6. ด้านพิทักษ์ผลประโยชน์ทางพาณิชยนาวีของชาติไทย โดยให้เน้นย้ำการยกระดับมาตรฐาน และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีโลก ผ่านความร่วมมือกับองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ควบคู่กับการดำเนินการเพิ่มเติมใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
(6.1) ส่งเสริมการผลิตบุคลากรด้านพาณิชยนาวีให้เพียงพอและตรงกับความต้องการของภาคธุรกิจ โดยต้องได้มาตรฐานสากลตามที่ IMO กำหนด และมีเป้าหมายสามารถป้อนตลาดแรงงานโลกที่อยู่ในภาวะขาดแคลน
(6.2) สร้างกรอบความร่วมมือทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคีด้านพาณิชยนาวี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดโลก
(6.3) พัฒนาร่องน้ำที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและการท่องเที่ยว ให้มีมาตรฐานตามข้อกำหนดของสมาคมระหว่างประเทศว่าด้วยเครื่องช่วยการเดินเรือและประภาคาร (IALA)
ทั้งนี้ เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายเกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างเร่งด่วน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมได้กำหนดแนวทาง “Quick Win” เพื่อเร่งรัดการดำเนินงานในโครงการสำคัญ ดังนี้
Quick Win 1: เร่งรัดโครงการให้แล้วเสร็จและเปิดใช้งานโดยเร็ว ครอบคลุมโครงการพัฒนาท่าเรือ ได้แก่ ท่าเรือปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ท่าเรือเกาะสุกร จังหวัดตรัง และท่าเรืออเนกประสงค์อ่าวมะขามป้อม จังหวัดระยอง รวมถึงโครงการพัฒนาร่องน้ำในพื้นที่สำคัญ เช่น ร่องน้ำบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่องน้ำสงขลา ร่องน้ำท่าจีน จังหวัดสมุทรสาคร ร่องน้ำบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ร่องน้ำตำมะลัง จังหวัดสตูล และร่องน้ำเชียงแสง จังหวัดเชียงราย
Quick Win 2: ริเริ่มโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ อาทิ โครงการเสริมทรายชายหาดบางแสน จังหวัดชลบุรี การพัฒนาระบบบริหารความปลอดภัยท่าเทียบเรือท่องเที่ยว (Port Control) ในพื้นที่ภูเก็ต กระบี่ และระยอง การศึกษาพัฒนาท่าเรือดอนสักเพื่อเชื่อมโยงโครงการแลนด์บริดจ์ การศึกษาด้านวิศวกรรม เศรษฐศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม สำหรับการขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำในทะเลสาบสงขลาตอนกลาง ตลอดจนการพัฒนาท่าเรือสำราญและสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่ฝั่งอันดามัน อ่าวไทยตอนบน และอ่าวไทยตอนล่าง รวมถึงการพัฒนาระบบแพลตฟอร์ม MSW (Maritime Single Window) เพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และลดต้นทุนในการนำเข้า–ส่งออกสินค้า
Quick Win 3: เสนอขออนุมัติดำเนินโครงการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ในการพัฒนาท่าเรือสำราญเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทางน้ำในระยะยาว
ในตอนท้าย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมได้แสดงความเชื่อมั่นในศักยภาพของกรมเจ้าท่า พร้อมกำชับให้คณะผู้บริหาร และบุคลากรทุกระดับปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น โปร่งใส และยึดประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนเป็นสำคัญ เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมาย และทำให้ระบบคมนาคมทางน้ำของไทยมีความปลอดภัย ทันสมัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืนต่อไป
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/business/economy/378976895&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Bi5G7wu-RRaLxIU23H6fW

