• Thu. Jun 11th, 2026

ดัชนีเชื่อมั่นบริโภคต่ำสุดรอบ 42 เดือน คาดไทยช่วยไทยพลัสเพิ่มกำลังซื้อกระตุ้นเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง

ดัชนีเชื่อมั่นบริโภคต่ำสุดรอบ-42-เดือน-คาดไทยช่วยไทยพลัสเพิ่มกำลังซื้อกระตุ้นเศรษฐกิจครึ่งปีหลังดัชนีเชื่อมั่นบริโภคต่ำสุดรอบ 42 เดือน คาดไทยช่วยไทยพลัสเพิ่มกำลังซื้อกระตุ้นเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง

11 มิถุนายน 2569, 19:17น.

          รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษา ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือน พ.ค. 2569 ว่าปรับตัวลดลงจากระดับ 50.6 เป็น 49.5 ต่ำสุดในรอบ รอบ 42 เดือน หรือ 3 ปีครึ่ง นับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2565 เนื่องจากผู้บริโภคกังวลปัญหาสงครามสหรัฐฯ -อิหร่าน และราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย และค่าครองชีพของประชาชน                                                                                                           (หมายเหตุ:ผลการสำรวจครั้งนี้มาตรการไทยช่วยไทยพลัสยังไม่มีผลบังคับใช้)

           ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนมิ.ย. 2569 คาดว่าจะปรับดีขึ้นหลังจากรัฐบาลเริ่มอัดฉีดเม็ดเงินโครงการไทยช่วยไทยพลัส ตั้งแต่เดือนมิ.ย.-ก.ย.2569 คาดว่าจะช่วยเพิ่มเม็ดเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจเดือนละ 50,000-60,000 ล้าน หากรวมกับวงเงินงบประมาณ 1.7 แสนล้านบาทของรัฐบาลแล้ว ก็จะทำให้มีเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจราว 2- 2.5 แสนล้านบาท ซึ่งจะช่วยกระตุกเศรษฐกิจได้ เพราะเงินไทยช่วยไทยพลัสส่วนใหญ่จะไหลเข้าไปยังเอสเอ็มอีซึ่งเป็นเศรษฐกิจฐานราก เชื่อว่าช่วยประคองให้เอสเอ็มอีไม่ต้องปิดกิจการ

           เศรษฐกิจไทย ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว แต่ยังมีการเติบโตแบบเคเชฟ กระจายไม่ทั่วถึง เชื่อว่าหลังจากนี้จะเริ่มฟื้นตัวไปจนถึงสิ้นปี คาดว่าทั้งปีนี้จีดีพีจะโต 1.6-2% และมีโอกาสโตเกิน 2% ต้องรอดูผลบวกจากไทยช่วยไทยพลัสว่าจะช่วยกระตุกเศรษฐกิจได้แค่ไหน รวมไปถึงสถานการณ์สงครามว่าจะยืดเยื้อรุนแรงต่อไปหรือไม่

 

           ผศ.ดร.นายวชิร คูณทวีเทพ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายยุทธศาสตร์และผู้อำนวยการสถาบันยุทธศาสตร์การค้า ม.หอการค้าไทย เปิดเผยถึงดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย(ดัชนีเชื่อมั่นธุรกิจ)ในเดือน พ.ค.2569 ว่าปรับตัวลดลงจากระดับ 42.2 เป็น 41.7 โดยเป็นการลดลง 3 เดือนติดต่อกัน เนื่องจากภาคธุรกิจยังกังวลภาวะสงครามที่ยืดเยื้อ ราคาน้ำมันขายดีเซลขายปลีกปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.50 บาทต่อลิตรจากเดือนที่ผ่านมา โดยอยู่ที่ระดับ 40.70 บาทต่อลิตร ณ สิ้นเดือน พ.ค. 69 , ต้นทุนการผลิตสูง รวมทั้งปัญหาฝุ่นPM2.5 ส่งผลทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นธุรกิจทุกรายการปรับลดลง ทั้งเศรษฐกิจ การบริโภค ลงทุน ท่องเที่ยว และค้าชายแดน

          การจ้างงานปรับลดลงมากสุด ชี้ให้เห็นว่าธุรกิจยังกังวลเรื่องการจ้างงาน เริ่มมีการชะลอการจ้างงาน และเริ่มการเลย์ออฟพนักงานแล้วในช่วงที่ผ่านมา จากปัญหาเรื่องปัจจัยต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการที่ปรับตัวสูงขึ้นจากราคาน้ำมัน โดยเป็นการปลดพนักงานออก เพื่อประคองต้นทุนของธุรกิจให้อยู่ต่อไปได้

          ภาคธุรกิจได้ขอให้ภาครัฐเร่งเข้ามาช่วยเหลือโดยดำเนินการตามข้อเสนอดังนี้ หาแนวทางรับมือกับวิกฤตต้นทุนพลังงาน โดยตรึงราคาดีเซลและก๊าซหุงต้มอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดภาระต้นทุนภาคขนส่งมวลชนและขนส่งสินค้า,เตรียมความพร้อมระบบชลประทานรองรับภัยแล้งออกมาตรการแก้หนี้โดยขยายหรือสานต่อโครงการปรับโครงสร้างหนี้ พักชำระหนี้ หรือมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ ที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงาน และการรักษาเสถียรภาพของค่าเงินบาทให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อการส่งออกและภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน

#ความเชื่อมั่นผู้บริโภคพฤษภาคม

#มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย 

Cr:UTCC Today

ข่าวทั้งหมด

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/162126&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3SbJHzWSBwfqK1Y1_fX6wA