ทายาท “บ้านใหญ่” ผงาด: นิยามและอิทธิพลของกลุ่มลูกเทพ
การจัดตั้งรัฐบาล “อนุทิน 2” ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดถึงการก้าวขึ้นมามีบทบาทนำของ “กลุ่มลูกเทพ” หรือที่รู้จักในนาม “ลูกบังเกิดเกล้า” ซึ่งเป็นการรวมตัวของนักการเมืองรุ่นใหม่ทายาทตระกูลดังในพรรคภูมิใจไทยและพรรคร่วม โดยกลุ่มนี้มีสมาชิกอย่างน้อย 15 คน และมีถึง 9 คนที่มีชื่อลุ้นตำแหน่งรัฐมนตรี แหล่งข่าววงในระบุว่ากลุ่มนี้มี “ลูกนก” ไชยชนก ชิดชอบ เป็นแกนนำหลัก ร่วมกับ “ขิง” เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ที่นำทีม สส. เข้ามาเสริมทัพจนกลายเป็นก๊วนที่ทรงอิทธิพลสูงในการต่อรองเก้าอี้ ครม. ครั้งนี้
แม้แกนนำพรรคจะพยายามสลายความเป็นกลุ่มก้อนเพื่อเอกภาพในการบริหาร แต่กลุ่มลูกเทพถูกมองว่าเป็นฟันเฟืองที่ “ใครแตะก็ลำบาก” เนื่องจากฐานเสียงที่แน่นหนาในพื้นที่ “นี่คือการเปลี่ยนผ่านสู่คนรุ่นใหม่ของบ้านใหญ่ที่จะเข้ามามีบทบาทตัดสินใจนโยบายระดับชาติอย่างเต็มตัว” ส่งผลให้โผ ครม. ชุดใหม่สะท้อนภาพการจัดสรรอำนาจที่เอื้อต่อการสร้างผลงานของคนรุ่นใหม่กลุ่มนี้อย่างเห็นได้ชัด
เปิดโผ ครม. เศรษฐกิจ: ส่องตัวเต็งรัฐมนตรีและกระทรวงเกรดเอ
ในส่วนของโผรายชื่อที่คาดการณ์ กระทรวงพลังงานกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่มีชื่อของ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เป็นตัวเต็งอันดับหนึ่ง ขณะที่กระทรวงมหาดไทย คาดว่านายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล อาจควบตำแหน่งเองหรือส่งไม้ต่อให้ ทรงศักดิ์ ทองศรี โดยมีชื่อของ เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ และ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ จากกลุ่มลูกเทพจ่อรั้งตำแหน่งรัฐมนตรีช่วย ส่วนกระทรวงคมนาคมคาดว่า พิพัฒน์ รัชกิจประการ จะนั่งแท่นรัฐมนตรีว่าการ โดยมี ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ และ สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ เป็นตัวเก็งรัฐมนตรีช่วยเพื่อขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐาน
นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมคาดว่าเป็นของ วราวุธ ศิลปอาชา ขณะที่ตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีมีชื่อของ ภราดร ปริศนานันทกุล และ ตรีนุช เทียนทอง ร่วมชิงเก้าอี้ อีกทั้งยังมี “ซูเปอร์สตาร์” ของกลุ่มอย่าง ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ที่ถูกวางตัวมาเสริมความเข้มแข็งให้คณะรัฐมนตรีชุดนี้ รวมถึง บุณย์ธิดา สมชัยที่มีลุ้นขยับจากโฆษกขึ้นเป็นรัฐมนตรีช่วย เพื่อสร้างมิติใหม่ในการบริหารงานที่คล่องตัวและทันสมัยมากขึ้น
ไทม์ไลน์จัดตั้งรัฐบาล: เร่งสปีดแก้ปัญหาก่อนวิกฤตพลังงานบานปลาย
กระบวนการจัดตั้งรัฐบาลมีกรอบเวลาที่ชัดเจน โดยจะเริ่มรัฐพิธีเปิดสมัยประชุมรัฐสภาในวันที่ 14 มีนาคม 2569 ตามด้วยการเลือกประธานสภาฯ และคาดว่าจะโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 19 มีนาคม
สำหรับการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 7–9 เมษายน ก่อนจะประชุม ครม. นัดแรกในวันที่ 9 เมษายน เพื่อเริ่มบริหารประเทศเต็มตัวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ประชาชนมีการเดินทางและใช้จ่ายสูงสุด
ความเร่งด่วนในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้มีปัจจัยกดดันจากวิกฤตราคาพลังงานและผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเริ่มมีสถานะติดลบ
รัฐบาล “อนุทิน 2” จึงต้องเร่งเข้ามารับช่วงต่อเพื่อออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนทันที โดยแกนนำพรรคระบุว่า “เราต้องการรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มก่อนช่วงสงกรานต์ เพื่อจัดการวิกฤตพลังงานไม่ให้กระทบต่อค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน”
ถือเป็นบททดสอบแรกของกลุ่มลูกเทพที่จะต้องพิสูจน์ฝีมือในการบริหารจริง
บทสรุปและวิเคราะห์ประเด็นสำคัญ
การก้าวเข้ามาของ “กลุ่มลูกเทพ” ใน ครม. อนุทิน 2 ไม่เพียงแต่เป็นการสืบทอดอำนาจจากรุ่นสู่รุ่น แต่ยังสะท้อนถึงการปรับตัวของพรรคการเมืองที่ต้องการใช้ภาพลักษณ์คนรุ่นใหม่เข้ามาชับเคลื่อนเศรษฐกิจ ท่ามกลางวิกฤตพลังงานที่ตึงเครียด
แนวโน้มในอนาคตจึงอยู่ที่การพิสูจน์ว่ารัฐมนตรีหน้าใหม่เหล่านี้จะสามารถบริหารจัดการงบประมาณและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้มีประสิทธิภาพเพียงใด โดยเฉพาะการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันที่กำลังวิกฤต ซึ่งจะเป็นดัชนีชี้วัดความเชื่อมั่นของรัฐบาลชุดนี้ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำงาน
เรียบเรียง : อมรเดช ชูสุวรรณ บรรณาธิการข่าวการเมือง
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/politics/domestic/739193&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2vjVHYhXzpFbFpU5uDxv_L

