ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คำว่า “ล้งจีน” กลายเป็นคำที่ปรากฏอยู่ในข่าวสารด้านการเกษตรอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ปลูกผลไม้สำคัญของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นภาคตะวันออก ภาคใต้ หรือบางพื้นที่ของภาคกลาง ทุกครั้งที่เกิดปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ หรือเกิดข้อถกเถียงเรื่องการกำหนดราคารับซื้อ มักจะมีคำว่า “ล้งจีน” ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็น จนทำให้สังคมตั้งคำถามว่า แท้จริงแล้ว “ล้งจีน” คืออะไร และกำลังมีบทบาทมากเพียงใดในโครงสร้างการค้าผลไม้ของไทย
คำว่า “ล้ง” มีรากมาจากภาษาจีนแต้จิ๋ว ใช้เรียกโกดังหรือสถานที่รับซื้อสินค้าเกษตร โดยเฉพาะผลไม้ ก่อนจะนำไปคัดแยกคุณภาพ บรรจุหีบห่อ และส่งออกไปยังต่างประเทศ เมื่อประกอบกับคำว่า “จีน” จึงหมายถึงโรงคัดบรรจุผลไม้หรือจุดรับซื้อผลไม้ที่มีนักลงทุนจีนเข้ามาดำเนินธุรกิจ หรือมีเครือข่ายตลาดปลายทางอยู่ในประเทศจีน
ในทางปฏิบัติ ล้งจีนทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางสำคัญในห่วงโซ่การค้าผลไม้ เริ่มตั้งแต่การรับซื้อผลผลิตจากสวน คัดเกรดคุณภาพ บรรจุสินค้า ไปจนถึงการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีนซึ่งถือเป็นตลาดผู้บริโภคผลไม้รายใหญ่ของโลก ผลไม้ไทยหลายชนิด เช่น ทุเรียน มังคุด ลำไย และมะพร้าวน้ำหอม ล้วนต้องผ่านกระบวนการของล้งก่อนจะเดินทางไปถึงผู้บริโภคปลายทาง
การขยายตัวของล้งจีนในประเทศไทยส่วนหนึ่งมาจากความต้องการผลไม้ในตลาดจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นักลงทุนจีนจำนวนไม่น้อยเลือกเข้ามาลงทุนตั้งโรงคัดบรรจุในประเทศไทย เพื่อควบคุมคุณภาพสินค้าให้ตรงกับมาตรฐานของตลาดปลายทาง พร้อมทั้งลดขั้นตอนการซื้อขายผ่านพ่อค้าคนกลาง ทำให้สามารถบริหารจัดการการส่งออกได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ในหลายพื้นที่ ล้งยังทำหน้าที่คล้ายแหล่งทุน โดยมีการให้เงินล่วงหน้าแก่เกษตรกร หรือทำสัญญารับซื้อผลผลิตล่วงหน้า ทำให้เกษตรกรมีตลาดรองรับผลผลิตที่แน่นอนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ระบบดังกล่าวก็ทำให้เกษตรกรบางส่วนต้องผูกพันกับผู้รับซื้อรายเดิม และอาจมีทางเลือกในการขายผลผลิตจำกัด
ประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาถกเถียงอย่างต่อเนื่อง คือเรื่อง อำนาจต่อรองในตลาด เกษตรกรหลายพื้นที่สะท้อนว่า เมื่อมีผู้รับซื้อรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย ราคาผลผลิตอาจถูกกำหนดจากผู้ซื้อเป็นหลัก ทำให้ผู้ปลูกผลไม้จำนวนหนึ่งต้องจำใจขายผลผลิตในราคาที่ต่ำกว่าที่คาดหวัง
นอกจากนี้ ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับการใช้ตัวแทนคนไทยถือครองกิจการแทนนักลงทุนต่างชาติ หรือที่เรียกว่า “นอมินี” ซึ่งเป็นเรื่องที่หน่วยงานภาครัฐต้องเข้ามาตรวจสอบอย่างจริงจัง เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปตามกฎหมายไทย
ปัจจุบันหลายหน่วยงานพยายามเข้ามากำกับดูแลระบบล้งมากขึ้น ทั้งในด้านการตรวจสอบการถือครองธุรกิจ การควบคุมมาตรฐานโรงคัดบรรจุ และการส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มในรูปแบบสหกรณ์ เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองในตลาด
แม้จะมีข้อถกเถียงหลายด้าน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ล้งจีน” ได้กลายเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของการค้าผลไม้ไทย ที่เชื่อมโยงสวนผลไม้ของเกษตรกรกับตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ในต่างประเทศ
คำถามสำคัญในเวลานี้จึงไม่ใช่เพียงว่า “ล้งจีน” ดีหรือไม่ดี หากแต่อยู่ที่ว่า ประเทศไทยจะสามารถวางกติกาและโครงสร้างตลาดให้เกิดความสมดุลระหว่างนักลงทุน ผู้ส่งออก และเกษตรกรไทยได้อย่างไร
เพราะหากปล่อยให้โครงสร้างตลาดกระจุกตัวอยู่ในมือของผู้ซื้อเพียงไม่กี่ราย ปัญหาเรื่อง อำนาจต่อรอง ราคา และความเป็นธรรมในระบบการค้าผลไม้ไทย ก็อาจยังคงเป็นคำถามที่ต้องหาคำตอบต่อไป.
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5676746/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ul5eBzu98OiRl5iTE9uLX

