การก่อตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษอินชอน หรือ ไอเฟซ ( Incheon Free Economic Zone หรือ IFEZ ) เมื่อปี 2546 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญเชิงกลยุทธ์ของเกาหลีใต้ ในการปรับโครงสร้างระบบเศรษฐกิจจากการพึ่งพาภาคอุตสาหกรรมการผลิตแบบดั้งเดิม ไปสู่การเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีขั้นสูง บริการระดับนานาชาติ และนวัตกรรมอัจฉริยะ
ไอเฟซได้รับการกำหนดให้เป็นเขตเศรษฐกิจเสรีแห่งแรกของประเทศ ภายใต้เป้าหมายในการยกระดับเกาหลีใต้ให้เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์สามแห่ง ได้แก่ ซองโด ( Songdo ) ยองจง ( Yeongjong ) และชองนา ( Cheongna ) บนพื้นที่รวมมากกว่า 209.38 ตารางกิโลเมตร
ความสำเร็จของไอเฟซไม่เพียงแต่สะท้อนผ่านตัวเลขการลงทุนจากต่างประเทศ ( เอฟดีไอ ) ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ยังรวมถึงการสร้างแบบจำลองเมืองอัจฉริยะ หรือ สมาร์ตซิตี ที่กลายเป็นสินค้าส่งออกเชิงนโยบายไปยังนานาประเทศ รวมถึงไทย ที่ความร่วมมือระหว่างสองประเทศทวีความเข้มข้นขึ้น ผ่านกรอบการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ( อีอีซี ) และความร่วมมือระดับท้องถิ่นระหว่างกรุงเทพมหานครกับเทศบาลเมืองอินชอน
การออกแบบไอเฟซตั้งอยู่บนพื้นฐานของการแบ่งเขตอุตสาหกรรมเฉพาะทาง เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันระดับสากล โดยแต่ละเมืองภายในเขตเศรษฐกิจพิเศษมีภารกิจหลักที่แตกต่างกัน แต่ส่งเสริมซึ่งกันและกันผ่านโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งที่เชื่อมโยงทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ

เมืองซองโดเป็นเมืองที่เกิดจากการถมทะเล ซึ่งเริ่มต้นโครงการมาตั้งแต่ปี 2537 และได้รับการพัฒนาให้เป็นหัวใจสำคัญของไอเฟซ ในด้านธุรกิจระหว่างประเทศและอุตสาหกรรมฐานความรู้ ปัจจุบัน เมืองซองโดมีประชากรประมาณ 167,000 คน และเป็นที่ตั้งขององค์กรระหว่างประเทศหลายแห่ง และสถานศึกษาในวิทยาเขตร่วมระดับโลก
จุดเด่นที่สุดของเมืองซองโดในเวลานี้ คือการพัฒนาสู่การเป็น “Bio Mega Cluster” ระดับโลก เมืองซองโดได้รับการจัดอันดับให้เป็นพื้นที่ซึ่งมีขีดความสามารถในการผลิตยารายเดียว ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกในด้านการรับจ้างพัฒนาและผลิตยา การเข้ามาของบริษัทระดับสมอเรือ อย่าง “ซัมซุง ไบโอโลจิกส์” และ “เซลเทรียน” สร้างแรงดึงดูดมหาศาล ให้แก่ห่วงโซ่อุปทานต้นน้ำและปลายน้ำ
วิสัยทัศน์ปี 2040 หรือพ.ศ. 2583 ของเมืองซองโดมุ่งเน้นไปที่การสร้าง “Bio Super-Gap” หรือการสร้างระยะห่างของขีดความสามารถในการแข่งขันเหนือคู่แข่งระดับโลก โดยมีการขยายพื้นที่อุตสาหกรรมในเขต 11 จาก 990,000 ตารางเมตร เป็น 1,320,000 ตารางเมตร เพื่อรองรับการขยายโรงงานผลิตใหม่ของ ซัมซุง ไบโอโลจิกส์ และศูนย์วิจัยของบริษัทข้ามชาติอีกหลายแห่ง
ด้านเมืองยองจงได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด “Aerotropolis” หรือเมืองท่าอากาศยานที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีท่าอากาศยานนานาชาติอินชอนเป็นศูนย์กลาง พื้นที่แห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นหัวใจของการขนส่งโลจิสติกส์ระดับโลก แต่ยังเป็นศูนย์กลางการพักผ่อนและการท่องเที่ยวเชิงบูรณาการ การพัฒนาในเมืองยองจงมุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมการบิน โลจิสติกส์ และการท่องเที่ยวระดับพรีเมียม
ปัจจุบัน เมืองยองจงเป็นที่ตั้งของรีสอร์ตครบวงจรและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสันทนาการขนาดใหญ่ รวมถึงโครงการ “K-Con Land” ที่มุ่งหวังจะให้เป็นศูนย์รวมคอนเทนต์วัฒนธรรมเกาหลี และเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก นอกจากนี้ เมืองยองจงยังมีบทบาทสำคัญในการเป็นที่พักอาศัยและศูนย์บริการสำหรับบุคลากร ในอุตสาหกรรมการบินและผู้มาเยือนจากต่างประเทศ
ส่วนเมืองชองนาถูกวางตำแหน่งให้เป็นเขตธุรกิจ ที่ออกแบบมาเพื่อการเงินระหว่างประเทศ ความบันเทิง การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมเกม นอกจากนี้ ยังมีแผนการพัฒนาด้านการผลิตส่วนประกอบไฮเทคและหุ่นยนต์ หนึ่งในโครงการสำคัญที่กำลังดำเนินการคือ “สตาร์ฟิลด์ ชองนา” ซึ่งเป็นการลงทุนมูลค่ามหาศาลเพื่อสร้างพื้นที่ค้าปลีกและสนามกีฬาเอนกประสงค์ที่ทันสมัย
ความสำคัญของเมืองชองนาอยู่ที่ การเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่ชายฝั่งกับแผ่นดินใหญ่ของเมืองอินชอน โดยมีเป้าหมายในการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจ ที่เน้นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีอัจฉริยะและการใช้ชีวิตที่มีคุณภาพ ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์การเติบโตที่ยั่งยืนของไอเอฟอีซี
ปัจจัยความสำเร็จอีกประการหนึ่งของไอเฟซ คือระบบแรงจูงใจที่ครอบคลุมและเอื้อต่อการทำธุรกิจของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งรวมถึงมาตรการทางภาษี การสนับสนุนด้านการบริหารจัดการ และการปรับปรุงสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยสำหรับชาวต่างชาติ
ผลลัพธ์จากนโยบายเหล่านี้เห็นได้ชัดจากตัวเลขเอฟดีไอที่เข้าสู่ไอเฟซ เมื่อปี 2568 ซึ่งสูงถึง 553.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 17,767.35 ล้านบาท ) ณ ไตรมาสที่สาม คิดเป็น 92.3% ของเป้าหมายประจำปี การลงทุนส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในอุตสาหกรรมเชิงยุทธศาสตร์ เช่น เทคโนโลยีชีวภาพ เซมิคอนดักเตอร์ และพลังงานหมุนเวียน โดยมีการลงทุนที่สำคัญจากบริษัทระดับโลกหลายแห่ง
สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเขตเศรษฐกิจพิเศษอินชอนมีความก้าวหน้าอย่างมาก โดยเฉพาะการใช้ไอเฟซเป็นต้นแบบ สำหรับการพัฒนาเขตพัฒนาอีอีซี ซึ่งมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ ( เอ็มโอยู ) และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในหลายระดับ ไอเฟซและอีอีซีมีเป้าหมายในการดึงดูดอุตสาหกรรมเป้าหมายที่เหมือนกัน เช่น อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร ดิจิทัล และอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ และอีอีซีศึกษาระบบสิทธิประโยชน์และศูนย์บริการเบ็ดเสร็จของไอเฟซ เพื่อลดอุปสรรคทางกฎหมายและอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน
หนึ่งในตัวอย่างซึ่งเป็นรูปธรรมที่สุดของความร่วมมือระดับองค์กร คือการลงนามในเอ็มโอยู ระหว่างบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด ( มหาชน ) ของไทยกับอินชอน สมาร์ตซิตี คอร์ปอเรชัน เมื่อปี 2560 ความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อร่วมกันศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนา “Korean Smart City Zone” ภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จังหวัดชลบุรี ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ของอีอีซี
ภายใต้ข้อตกลงเกาหลีใต้จะถ่ายทอดประสบการณ์เชิงนโยบาย และเทคนิคในการสร้างเมืองที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการบริหารจัดการพลังงาน การคมนาคม และการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน การที่อมตะนำโมเดลจากอินชอนมาประยุกต์ใช้ ช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุนชาวเกาหลีใต้ที่กำลังพิจารณาย้ายฐานการผลิตจากจีนมายังไทย เพื่อใช้เป็นประตูสู่ตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ขณะที่ความร่วมมือระดับเมืองระหว่างกรุงเทพมหานครกับเทศบาลนครอินชอน เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ เมื่อเดือนพ.ค. 2566 โดยเน้นย้ำถึงความร่วมมือในด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ การส่งเสริมการท่องเที่ยว และการป้องกันภัยพิบัติ ต่อมาในปี 2567 ความร่วมมือนี้ได้พัฒนาไปสู่การแลกเปลี่ยนบุคลากร นอกจากนี้ ทั้งสองเมืองยังมีการหารือเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เหมือนกัน เช่น การจัดการฝุ่นละอองพีเอ็ม 2.5 และการฟื้นฟูคลองในพื้นที่เมือง
การร่วมมือกันในลักษณะนี้ไม่เพียงแต่ช่วยพัฒนาศักยภาพของบุคลากรไทย แต่ยังเป็นการสร้างเครือข่ายที่อำนวยความสะดวกให้นักลงทุนจากเมืองอินชอนสามารถเข้ามาหาโอกาสทางธุรกิจในกรุงเทพมหานครได้ง่ายขึ้น ผ่านความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานปกครอง
แม้ปัจจุบันการลงทุนส่วนใหญ่ในไอเฟซ จะมาจากประเทศตะวันตกและญี่ปุ่น แต่สำหรับบริษัทไทยขนาดใหญ่ที่มีความพร้อมทางเทคโนโลยีและเงินทุน ไอเฟซนำเสนอโอกาสในหลายมิติที่สอดคล้องกับเทรนด์โลก อุตสาหกรรมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ด้วยวิสัยทัศน์ของไอเฟซ ที่ต้องการเป็น “Wellness City” บริษัทไทยที่มีความแข็งแกร่งในธุรกิจบริการสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์สามารถมองหาโอกาสในเมืองซองโดหรือเมืองยองจงได้
ขณะเดียวกัน การใช้ไอเฟซเป็นฐานในการกระจายสินค้าไทยเข้าสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจ ท่าอากาศยานอินชอนและท่าเรืออินชอนมีขีดความสามารถในการรองรับสินค้าอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนและการขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิ ซึ่งจำเป็นมากสำหรับสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูปของไทย การตั้งคลังสินค้าอัจฉริยะในเขตเสรีการค้าของยองจงจะช่วยลดต้นทุนและเวลา ในการเข้าถึงผู้บริโภคในเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และจีน
ภายในปี 2583 ไอเฟซกำลังก้าวข้ามขอบเขตของเมืองอัจฉริยะ ไปสู่การเป็น “เอไอซิตี” ตามการประกาศ “แผนริเริ่มเอไอ” เมื่อปลายปี 2568 แผนการนี้มุ่งเน้นการใช้ปัญญาประดิษฐ์เป็น “สมองกลาง” ในการบริหารจัดการเมือง ซึ่งรวมถึงระบบความปลอดภัยอัจฉริยะที่ใช้ซีซีทีวี วิเคราะห์วัตถุแบบเรียลไทม์ และระบบคมนาคมที่ปรับเปลี่ยนตามข้อมูลจราจรที่เรียนรู้ได้เอง
การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวมีความสำคัญและน่าสนใจสำหรับไทยอย่างยิ่ง เนื่องจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ( สศด.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาสมาร์ตซิตีในไทย สามารถใช้ไอเฟซเป็นห้องทดลองระดับนโยบาย เพื่อศึกษาผลกระทบของการใช้เอไอในวงกว้าง
ความสำเร็จของเขตเศรษฐกิจพิเศษอินชอนไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย แต่เกิดจากการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างวิสัยทัศน์ทางอุตสาหกรรมที่ชัดเจน สิทธิประโยชน์ที่จูงใจ และความยืดหยุ่นในการปรับตัวเข้าสู่เทคโนโลยีอนาคตอย่างเอไอ และเทคโนโลยีชีวภาพ
สำหรับไทย การรักษาความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับไอเฟซ ผ่านกรอบความร่วมมือของอีอีซี และกรุงเทพมหานคร เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ บริษัทไทยสามารถพิจารณาไอเฟซไม่ใช่เพียงแค่สถานที่ตั้งโรงงาน แต่เป็น “แพลตฟอร์ม” ในการเข้าถึงนวัตกรรมและพันธมิตรระดับโลก ขณะที่รัฐบาลไทยควรใช้ความสำเร็จของเทศบาลเมืองอินชอน ในการปรับปรุงกฎระเบียบและสิทธิประโยชน์ของอีอีซีให้มีความคล่องตัวและจูงใจนักลงทุนต่างชาติได้ทัดเทียมกันในระยะยาว
การสร้างความเชื่อมโยงระหว่างระบบนิเวศนวัตกรรมของสองประเทศ จะนำไปสู่ความมั่งคั่งร่วมกันในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล และเทคโนโลยีชีวภาพที่กำลังจะมาถึง.
ภัทราพร ไพบูลย์ศิลป
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/articles/5790943/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0NJdmuE65WSk_F9naTqeDi

