เงินเดือน สส. – ทีมงาน สส. 1,455 ล้านบาท/ปี
ตำแหน่ง สส. มีค่าตอบแทนเป็นเงินประจำตำแหน่ง เดือนละ 71,230 บาท และได้รับเงินเพิ่มอีกเดือนละ 42,330 บาท รวมเป็นเดือนละ 113,560 บาท ตั้งแต่วันเริ่มต้นมีสมาชิกภาพ สส. (ตาม รธน.60 มาตรา 100 นับตั้งแต่วันเลือกตั้ง)
หาก สส. ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีด้วย ต้องรับเงินตำแหน่งรัฐมนตรีอย่างเดียว ไม่มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่ง สส.
กรณี สส.เป็นประธานสภาฯ รองประธานสภาฯ ผู้นำฝ่ายค้าน จะได้รับเงินประจำตำแหน่งและเงินเพิ่มในอีกอัตรา
– ประธานสภาฯ เงินประจำตำแหน่ง 75,590 บาท/เดือน ได้รับเงินเพิ่มอีก 50,000 บาท/เดือน รวม 125,590 บาท/เดือน
– รองประธานสภาฯ เงินประจำตำแหน่ง 73,240 บาท/เดือน ได้รับเงินเพิ่มอีก 42,500 บาท/เดือน รวม 115,740 บาท/เดือน
– ผู้นำฝ่ายค้าน เงินประจำตำแหน่ง 73,240 บาท/เดือน ได้รับเงินเพิ่มอีก 42,500 บาท/เดือน รวม 115,740 บาท/เดือน
ผู้ช่วยประจำตัว (สูงสุด 8 ตำแหน่ง)
– ผู้เชี่ยวชาญประจำตัว สส. จำนวน 1 อัตรา ค่าตอบแทน 24,000 บาท/เดือน มีหน้าที่ให้คำแนะนำปรึกษาทางด้านวิชาการที่เป็นประโยชน์ให้แก่ สส.
– ผู้ชำนาญการประจำตัว สส. จำนวน 2 อัตรา ค่าตอบแทน 15,000 บาท/เดือน เป็นผู้ช่วยดำเนินงานภายในสภา หน้าที่ศึกษาค้นคว้า หาข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อกฎหมาย
– ผู้ช่วยดำเนินงานของ สส. จำนวน 5 อัตรา ค่าตอบแทน 15,000 บาท/เดือน เป็นผู้ช่วยดำเนินงานที่นอกเหนือจากที่บัญญัติไว้ในกฎหมายและรับผิดชอบตามที่ สส.กำหนด
ปรับเพิ่มเงินเดือน ‘ทีมงาน สส.’
เม.ย.2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ระเบียบรัฐสภาฉบับใหม่ ปรับเพิ่มอัตราค่าตอบแทน ทีมงาน สส. – สว. และ คณะกรรมาธิการ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
ผู้เชี่ยวชาญประจำตัว สส. จำนวน 1 อัตรา ค่าตอบแทน 28,800 บาท/เดือน จากเดิม 24,000 บาท/เดือน
ผู้ชำนาญการประจำตัว สส. จำนวน 2 อัตรา ค่าตอบแทน 18,000 บาท/เดือน จากเดิม 15,000 บาท/เดือน
ผู้ช่วยดำเนินงาน สส. จำนวน 5 อัตรา ค่าตอบแทน 18,000 บาท/เดือน จากเดิม 15,000 บาท/เดือน
สรุป
เงินเดือน สส. 113560 + ทีมงาน 8 คน = 242,560 บาท/เดือน
เงินเดือน สส. + ทีมงาน สส. ทั้งสภา = 121,280,000 บาท/เดือน
เงินเดือน สส. + ทีมงาน สส. ทั้งสภา = 1,455,360,000 บาท/ปี
สิทธิประโยชน์ สส. ค่าอาหาร 1,000 บาท/วัน
– เบี้ยประชุม/วัน แบ่งเป็น ประชุม กรรมาธิการ 1,500 บาท/วัน และ ประชุม อนุกรรมาธิการ 800 บาท/วัน
– ค่าอาหาร ตามระเบียบรัฐสภาว่าด้วยการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการบริหารงานของส่วนราชการ สังกัดรัฐสภา พ.ศ.2557 เบิกจ่ายในอัตราไม่เกิน 1,000 บาท/คน/วัน(รวมค่าอาหารว่าง เครื่องดื่ม ค่าอาหารกลางวัน ค่าอาหารเย็น ภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าบริการต่างๆ)
– เบิกค่าเดินทาง ได้แก่ เครื่องบิน รถไฟ รถประจำทาง พาหนะส่วนตัว อ้างอิงอัตราค่าใช้จ่าย ตาม พ.ร.ฎ.ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการที่ให้นำมาใช้บังคับโดยอนุโลม
– สวัสดิการรักษาพยาบาลในระหว่างดำรงตำแหน่ง ได้แก่ เงินชดเชยค่าใช้จ่าย ในการการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาล อุบัติเหตุฉุกเฉิน ตรวจสุขภาพประจำปี ซึ่ง สส. สามารถนำใบเสร็จรับเงินมาเบิกได้ภายใน 1 ปี
เงินทุนเลี้ยงชีพอดีต สส.
– สิทธิเงินทุนเลี้ยงชีพ ผ่าน ‘กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา’ อยู่ในกำกับสำนักงานสภาผู้แทนราษฎร คล้ายกองทุนประกันสังคม เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงและเป็นทุนหมุนเวียนให้แก่ผู้ที่เคยเป็น สส. และ สว. โดยไม่ได้รับตลอดชีพ แต่ให้ได้รับเป็นระยะเวลา 2 เท่า ของเวลาสำหรับคำนวณเงินทุนเลี้ยงชีพ และ จะระงับสิทธิชั่วคราวในกรณีกลับเข้าไปเป็นสมาชิกรัฐสภาอีกครั้ง
– ระเบียบคณะกรรมการกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ข้อ 29 ว่า ให้ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ตามข้อ 27 มีสิทธิได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพเป็นรายเดือน โดยให้ได้รับเป็นระยะเวลา 2 เท่าของเวลาสำหรับคำนวณเงินทุนเลี้ยงชีพ ตามเกณฑ์ดังนี้
(1) มีเวลาสำหรับคำนวณเงินทุนเลี้ยงชีพ ตั้งแต่ 1 เดือน แต่ไม่ถึง 12 เดือน ให้ได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพร้อยละ 30 ของเงินประจำตำแหน่งเดือนสุดท้าย โดยให้ได้รับเป็นระยะเวลา 4 เท่าของเวลาสำหรับคำนวณเงินทุนเลี้ยงชีพ
(2) มีเวลาสำหรับคำนวณเงินทุนเลี้ยงชีพ ตั้งแต่ 12 เดือน แต่ไม่ถึง 48 เดือน ให้ได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพร้อยละ 30 ของเงินประจำตำแหน่งเดือนสุดท้าย
(3) มีเวลาสำหรับคำนวณเงินทุนเลี้ยงชีพ ตั้งแต่ 48 เดือน แต่ไม่ถึง 96 เดือน ให้ได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพร้อยละ 35 ของเงินประจำตำแหน่งเดือนสุดท้าย
(4) มีเวลาสำหรับคำนวณเงินทุนเลี้ยงชีพ ตั้งแต่ 96 เดือน แต่ไม่ถึง 144เดือน ให้ได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพร้อยละ 40 ของเงินประจำตำแหน่งเดือนสุดท้าย
(5) มีเวลาสำหรับคำนวณเงินทุนเลี้ยงชีพ ตั้งแต่ 144 เดือน แต่ไม่ถึง 192 เดือน ให้ได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพร้อยละ 45 ของเงินประจำตำแหน่งเดือนสุดท้าย
(6) มีเวลาสำหรับคำนวณเงินทุนเลี้ยงชีพ ตั้งแต่ 192 เดือน แต่ไม่ถึง 240 เดือน ให้ได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพร้อยละ 50 ของเงินประจำตำแหน่งเดือนสุดท้าย
(7) มีเวลาสำหรับคำนวณเงินทุนเลี้ยงชีพ ตั้งแต่ 240 เดือน แต่ไม่ถึง 288เดือน ให้ได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพร้อยละ 55 ของเงินประจำตำแหน่งเดือนสุดท้าย
(8) มีเวลาสำหรับคำนวณเงินทุนเลี้ยงชีพ ตั้งแต่ 288 เดือนขึ้นไป ให้ได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพร้อยละ 60 ของเงินประจำตำแหน่งเดือนสุดท้าย
ตัวเลขของ ‘เงินทุนเลี้ยงชีพ’ สำหรับผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ในปีงบฯ 2567 มีการจัดสรร 207,289,611.31 บาท (ปี 2566 จำนวน 184,914,098.08 บาท) เพิ่มขึ้นจากปี 2566 จำนวน 22,375,513.23 บาท
ส่วนค่ารักษาพยาบาล ข้อ 32 ระบุว่า อนุมัติจ่ายเงินครั้งละไม่เกิน 130,000 บาท/ปี
กรณีทุพลภาพ เดิมระบุว่ามีการจ่ายให้ 5,000 บาท/เดือน (พ.ย. 2567 แก้ไขเป็น 15,000 บาท/เดือน)
สำหรับการช่วยเหลือ ทุนการศึกษาบุตร ข้อ45 ระบุไว้ว่า ให้ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาภายหลังวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ มีสิทธิได้รับเงินจากกองทุน ในกรณีการให้การศึกษาบุตรสำหรับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งเข้ารับการศึกษาตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่หนึ่งจนถึงระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าได้เพียงคนที่ 1 และคนที่ 2 ไม่รวมบุตรบุญธรรม หรือบุตรซึ่งได้ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่น
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/politics/parliament-member-17mar26&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2oNUArBtGAAZSnxdBRAi2W

