• Sun. May 3rd, 2026

นักวิชาการ มธ. เชียร์ เลิกฟรีวีซ่า 60 วัน
 ชี้ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย

นักวิชาการ-มธ.-เชียร์-เลิกฟรีวีซ่า-60-วัน
-ชี้ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทยนักวิชาการ มธ. เชียร์ เลิกฟรีวีซ่า 60 วัน
 ชี้ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย

ท่ามกลางการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวไทยหลังวิกฤตโควิด เสียงจากภาควิชาการเริ่มสะท้อนข้อกังวลต่อมาตรการ ‘ฟรีวีซ่า 60 วัน’ ที่อาจเปิดช่องให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อโครงสร้างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในระยะยาว โดยเฉพาะในมิติของคุณภาพนักท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ประเทศ

ศ.วิทวัส รุ่งเรืองผล อาจารย์ประจำภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) แสดงความเห็นสนับสนุนแนวคิดการยกเลิกมาตรการดังกล่าว พร้อมเสนอให้ปรับกลยุทธ์การดึงดูดนักท่องเที่ยวใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางที่ประเทศไทยต้องการยกระดับสู่ ‘การท่องเที่ยวคุณภาพ’

ฟรีวีซ่าแบบเหมารวม เปิดช่อง ‘นักท่องเที่ยวคุณภาพต่ำ’

ศ.วิทวัส ระบุว่า การให้ฟรีวีซ่าแบบเหมารวมกับทุกประเทศ แม้จะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวในระยะสั้น แต่กลับมีข้อเสียสำคัญ คือเปิดโอกาสให้กลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพต่ำเข้ามาในประเทศในสัดส่วนที่มากขึ้น

กลุ่มดังกล่าวรวมถึงนักท่องเที่ยวที่เน้นการใช้จ่ายต่ำ เลือกจุดหมายปลายทางราคาประหยัด หรือแม้กระทั่งกลุ่มที่เข้ามาแย่งอาชีพคนไทย กลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ และทุนสีเทาที่แฝงตัวเข้ามาใช้ประโยชน์จากช่องว่างของนโยบาย

นอกจากนี้ ยังมีปรากฏการณ์ที่ตามมา เช่น การเกิดทัวร์ศูนย์เหรียญ หรือการที่นักลงทุนต่างชาติเข้ามาซื้อหรือเช่าพื้นที่เพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวชาติเดียวกัน ซึ่งลดโอกาสของผู้ประกอบการไทยในระบบ

กระทบภาพลักษณ์-ดันต้นทุนพื้นที่ท่องเที่ยว

หลังโควิดประเทศไทยได้ปรับยุทธศาสตร์ไปสู่การดึงดูดนักท่องเที่ยวศักยภาพสูงมากขึ้น แต่มาตรการฟรีวีซ่ากลับสวนทางกับเป้าหมายดังกล่าว

การมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่เน้นราคาประหยัด ส่งผลให้แหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งเกิดภาวะ ‘โอเวอร์ทัวริซึม’ หรือมีนักท่องเที่ยวเกินขีดความสามารถในการรองรับ ส่งผลต่อคุณภาพการบริการ และภาพลักษณ์โดยรวมของประเทศ

ในบางพื้นที่ยังเกิดแรงกดดันด้านค่าครองชีพ เช่น กรณีของอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่เคยเผชิญกับการปรับตัวของราคาสินค้าและบริการจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

จังหวะเหมาะ ยกเลิกช่วงท่องเที่ยวโลกชะลอตัว

ศ.วิทวัส มองว่า ปัจจุบันเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการยกเลิกมาตรการฟรีวีซ่า 60 วัน เนื่องจากสถานการณ์ท่องเที่ยวทั่วโลกยังอยู่ในภาวะชะลอตัว จากปัจจัยด้านต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น

การปรับนโยบายในช่วงนี้จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวน้อยกว่าช่วงที่ตลาดกำลังคึกคัก ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการมีเวลาปรับตัวและวางแผนรองรับการเปลี่ยนแปลง

เสนอ ‘Travel Fee’ และวีซ่าเฉพาะกลุ่มประเทศ

เพื่อทดแทนมาตรการเดิม นักวิชาการธรรมศาสตร์เสนอให้รัฐบาลใช้เครื่องมือใหม่ในการบริหารจัดการนักท่องเที่ยว เช่น

  • การจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยว (Travel Fee) หรือค่าเหยียบแผ่นดินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ

รายได้สามารถนำไปพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว หรือเป็นกองทุนดูแลสุขภาพนักท่องเที่ยว ลดภาระงบประมาณภาครัฐ

  • การให้ฟรีวีซ่าแบบเฉพาะเจาะจง เช่น

1.ฟรีวีซ่าทวิภาคี (แลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ)

2.ฟรีวีซ่าสำหรับประเทศที่เปิดเส้นทางการบินใหม่

3.ระบบลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อคัดกรองนักท่องเที่ยว (คล้ายเกาหลีหรือญี่ปุ่น)

แนวทางเหล่านี้จะช่วยให้สามารถควบคุมคุณภาพนักท่องเที่ยวได้ดีขึ้น และยกเลิกสิทธิ์ได้เป็นรายกรณีหากพบความเสี่ยง

ยังต้องรักษาสมดุล ‘นักท่องเที่ยวทุกระดับ’

แม้จะเน้นนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง แต่ ศ.วิทวัส ชี้ว่า รัฐบาลไม่ควรมองข้ามนักท่องเที่ยวระดับกลางและระดับล่าง

เนื่องจากกลุ่มนี้มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจฐานราก เช่น การใช้จ่ายในร้านค้าท้องถิ่น หรือการเข้าพักโรงแรมขนาดเล็กที่คนไทยเป็นเจ้าของ

ในทางกลับกัน นักท่องเที่ยวระดับสูงมักใช้บริการโรงแรมหรูที่อยู่ในเครือบริษัทต่างชาติ และบริโภคสินค้านำเข้า ซึ่งอาจไม่ได้กระจายรายได้สู่ท้องถิ่นมากนัก

‘Exit Fee’ ทำได้ แต่ต้องไม่กระทบคนทำงานต่างประเทศ

สำหรับแนวคิดการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการเดินทางออกนอกประเทศ (Exit Fee) จากคนไทย เพื่อนำรายได้มาสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศ ศ.วิทวัส เห็นว่าเป็นแนวคิดที่ ‘รับได้ในหลักการ’

เนื่องจากช่วยสร้างรายได้ให้รัฐ ลดการพึ่งพางบประมาณ และกระทบคนในวงจำกัด

อย่างไรก็ตาม ควรกำหนดเงื่อนไขยกเว้นให้กับผู้ที่ต้องเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ หรือองค์กรธุรกิจที่มีความจำเป็นต้องส่งพนักงานเดินทางบ่อยครั้ง เพื่อไม่ให้เกิดภาระเกินควร

ใช้รายได้คืนสู่ระบบท่องเที่ยวไทย

ท้ายที่สุด ศ.วิทวัส เสนอว่า รายได้จากค่าธรรมเนียมต่างๆ ควรถูกนำกลับมาพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างเป็นรูปธรรม

ไม่ว่าจะเป็นการทำแคมเปญส่งเสริมเมืองรอง โครงการคูปองท่องเที่ยว หรือมาตรการสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ประชาชนเที่ยวในประเทศ

แนวทางดังกล่าวไม่เพียงช่วยกระจายรายได้ แต่ยังสร้างแรงจูงใจให้คนไทยเลือกท่องเที่ยวภายในประเทศมากขึ้น และรู้สึกถึง “ผลตอบแทน” จากเงินที่จ่ายออกไป

การปรับนโยบายฟรีวีซ่าอาจไม่ใช่เพียงเรื่องของจำนวน แต่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของทิศทางการท่องเที่ยวไทย ว่าจะเดินไปสู่การเติบโตเชิงปริมาณ หรือเลือกยกระดับสู่คุณภาพอย่างยั่งยืนในระยะยาว

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/end-free-visa-travel-fee/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0jy3lriQMp9gDKP8tPkbxL