งานวิจัยเผย “ระยะเวลาทอง” ของการให้นมแม่ กุญแจสำคัญสู่คะแนนคณิต-การอ่านที่ดีกว่าของลูกน้อย
แม้ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์จะยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า “นมแม่ดีที่สุด” แต่คำถามที่ว่าควรให้นมนานแค่ไหนถึงจะ “เพอร์เฟกต์” (6 เดือน? 1 ปี? หรือนานกว่านั้น?) ยังคงเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันมาตลอด
ล่าสุด งานวิจัยใหม่จากประเทศจีนอาจช่วยให้คำตอบที่ชัดเจนขึ้นว่า “ยิ่งให้นมนาน ยิ่งส่งผลดีต่อสติปัญญา” โดยเฉพาะในกลุ่มครอบครัวที่มีรายได้น้อย
ยิ่งนาน ยิ่งได้เปรียบในห้องเรียน
จากการวิเคราะห์ข้อมูลระดับชาติในจีน นักวิจัยพบว่าเด็กช่วงอายุ 10-15 ปี ที่ได้กินนมแม่เป็นระยะเวลานาน มีทักษะการคำนวณและภาษาที่โดดเด่นกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกัน โดยเฉพาะเด็กจากครอบครัวที่มีสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมไม่สูงนัก จะได้รับประโยชน์นี้อย่างเห็นได้ชัดเมื่อทำแบบทดสอบทางสติปัญญา
ดร. แอนดรูว์ อาเดสแมน ผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารเวชศาสตร์และพฤติกรรม ระบุว่างานวิจัยนี้ช่วยตอกย้ำความจริงที่หลายคนอาจมองข้ามว่า “ไม่ใช่แค่การเลือกระหว่างนมแม่กับนมผง แต่ระยะเวลาในการให้คือตัวแปรสำคัญ”
-
มาตรฐานที่ควรจะเป็น: สมาคมกุมารเวชศาสตร์อเมริกัน (AAP) สนับสนุนให้ให้นมแม่ติดต่อกันอย่างน้อย 1 ปีขึ้นไป
-
สถานการณ์จริง: ในสหรัฐฯ มีคุณแม่เพียง 35% เท่านั้นที่สามารถทำได้ เนื่องจากอุปสรรคทางร่างกาย (อาการเจ็บหัวนม/น้ำนมน้อย) และอุปสรรคทางสังคม (ขาดการลาคลอด/ขาดแรงสนับสนุนจากคนรอบข้าง)
ทำไมต้อง “นานกว่า 6 เดือน”?
งานวิจัยในประเทศร่ำรวยมักถูกมองว่าผลลัพธ์อาจคลาดเคลื่อน เพราะแม่ฐานะดี (ซึ่งมีไลฟ์สไตล์ที่ดีอยู่แล้ว) มักเป็นกลุ่มที่ให้นมแม่ได้นานกว่า แต่ในจีนผลกลับตรงกันข้าม คือแม่ฐานะยากจนมักให้นมแม่นานกว่า ซึ่งผลการศึกษาพบว่าเด็กกลุ่มนี้กลับมีพัฒนาการทางสมองที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน
iStockphoto
เหตุผลเบื้องหลังความฉลาด:
-
โภชนาการที่เหนือชั้น: นมแม่คือ “ยาเฉพาะบุคคล” ที่ปรับสูตรมาเพื่อลูกน้อยโดยเฉพาะ มีสารอาหารที่นมผงเลียนแบบไม่ได้
-
เกราะป้องกันโรค: นอกจากบำรุงสมองแล้ว นมแม่ยังสร้างภูมิคุ้มกัน ลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน หอบหืด และมะเร็งในเด็ก
ดีต่อลูก และดีต่อแม่ด้วย
การให้นมแม่เป็นระยะเวลานานไม่ได้สร้างแค่ “ไอน์สไตน์ตัวน้อย” แต่ยังส่งผลดีต่อสุขภาพคุณแม่เองในระยะยาว:
-
ประโยชน์ทันที: ลดความเสี่ยงเต้านมอักเสบ คัดตึง และช่วยเรื่องสุขภาพจิต
-
ประโยชน์ระยะยาว: ลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ และโรคหัวใจ
แม้คุณแม่บางท่านอาจมีข้อจำกัดที่ทำให้ไม่สามารถให้นมแม่ได้ แต่ ดร. เอเดสแมน ย้ำชัดว่า “ยิ่งคุณแม่ให้นมได้นานเท่าไหร่ ทั้งแม่และลูกก็จะได้รับประโยชน์มหาศาลมากขึ้นเท่านั้น”
แหล่งอ้างอิง
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9885794/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0RsfAH1JLTPUFrEKAoLbsU

