบินรุ่นใหม่ที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น Airbus A350 และ Boeing 787 ในขณะเดียวกัน เจแปนแอร์ไลน์ยังยึดแนวทาง 3R+1R (Reduce, Reuse, Recycle + Redesign) โดยเลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว และพัฒนาภาชนะอาหารที่ย่อยสลายได้ เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม
ผุดกิจกรรมกระตุ้นการรีไซเคิล ยั่งยืน
จากความร่วมมือดังกล่าว ทั้ง 3 พันธมิตร จึงได้จัดกิจกรรม “ถ่ายคลิปทิ้ง E-Waste ให้ไวบินไปญี่ปุ่น ฟรี” บินตรงสู่ประเทศญี่ปุ่น เปิดประสบการณ์เรียนรู้กระบวนการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ระดับโลกแบบครบวงจร ตั้งแต่จุดเริ่มต้นในประเทศไทยสู่ปลายทางโรงงานรีไซเคิลชั้นนำของญี่ปุ่น
แคมเปญดังกล่าวได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี มีผลงานคลิปสร้างสรรค์กว่า 159 คลิป และยอดรับชมรวมกว่า 3.5 ล้านวิวทั่วประเทศ พร้อมต่อยอดจาก ‘การรับรู้’ สู่ ‘การลงมือทำ’ ผ่านจุดรับทิ้ง E-Waste กว่า 42 สาขาในพื้นที่ศูนย์การค้าของ Central Group โดยกล่องรับ E-Waste ไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ของแคมเปญ หากแต่เป็นจุดตั้งต้นของเส้นทางรีไซเคิลระดับโลกที่เชื่อมโยงสู่กระบวนการจัดการอย่างถูกต้องและยั่งยืน
หัวใจความร่วมมือระหว่าง AIS, กลุ่มเซ็นทรัล และ Japan Airlines ในครั้งนี้ คือการเชื่อมโยงตั้งแต่ผู้บริโภค จุดรับทิ้ง พื้นที่เชิงพาณิชย์ ไปจนถึงกระบวนการรีไซเคิลที่ได้มาตรฐานระดับสากล สร้างความเชื่อมั่นและแรงจูงใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างยั่งยืน
พร้อมวางรากฐานระบบการจัดการ E-Waste ของประเทศให้เข้มแข็ง โปร่งใส และขยายผลได้ในระยะยาว เพื่อร่วมกันยกระดับประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และสร้างต้นแบบความร่วมมือภาคธุรกิจที่สามารถต่อยอดสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศในวงกว้างอย่างยั่งยืน
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-city/739139&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2_XO6vLBBznG6j3SmjwNdC

