
ศธ.ไฟเขียวเพิ่มชุดนักเรียนเด็กเปราะบาง-ปรับหลักสูตรอิสลามศึกษา
วันที่ 17 มีนาคม 2569 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ครั้งที่ 1/2569 ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบมาตรการสำคัญหลายด้าน เพื่อยกระดับคุณภาพและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของผู้เรียนในโรงเรียนเอกชน
หนึ่งในมาตรการสำคัญคือ การอนุมัติ (ร่าง) ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชน โดยเพิ่มเงินอุดหนุนค่าเครื่องแบบนักเรียนอีก 1 ชุด สำหรับนักเรียนยากจนที่ผู้ปกครองถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงกลุ่มเปราะบางได้อย่างตรงจุด และลดภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือน
มาตรการดังกล่าวจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในปีการศึกษา 2569 เป็นต้นไป โดยมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) จัดทำรายละเอียดแนวทางการเบิกจ่ายและการดำเนินงานเสนอรัฐมนตรีลงนามต่อไป
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังเห็นชอบ (ร่าง) หลักสูตรอิสลามศึกษาสำหรับโรงเรียนเอกชนในระบบฉบับใหม่ ซึ่งถือเป็นการปรับปรุงครั้งใหญ่ในรอบกว่า 20 ปี นับจากหลักสูตรเดิมปี 2546 เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน และบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลง
หลักสูตรใหม่นี้ ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากสถานศึกษาเอกชนสอนศาสนาทั่วประเทศ และได้รับการตรวจสอบความถูกต้องตามหลักศาสนาจาก สำนักจุฬาราชมนตรี เพื่อให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาทั้งด้านวิชาการและคุณธรรมตามมาตรฐานสากล โดยจะเริ่มใช้ในปีการศึกษา 2569 เช่นกัน
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบการจัดทำระบบ “ทะเบียนอิเล็กทรอนิกส์กลาง” สำหรับครู บุคลากร และนักเรียนในโรงเรียนเอกชน เพื่อรองรับการบริหารจัดการข้อมูลในยุคดิจิทัล โดยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย และลดภาระงานเอกสารของครู
ในด้านการบริหารสถานศึกษา ที่ประชุมมีมติอนุญาตให้ยกเว้นคุณสมบัติบางประการตามกฎหมายโรงเรียนเอกชน เพื่อให้พระสงฆ์สามารถทำหน้าที่ผู้แทนผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนในบางกรณีได้ เพื่อแก้ปัญหาการบริหารงานในพื้นที่และให้การจัดการศึกษาดำเนินต่อเนื่อง
พร้อมกันนี้ ยังรับทราบความคืบหน้าการปรับปรุงระบบเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลของครูโรงเรียนเอกชน ให้เป็นระบบเรียลไทม์ โดยเชื่อมโยงกับระบบของ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งมีความพร้อมแล้ว และเตรียมเปิดใช้งานระยะแรกในวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 โดยจะเริ่มนำร่องในโรงพยาบาลระดับจังหวัดและอำเภอ
ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับคุณภาพการศึกษาเอกชน ควบคู่กับการลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/general-news/654142&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3iIv5Q8Ob0Jg1fWIF1E3Ua

