• Sat. Mar 7th, 2026

แถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน เพื่อตอบโต้แถลงการณ์แทรกแซงกิจการภายในของประเทศสมาชิกกลุ่ม G7

กระทรวงการต่างประเทศของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประณามอย่างรุนแรงต่อแถลงการณ์ที่มีลักษณะแทรกแซงกิจการภายในของอิหร่านจากกลุ่ม G7 และถือว่าแถลงการณ์ดังกล่าวเป็นหลักฐานที่ชัดเจนถึงท่าทีเสแสร้งและสองมาตรฐานของประเทศสมาชิกกลุ่มนี้ ซึ่งอยู่ภายใต้การนำของสหรัฐอเมริกาในประเด็นสิทธิมนุษยชน

“ประเทศสมาชิกกลุ่ม G7 ภายใต้อิทธิพลของการชี้นำจากสหรัฐอเมริกาและระบอบไซออนิสต์ (อิสราเอล) จงใจเพิกเฉยต่อความจริงที่ชัดเจนว่า การชุมนุมอย่างสันติของประชาชนอิหร่านได้ถูกทำให้กลายเป็นความรุนแรงจากการแทรกซึมอย่างเป็นระบบขององค์ประกอบก่อการร้ายที่ติดอาวุธโดยระบอบไซออนิสต์ ในช่วงวันที่ 18–20 เดือนเดย์ ปี 1404 (8–10 มกราคม) ซึ่งในเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้ประท้วงจำนวนมาก รวมถึงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ถูกโจมตี ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

แถลงการณ์และถ้อยแถลงอย่างเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ทั้งในปัจจุบันและอดีตของสหรัฐอเมริกา รวมถึงเจ้าหน้าที่ของระบอบไซออนิสต์ ที่มีการปลุกปั่นให้เกิดความรุนแรงและการสังหารประชาชน ประกอบกับเอกสารและหลักฐานที่น่าเชื่อถือซึ่งรวบรวมโดยหน่วยงานด้านความมั่นคง แสดงให้เห็นถึงบทบาทโดยตรงของระบอบอิสราเอลในการติดอาวุธและจัดตั้งกลุ่มก่อการร้ายติดอาวุธ และการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกาต่อกลุ่มเหล่านี้

สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ยืนยันถึงความมุ่งมั่นตามกฎหมาย ศีลธรรม และหลักมนุษยธรรม ในการปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ รวมถึงสิทธิในการประท้วงอย่างสันติ และจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถในการปกป้องความปลอดภัยของพลเมืองและความสงบเรียบร้อยของประเทศ จากการก่อการร้ายที่นำเข้าจากต่างประเทศ รวมถึงการปกป้องอธิปไตยแห่งชาติและบูรณภาพแห่งดินแดนของอิหร่านจากภัยคุกคามหรือการรุกรานใด ๆ จากต่างชาติ

ประเทศสมาชิกกลุ่ม G7 ซึ่งแต่ละประเทศมีประวัติอันน่าละอายเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงทั้งภายในประเทศของตนเองและในภูมิภาคเอเชียตะวันตก และเนื่องจากการสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อระบอบไซออนิสต์ หรือการเพิกเฉยและไม่ดำเนินการใด ๆ ต่ออาชญากรรมของระบอบดังกล่าว จึงถือเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดโดยตรงกับระบอบอิสราเอลในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และการลบล้างเชิงอาณานิคมต่อประชาชนชาวปาเลสไตน์ ดังนั้นจึงไม่มีความชอบธรรมทางศีลธรรมหรือสถานะทางจริยธรรมใด ๆ ในการตัดสินผู้อื่นหรือกล่าวอ้างประเด็นสิทธิมนุษยชนต่อประเทศอื่น

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ความทรงจำร่วมของประชาชนอิหร่านจะไม่มีวันลืมการสนับสนุนของเจ้าหน้าที่สหรัฐอเมริกา เยอรมนี อังกฤษ แคนาดา และประเทศสมาชิกบางประเทศของกลุ่ม G7 ต่อการรุกรานทางทหารของระบอบไซออนิสต์ต่ออิหร่าน และการสังหารชาวอิหร่านหลายร้อยคนในเดือนโคร์ดอด ปี 1404 (มิถุนายน 2025)

ประเทศสมาชิกกลุ่ม G7 แทนที่จะออกแถลงการณ์หลอกลวงและแทรกแซงกิจการภายใน ควรยุติการแทรกแซงกิจการภายในของอิหร่าน ยุติการคว่ำบาตรที่อยุติธรรมและผิดกฎหมายต่อประชาชนอิหร่าน และหยุดใช้แนวคิดด้านสิทธิมนุษยชนอันสูงส่งเป็นเครื่องบังหน้าในการแทรกแซงกิจการภายในของอิหร่าน และในการยุยงให้เกิดความรุนแรงและการก่อการร้าย