
“อนุทิน” ยันไม่มีการหารือ “หวัง อี้” เรื่องเลิกเอ็มโอยู 2544 บอกเป็นเรื่องไทย-กัมพูชา จีนเผยเขมรไม่อยากสู้รบแล้ว นายกฯ รับความสัมพันธ์รื้อฟื้นได้ แต่ไม่ใช่ชั่วข้ามคืน “รมว.กห.” ลั่นไม่มีวันเปิดด่านจนกว่ากัมพูชาทำตามข้อตกลงได้
เมื่อวันที่ 24 เม.ย.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์หลังหารือกับนายหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านกิจการต่างประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ถึงการพูดคุยเรื่องการยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน 2544 (เอ็มโอยู 2544 ) หรือไม่ ว่าเรื่องนี้ไม่มีการพูดถึง เพราะเป็นประเด็นระหว่างไทยกับกัมพูชา เป็นเรื่องที่เราดำเนินการภายใต้กรอบที่รัฐบาลไทยเห็นว่าควรจะเป็นอย่างไร
เมื่อถามว่า ในส่วนเรื่องของเอ็มโอยู 2543 ต้องใช้เวลาศึกษาหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า มันมีการดำเนินการ ทั้งนี้เราไม่ได้เลิกเอ็มโอยู 2544 เพราะเราขัดแย้งการสู้รบกับกัมพูชาแล้วไปเลิก มันไม่ใช่ แต่ที่เราเลิกเอ็มโอยู 2544 เพราะ 25 ปีที่ผ่านมามันไม่ได้ไปไหนเลย ไม่คืบหน้าเลย และบริบทของโลกเปลี่ยนไปเยอะ สถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศก็ไม่เหมือนเดิม เราก็ยกเลิกในสิ่งที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ กับไทยและประชาชนชาวไทย ส่วนเอ็มโอยู 2543 เป็นการแสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพของเรา ซึ่งมีความคืบหน้า มีข้อตกลง มีความเห็นร่วมกันมา ซึ่งหากยังไม่ใช่ประเด็นแห่งปัญหาก็ยังดำเนินต่อไปได้
เมื่อถามว่า ในส่วนของจีนได้ขอความร่วมมืออะไรจากไทยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ประเทศจีนบอกว่าไปกัมพูชามา ซึ่งเขายินดีเป็นตัวกลางแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง เขาก็พูดมาว่าท่าทีของกัมพูชาต่อประเทศไทยเหมือนกับว่าไม่อยากสู้รบแล้ว ไม่อยากเผชิญหน้าแล้ว ไม่อยากขัดแย้งแล้ว ทางจีนก็แจ้งให้ไทยทราบ ซึ่งเราบอกไปว่าเราไม่ต้องการมีความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้านใดๆ เลย แต่เราก็มีขั้นตอนที่จะพูดคุย เราต้องสร้างกติกาขึ้นมาก่อนว่าการพูดคุยในทิศทางใดที่จะทำให้ความสัมพันธ์รื้อฟื้นขึ้นมาได้ แต่คงไม่ใช่ชั่วข้ามคืน ต้องสร้างความเชื่อมั่นต่อกันและกัน ความเชื่อถือ ความสัมพันธ์ นี่คือท่าทีที่ได้แจ้งนายหวัง อี้ไป
เมื่อถามว่า ทางจีนเข้าใจบรรยากาศของเราใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เข้าใจดี เราได้พูดกันลึกพอสมควรว่าปัญหาที่แท้จริงมาอย่างไร และวิธีการแก้ไขควรจะต้องใช้แนวปฏิบัติเช่นใด
เมื่อถามว่า การที่นายหวัง อี้ ระบุว่ากัมพูชาไม่อยากสู้รบแล้ว เหมือนจีนพยายามเป็นตัวกลางใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เราอย่าเพิ่งไปพยายามเดาใจอะไรเขา เราต้องนึกถึงว่าไทยจะได้อะไรจากท่าทีนี้ ประเทศไทยจะปลอดภัย 100% หรือไม่ ประเทศไทยจะไม่เสียเปรียบด้านใดเลย อธิปไตยของเราก็ยังมีอยู่ ดินแดนของเรายังเหมือนเดิม ถ้ารัฐบาลจะตัดสินใจในแนวทางใดๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ประเทศไทยเป็นหลัก
ถามว่า รวมถึงเรื่องการเปิดด่านชายแดนด้วยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่ต้องไปพูดถึงตรงนั้น
นายอนุทินยังกล่าวถึงการสร้างรั้วชายแดนความคืบหน้าเป็นอย่างไรบ้างว่า ดำเนินการไปแล้ว ทั้งชายแดนมาเลเซียและกัมพูชา งบประมาณเบื้องต้นถูกจัดสรรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะที่เรื่องการเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ยังไม่ต้องไปพูดถึงตรงนั้น
นายนพดล อินนา สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิก MOU 2543 และ MOU 2544 เพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา กล่าวว่า ขอบคุณรัฐบาลที่เห็นพ้องต้องกันกับการศึกษาของ กมธ. เพราะหลังจากที่ กมธ.มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ยกเลิกเอ็มโอยู 2544 เมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา เราได้ศึกษารอบคอบ รอบด้าน อย่างไม่มีอคติใดๆ ทั้งสิ้น ก็พบว่าเอ็มโอยู 2544 นั้นผิดตั้งแต่ผังในการแนบสัญญา คลาดเคลื่อนมาตั้งแต่แรก
วันเดียวกัน พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (กห.) เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคล หลังเข้าปฏิบัติหน้าที่ในกระทรวงกลาโหมอย่างเป็นทางการ ก่อนให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาว่า เป็นเรื่องที่ต้องปฏิบัติตาม Joint Statement อยู่แล้ว
“ผมจะไม่มีวันเปิดด่าน จนกว่าจะดำเนินการตามขั้นตอนนี้ทั้งหมด เพราะเราถือว่าได้ปกป้องอธิปไตยของเราไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งนโยบายของรัฐบาลได้บอกเอาไว้ชัดเจนแล้วว่า เราจะไม่เปิดด่าน จนกว่าเขาจะปฏิบัติตาม Joint Statement” พล.ท.อดุลย์กล่าว และว่า ในขณะที่ช่องทางการเจรจาก็เป็นไปตามกลไกที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการชายแดนภูมิภาคไทย-กัมพูชา หรือ RBC คณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ GBC และคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม หรือ JBC จะใช้ทั้ง 3 กลไกดังกล่าวในการพูดคุย และยึดตาม Joint Statement ยังไม่มีการไปพูดคุยส่วนตัว.
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/one-newspaper/985484/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0YWr6FBR_eCp7OuX-8D3Iw

