
นางปราณี สุทธศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงภาพรวมภาวะเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 3 ว่า เศรษฐกิจโดยรวมปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยได้รับแรงขับเคลื่อนสำคัญจากอุปสงค์ภายนอกและภายในประเทศ ทั้งด้านการส่งออกและการลงทุนที่ได้รับแรงส่งจากวัฏจักรเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และศูนย์ข้อมูล (Data Center)
ประกอบกับการบริโภคภาคเอกชนได้รับปัจจัยสนับสนุนจากมาตรกากระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐผ่านการโอนเงินช่วยเหลือค่าครองชีพ ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุนเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของอุปสงค์
ส่งออกโต 3.7% สินค้าอิเล็กทรอนิกส์-เครื่องใช้ไฟฟ้าโต
สำหรับรายละเอียดในภาคการส่งออกสินค้านั้น ในเดือนกันยายน 2569 มูลค่าการส่งออกไม่รวมทองคำปรับเพิ่มขึ้น 3.7% จากเดือนก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะการส่งออกอุปกรณ์โทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์ไปยังสหรัฐอเมริกา ตามอุปสงค์ที่ขยายตัวในกลุ่ม AI และ Data Center รวมทั้งการส่งออกอัญมณีไปจัดแสดงในฮ่องกง และการส่งออกยานยนต์ไปออสเตรเลียและญี่ปุ่น ทำให้ภาพรวมตลอดทั้งไตรมาสที่ 3 มูลค่าการส่งออกสินค้าขยายตัวได้ 8.5% จากไตรมาสก่อน
ส่วนด้านการนำเข้าสินค้าไม่รวมทองคำในเดือนกันยายน เร่งตัวขึ้น 13.6% จากเดือนก่อนหน้า ตามการนำเข้าวัตถุดิบ สินค้าทุน ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จากไต้หวันและจีน รวมถึงโทรศัพท์มือถือและยานยนต์ไฟฟ้า (EV) จากจีน เพื่อรองรับการลงทุนและการผลิตภายในประเทศ ส่งผลให้การนำเข้าทั้งไตรมาสที่ 3 เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.6% จากไตรมาสก่อนหน้า
ดาต้าเซ็นเตอร์หนุนลงทุนโตสูงสุดในรอบ 20 ปี
ด้านการลงทุนภาคเอกชนนับเป็นไฮไลต์สำคัญ โดยดัชนีการลงทุนภาคเอกชน ในเดือนกันยายนเร่งตัวขึ้นอย่างมากในหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI และ Data Center
นางปราณีระบุว่า การขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชนในเดือนนี้ถือว่าเติบโตสูงที่สุดนับตั้งแต่ ธปท. เคยจัดทำดัชนีมา หรือสูงสุดในรอบกว่า 20 ปี เนื่องจากมีธุรกิจหลายแห่งนำเข้าอุปกรณ์พร้อมกัน ส่งผลให้ภาพรวมการลงทุนภาคเอกชนในไตรมาสที่ 3 ขยายตัวสูงถึง 10.1% จากไตรมาสก่อน
ทั้งนี้ ธปท. ได้ปรับเพิ่มประมาณการการลงทุนภาคเอกชนทั้งปีนี้ขึ้นเป็น 13% และปีหน้าคาดว่าจะขยายตัวได้ต่อเนื่องที่ 7-8% จากเม็ดเงินลงทุนของ BOI ที่ทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (MPI) ในไตรมาสที่ 3 ที่เพิ่มขึ้น 1.5% จากไตรมาสก่อน โดยสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ได้ปรับปรุงวิธีการคำนวณใหม่เป็นแบบ Chain Link Approach เพื่อให้สะท้อนโครงสร้างอุตสาหกรรมจริงได้ดียิ่งขึ้น
ต่างชาติเข้าไทย 7 ล้านคน หดตัว 0.5%
ในส่วนของภาคการท่องเที่ยว รายรับจากนักท่องเที่ยวต่างชาติในเดือนกันยายนปรับเพิ่มขึ้น 12.5% จากเดือนก่อนหน้า แม้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอตัวลงเหลือ 2.0 ล้านคน หรือลดลง 6.3% จากปัจจัยของตลาดระยะใกล้ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่กังวลสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงนักท่องเที่ยวจีนและระยะไกลที่ลดลงหลังสิ้นสุดช่วงปิดภาคฤดูร้อน แต่ได้รับชดเชยจากค่าใช้จ่ายต่อทริปและระยะเวลาพำนักที่ยาวนานขึ้น
ส่งผลให้ภาพรวมไตรมาสที่ 3 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 7.1 ล้านคน (ลดลงเล็กน้อย 0.5% จากไตรมาสก่อน) ขณะที่รายรับรวมทรงตัวอยู่ที่ 0.2% โดยมียอดนักท่องเที่ยวสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 24 ตุลาคม อยู่ที่ประมาณ 25 ล้านคน
ไตรมาส 3 บริโภคโต 1.2%
ด้านการบริโภคภาคเอกชนในเดือนกันยายนลดลง 2.2% จากหมวดบริการ โรงแรม และร้านอาหาร และความกังวลเรื่องสถานการณ์น้ำท่วม แต่ภาพรวมทั้งไตรมาสที่ 3 ยังคงขยายตัวได้ 1.2% จากไตรมาสก่อน
สำหรับการใช้จ่ายภาครัฐในไตรมาสที่ 3 (ไตรมาส 4 ของปีงบประมาณ) ขยายตัว 3.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะที่เสถียรภาพเศรษฐกิจ ตลาดแรงงานโดยรวมทรงตัวแต่มีความเปราะบางสะสม สะท้อนจากผู้ขอรับสิทธิ์ว่างงานตามมาตรา 38 ที่ปรับตัวสูงขึ้น ด้าน
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนกันยายนอยู่ที่ 2.82% จากราคาพลังงาน เฉลี่ยไตรมาสที่ 3 อยู่ที่ 2.44% ส่วนดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนกันยายนกลับมาขาดดุล 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการส่งกลับกำไรและเงินปันผลของบริษัทต่างชาติ แต่ภาพรวมทั้งไตรมาสที่ 3 ยังคงเกินดุล 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
จับตา 4 ปัจจัย เศรษฐกิจยังฟื้นแบบ K-Shaped
นางปราณี ได้เน้นย้ำว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้ายังคงมีลักษณะ K-Shaped หรือฟื้นตัวไม่ทั่วถึง กระจุกตัวเฉพาะในกลุ่มธุรกิจและแรงงานที่เกี่ยวเนื่องกับเทคโนโลยี AI โดย ธปท. กำหนด 4 ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่
- ความต่อเนื่องของวัฏจักรเทคโนโลยี AI
- พัฒนาการของความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจกระทบราคาน้ำมันโลก
- การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว
- และผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมรวมถึงภัยธรรมชาติเอลนีโญ
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/672600&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2e9T86uGyOH-b53IDXM19S

