🔹 ดร. ลารีญานี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน กล่าวว่า
🔹 ประเด็นที่คุณพูดถึงเป็นเรื่องในอดีต ขณะนี้ในการเจรจาได้ตกลงกันว่าจะหารือเฉพาะประเด็นนิวเคลียร์เท่านั้น และหัวข้ออื่นใดจะทำให้การเจรจาสะดุด
🔹 ประเด็นขีปนาวุธไม่เกี่ยวข้องกับการเจรจา และถือเป็นเรื่องความมั่นคงแห่งชาติของอิหร่าน ดังนั้นจะไม่มีการพูดถึงในกรอบการเจรจาครั้งนี้
🔹 สิ่งที่ถูกหยิบยกในประเด็นนิวเคลียร์อยู่ในทิศทางที่เหมาะสม และทั้งสองฝ่ายสามารถใช้เป็นพื้นฐานในการหารือได้
🔹 นายทรัมป์ประกาศว่าเป้าหมายของการเจรจาคือเพื่อไม่ให้อิหร่านมุ่งสู่การครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งอิหร่านเห็นด้วยกับหลักการนี้ และพร้อมเจรจาในเรื่องดังกล่าว
🔹 ในแง่ของข้อเรียกร้องต่าง ๆ อิหร่านไม่ได้เจรจากับอิสราเอล แต่เจรจากับสหรัฐฯ โดยตรง
🔹 สหรัฐฯ เข้ามาเกี่ยวข้องในประเด็นนี้ แต่อิสราเอลพยายามเข้ามาแทรกแซงและทำให้การเจรจาล้มเหลว
🔹 อิสราเอลมีบทบาทเชิงผจญภัยในภูมิภาค ไม่เพียงต่ออิหร่าน แต่รวมถึงกาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และตุรกีด้วย
🔹 ผู้นำประเทศในภูมิภาคต่างทราบว่าอิสราเอลมีแผนสร้างความปั่นป่วนในภูมิภาค และไม่ได้มุ่งเป้าเฉพาะอิหร่านเท่านั้น
🔹 อิหร่านมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและดีมากกับตุรกีมาโดยตลอด แม้ในช่วงวิกฤตรัฐประหาร อิหร่านก็ให้ความช่วยเหลือเพื่อให้สถานการณ์คลี่คลาย
🔹 กับซาอุดีอาระเบีย ในอดีตก็มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด โดยเฉพาะในสมัยกษัตริย์อับดุลลอฮ์ และการเยือนของประธานาธิบดีอิหร่านในช่วงก่อนหน้านั้น
🔹 อิหร่านยังมีความสัมพันธ์ฉันมิตรกับอียิปต์ และมีการเดินทางเยือนเพื่อแก้ไขประเด็นต่าง ๆ
🔹 แม้จะมีแรงกดดันจากสหรัฐฯ ต่อประเทศเหล่านี้ แต่อิหร่านยังคงรักษาความสัมพันธ์ที่เป็นมิตรและให้เกียรติกับประเทศสำคัญในภูมิภาค
🔹 แม้อาจมีความเห็นต่างในบางประเด็น เช่น ปาเลสไตน์ แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นศัตรูกัน
