เกรียงไกร สิริรักษ์ รองประธานวุฒิสภาและประธานคณะผู้แทนรัฐสภาไทยในการประชุม APA ได้พบหารือกับ ฮามีดเรซา ฮาญีบอบออี รองประธานสภาที่ปรึกษาอิสลามแห่งอิหร่าน นอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่สมาชิกรัฐสภาเอเชีย ครั้งที่ 16 โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างสองประเทศและความท้าทายในระดับนานาชาติ
ฮาญีบอบออี กล่าวถึงความสัมพันธ์กว่า 70 ปีของอิหร่านและไทย รวมถึงบทบาททางประวัติศาสตร์ของบุคคลสำคัญอย่าง “เชคอะหมัด กุมมี” ในการเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมระหว่างสองชาติ พร้อมระบุว่า โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังแสวงหาอำนาจนำรูปแบบใหม่ของโลก โดยมองตนเองเป็นบรรทัดฐานของกติกาทั้งหมด การแทรกแซงทรัพยากรของชนชาติอื่น การกดดันยุโรป เวเนซุเอลา และการสังหารประชาชนในฉนวนกาซา สะท้อนถึงความไร้ความรับผิดชอบทางการเมือง การละเมิดบรรทัดฐานอย่างต่อเนื่องของสหรัฐฯ ได้นำไปสู่ลักษณะของลัทธิฟาสซิสต์ที่กำลังคุกคามโลก
เขาย้ำว่า อิหร่านมีศักยภาพในการต่อต้านการแทรกแซงจากภายนอกโดยอาศัยการสนับสนุนของประชาชน พร้อมระบุว่าพลังของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านเกิดจากสามองค์ประกอบหลัก ได้แก่ “การมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ของประชาชน” “อารยธรรมที่มีอายุหลายพันปี” และ “อิสลามที่แท้จริงตามแนวทางของท่านนบีมูฮัมหมัด” ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ศัตรูต้องล่าถอยในสงคราม 12 วัน และยอมรับความพ่ายแพ้ในเหตุวุ่นวายก่อการร้ายครั้งล่าสุดซึ่งมีทรัมป์อยู่เบื้องหลังโดยตรง เขาแสดงความคาดหวังว่า ในการประชุมสมัชชาใหญ่วันถัดไป ประเทศในเอเชีย 44 ประเทศจะยืนหยัดแสดงจุดยืนที่เข้มแข็งต่อความผิดปกติในเวทีระหว่างประเทศและแนวทางแบบฝ่ายเดียว
ด้านรองประธานวุฒิสภาไทย กล่าวถึงความสัมพันธ์อันเป็นมิตรและยาวนานระหว่างสองประเทศ พร้อมระบุว่า ไทยติดตามสถานการณ์ในอิหร่านอย่างใกล้ชิดด้วยความห่วงใย และเห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเคารพอธิปไตยของรัฐต่าง ๆ ไทยเน้นย้ำการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีผ่านการเจรจา และการเคารพกฎบัตรสิทธิมนุษยชน เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
เขากล่าวถึงรากฐานภายในของความเคลื่อนไหวล่าสุดในอิหร่าน โดยระบุว่า อิหร่านเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ และไทยเข้าใจว่าความเปลี่ยนแปลงและปัญหาที่เกิดขึ้น เป็นผลจากการแทรกแซงของประเทศที่สาม ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับปัญหาจากการแทรกแซงภายนอกในพื้นที่ภาคใต้ของไทย เขากล่าวว่า ไทยรับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในอิหร่าน แต่เชื่อว่าอิหร่านเป็นประเทศเอกราช และมีเพียงประชาชนชาวอิหร่านเท่านั้นที่ควรกำหนดรูปแบบการปกครองของตนเอง
ในตอนท้าย เขาได้กล่าวถึงศักยภาพของไทยในการผลิตอาหารฮาลาลและการเตรียมเสนอแนวคิดดังกล่าวในการประชุมวันถัดไป พร้อมย้ำว่า อัตลักษณ์ของอิหร่านตั้งอยู่บนพื้นฐานของประชาชน อารยธรรม และ อิสลาม ซึ่งรากฐานเหล่านี้ทำให้อิหร่านสามารถยืนหยัดต่อแรงกดดันต่าง ๆ ได้ และแสดงความหวังว่าสันติภาพและเสถียรภาพอย่างสมบูรณ์จะกลับคืนสู่อิหร่านในเร็ววัน
