• Sat. Oct 24th, 2026

ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ! ‘3 สูง 1 ต่ำ’ ปตท. ดัน 4 S-Curve ใหม่ สร้างงานอนาคตคนไทย

ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ!-‘3-สูง-1-ต่ำ’-ปตท.-ดัน-4-s-curve-ใหม่-สร้างงานอนาคตคนไทยฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ! ‘3 สูง 1 ต่ำ’ ปตท. ดัน 4 S-Curve ใหม่ สร้างงานอนาคตคนไทย

เศรษฐกิจไทยโตต่ำ ท่ามกลางภาวะ “3 สูง 1 ต่ำ” ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ บอสกลุ่มธุรกิจใหม่ ปตท. เปิดมุมมองในเวที IMF-World Bank 2026 ชี้ไทยต้องผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชนเป็น “One Team” รื้อข้อจำกัดทางกฎหมาย สร้าง New Jobs รับคนรุ่นใหม่

  • ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ จาก ปตท. ระบุว่าเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญสภาวะ “3 สูง 1 ต่ำ” ได้แก่ ราคาพลังงานและเงินเฟ้อสูง, ดอกเบี้ยสูง, หนี้สูง ขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) อยู่ในระดับต่ำ
  • เพื่อฝ่าวิกฤตและสร้างงานให้คนรุ่นใหม่ ปตท. เสนอให้ผลักดัน 4 อุตสาหกรรม S-Curve ใหม่ โดยต่อยอดจากจุดแข็งของประเทศ
  • 4 S-Curve ใหม่ประกอบด้วย: 1. เกษตรและอาหารมูลค่าสูง (ต่อยอดเป็นยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ) 2. การยกระดับห่วงโซ่คุณค่า AI (จากการประกอบสู่การออกแบบ) 3. เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Soft Power) และ 4. การค้าในภูมิภาคเอเชีย
  • เป้าหมายสำคัญของการผลักดัน S-Curve ใหม่ คือการสร้างงานใหม่ (New Jobs) เพื่อรองรับแรงงานรุ่นใหม่ที่กำลังจบการศึกษา

จากการประชุมประจำปีสถาบันการเงินระดับโลก IMF-World Bank 2026 ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ที่จัดขึ้นในประเทศไทย ได้ฉายภาพท้าทายของเศรษฐกิจโลกที่ต้องเผชิญกับภาวะ “ช็อก” (Shock) จากความผันผวน ส่งผลให้ทุกภาคส่วนต้องเร่งปรับตัวสร้างความยืดหยุ่น (Resilience) และเร่งการเปลี่ยนผ่าน (Transition & Transformation) เพื่อรับมือกับวิกฤต

ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และความยั่งยืน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับสภาวะ “3 สูง 1 ต่ำ” ได้แก่ ราคาพลังงานและเงินเฟ้อสูง ดอกเบี้ยสูง และหนี้สูง ขณะที่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ยังอยู่ระดับต่ำ โดยประมาณการเติบโตปัจจุบันอยู่ที่ราว 2% ซึ่งหากต้องการให้เศรษฐกิจไทยได้รับการยอมรับต้องโตมากกว่า 3% และหากจะก้าวพ้นประเทศรายได้ปานกลางจำเป็นต้องผลักดันให้ GDP โตถึงระดับ 5%

สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ที่มุ่งค้นหา New Horizon เพื่อสร้างโอกาสและงานใหม่ (New Jobs) ให้กับคนรุ่นใหม่ ดร.บุรณิน ระบุว่า ไทยต้องนำจุดแข็งที่มีอยู่มาต่อยอดเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ได้แก่ 

1. เกษตรและอาหารมูลค่าสูง ปรับเปลี่ยนจากการขายอาหารฟาสต์ฟู้ดทั่วไป ไปสู่การนำวัตถุดิบอาหารมาต่อยอดเป็นยารักษาโรคและผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ

2. การยกระดับห่วงโซ่คุณค่า AI ขยับจากการเป็นเพียงฐานจ้างประกอบปลายน้ำ ไปสู่กลางน้ำและต้นน้ำ เช่น การออกแบบและการเชื่อมโยง AI เข้ากับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไทยมีความเชี่ยวชาญ

3. เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Soft Power) และความหลากหลาย ดึงจุดแข็งด้านความหลากหลายทางวัฒนธรรมและกีฬา เช่น มวยไทย กอล์ฟหญิง และความสำเร็จในเอเชียนเกมส์ มาสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน

4. การค้าในภูมิภาคเอเชีย เพิ่มการค้าขายและการสร้าง Value Chain ร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิกในเอเชีย ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตสูง

ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ! '3 สูง 1 ต่ำ' ปตท. ดัน 4 S-Curve ใหม่ สร้างงานอนาคตคนไทย

ผนึกภาครัฐ-เอกชนเป็น “ทีมเดียวกัน”

ดร.บุรณิน กล่าวเน้นย้ำว่า การค้นหาเป้าหมายใหม่ของประเทศจะประสบความสำเร็จได้จริง จำเป็นต้องมองผ่านข้อจำกัดทางกายภาพ ทั้งด้านทรัพยากรทางการเงิน ข้อจำกัดด้านการลงทุน ตลอดจนกฎเกณฑ์และกฎระเบียบต่างๆ ดังนั้น การบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชนในลักษณะ “ทีมเดียวกัน” (One Team) จึงเป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่งในการทลายอุปสรรค 

“การสร้าง New Horizon ตามแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 นี้ จะต้องให้ความสำคัญกับการสร้างงานใหม่ (New Jobs) เพื่อรองรับแรงงานรุ่นใหม่ที่กำลังจบการศึกษา ให้มีสายงานรองรับและไม่ตกงานท่ามกลางการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ”

สำหรับทิศทางของ ปตท. นอกเหนือจากการรักษาความมั่นคงทางพลังงานซึ่งเป็นภารกิจหลักแล้ว ในส่วนของธุรกิจ New S-Curve และธุรกิจที่ไม่ใช่พลังงาน (Non-Oil) ได้มีการปรับกลยุทธ์โดยไม่เน้นการตั้งเป้าสัดส่วนรายได้ที่สูงเกินจริงเหมือนในอดีต แต่มุ่งเน้นให้ทุกกลุ่มธุรกิจสามารถพึ่งพาตัวเองได้ทางการเงิน (Self-financing) เช่น ธุรกิจปิโตรเคมีที่เม็ดพลาสติก Commodity ไม่สามารถแข่งขันได้แล้ว ก็เร่งปรับตัวไปสู่ Advance Materials 

ทั้งนี้ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตอย่าง AI และหุ่นยนต์ ขณะที่ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า (EV Mobility) จะมุ่งใช้จุดแข็งผ่านเครือข่ายสถานีบริการและโครงข่ายการอัดประจุไฟฟ้าของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ส่วนด้านใดที่ไม่ถนัดก็จะเปิดโอกาสให้พันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาดำเนินการ ควบคู่ไปกับการรักษาวินัยทางการเงิน การดูแลสังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
 

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/economics/1257575&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw30TLzY0PjZrhj885cQn9FF