
นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า จากการลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ในโอกาสการตรวจราชการของคณะรัฐมนตรีในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ประกอบด้วย จังหวัดอุดรธานี เลย หนองคาย หนองบัวลำภู และบึงกาฬ เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ที่ผ่านมา กระทรวงวัฒนธรรมได้ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยมุ่งยกระดับแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมให้มีศักยภาพ สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดสู่มาตรฐานสากล พร้อมนำทุนทางวัฒนธรรม อัตลักษณ์ และภูมิปัญญาท้องถิ่นมาต่อยอดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ กระจายรายได้ และสร้างโอกาสให้แก่ประชาชนในพื้นที่

นางสาวซาบีดา กล่าวว่า ในการประชุมมอบนโยบายและติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของกระทรวงวัฒนธรรมในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ได้มอบนโยบายและแนวทางขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมแก่หน่วยงานในสังกัด โดยเน้นการดำเนินงานใน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1. ด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ส่งเสริมการจัดกิจกรรมและเทศกาลทางวัฒนธรรมให้สอดคล้องกับฤดูกาลท่องเที่ยว ทั้งช่วง High Season และ Low Season เพื่อสร้างแรงจูงใจในการเดินทางท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ และกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง
2. ด้านการใช้ทุนทางวัฒนธรรม ส่งเสริมการนำอัตลักษณ์ ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นมาต่อยอดสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ กิจกรรม และบริการทางวัฒนธรรม เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและสร้างโอกาสทางการท่องเที่ยว 3. ด้านการบูรณาการความร่วมมือ ส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมให้เกิดผลสัมฤทธิ์และสร้างประโยชน์ต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงบูรณาการความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการในการพัฒนาหลักสูตรและต่อยอดผลิตภัณฑ์ผ้าไทย เพื่อยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่นและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และ 4. ด้านการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม มอบแนวทางให้กรมศิลปากรให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ บูรณะ และพัฒนาแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม เพื่อรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ควบคู่กับการใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสมและยั่งยืน โดยเฉพาะแหล่งมรดกโลก 2 แห่งของจังหวัดอุดรธานี ได้แก่ แหล่งโบราณคดีบ้านเชียงและ อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ซึ่งยังมีศักยภาพในการพัฒนาต่อยอดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สร้างมูลค่าและรายได้แก่ชุมชนได้มากยิ่งขึ้น
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า การประชุมครั้งนี้ยังได้ติดตามผลการดำเนินงานตามข้อสั่งการที่ผ่านมา รวมทั้งรับฟังแผนงาน โครงการ และกิจกรรมภายใต้นโยบายกระทรวงวัฒนธรรม จากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดทั้ง 5 จังหวัด และสำนักศิลปากรที่ 8 ขอนแก่น เพื่อรับทราบความก้าวหน้า ปัญหาอุปสรรค และแนวทางการขับเคลื่อนภารกิจด้านวัฒนธรรมในระดับพื้นที่ให้สอดคล้องกับบริบทและศักยภาพของแต่ละจังหวัด
ขณะเดียวกัน จากการลงพื้นที่ได้ตรวจเยี่ยมชุมชนทอผ้าโบราณบ้านโนนกอก ตำบลหนองนาคำ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมที่สะท้อนภูมิปัญญาการทอผ้าท้องถิ่น ได้มอบหมายสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย พัฒนาและต่อยอดความร่วมมือกับชุมชน เพื่อส่งเสริมผ้าไทยและผ้าท้องถิ่นของบ้านโนนกอกให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง พร้อมเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในพื้นที่โดยรอบ เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างมูลค่าจากภูมิปัญญาท้องถิ่นและสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชน
“วธ.ให้ความสำคัญในการเชื่อมโยงงานวัฒนธรรมกับการพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ตลอดจนอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางวัฒนธรรม ควบคู่กับการนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อให้วัฒนธรรมเป็นกลไกสำคัญในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ กระจายรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชน” นางสาวซาบีดา กล่าว
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/1068277&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1rEQ4jQMNzLlk0-YVxH1z2



