ครม.รับทราบข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาจากสถานการณ์น้ำท่วม ตามที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เสนอ
17/03/2569 | 71 |
วันนี้ 17 มีนาคม 2569 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาจากสถานการณ์น้ำท่วมตามที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เสนอ
รวมทั้งมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นหน่วยงานหลักรับเรื่องนี้ไปพิจารณาร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อศึกษาแนวทางและความเหมาะสมของข้อเสนอแนะดังกล่าว
โดยให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์สรุปผลการพิจารณาหรือผลการดำเนินการดังกล่าวในภาพรวม แล้วส่งให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป
ทั้งนี้ กสม. มีข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาจากสถานการณ์น้ำท่วม ดังนี้
1. ระยะสั้น
1.1 ให้กรมชลประทานหารือร่วมกับประชาชนในพื้นที่เพื่อกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและการบริหารจัดการน้ำในระยะเร่งด่วน โดยเฉพาะการลดปริมาณน้ำที่ท่วมขังเป็นเวลานาน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ
1.2 ให้กรมชลประทานร่วมกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กำหนดแนวทางในการสื่อสารข้อมูลกับประชาชนที่เข้าใจง่าย ชัดเจน และทันท่วงที เช่น การแจ้งเตือนระดับน้ำ การคาดการณ์ช่วงเวลากลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติ รวมถึงให้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ (War Room) ร่วมกันเพื่อให้การตัดสินใจและประสานงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นเอกภาพ
1.3 ให้ ปภ. และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เร่งเยียวยาผู้ประสบภัยในพื้นที่ที่น้ำท่วมขังเป็นเวลานานตามระยะเวลาที่ประสบภัยจริง รวมถึงกลุ่มที่อาศัยในพื้นที่ที่น้ำล้อมรอบและส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต
1.4 ให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเร่งช่วยเหลือและเยียวยากลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ยากไร้ และผู้ป่วยติดเตียง ทั้งในมิติด้านสังคมและศาสนา
1.5 ให้กรมชลประทานร่วมกับ สทนช. เร่งสำรวจและชดเชยความเสียหายแก่ผู้ได้รับผลกระทบ ตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง
2 ระยะกลาง
2.1 ให้กรมชลประทานร่วมกับกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทออกแบบให้ถนนหรือสิ่งกีดขวางทางน้ำมีทางระบายน้ำที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
2.2 ให้กรมชลประทานร่วมกับ สทนช. พิจารณาเพิ่มพื้นที่รับน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำที่เกี่ยวข้อง และในกรณีที่จำเป็นต้องเวนคืนที่ดินของประชาชนจะต้องจัดให้มีกระบวนการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่อย่างเคร่งครัด
2.3 ให้จัดสรรงบประมาณที่เพียงพอแก่ อปท. ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมซ้ำซาก เพื่อใช้เตรียมความพร้อมและเผชิญเหตุ รวมถึงช่วยเหลือเยียวยาประชาชนในพื้นที่อย่างทั่วถึงและทันต่อสถานการณ์
2.4 ให้ สทนช. ร่วมกับกรมชลประทานจัดตั้งคณะทำงานภายใต้คณะกรรมการลุ่มน้ำยม คณะกรรมการลุ่มน้ำน่าน และคณะกรรมการลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย ผู้มีส่วนได้เสียทั้งในและนอกเขตชลประทาน ผู้แทน อปท. ผู้แทนภาคเกษตร ผู้แทนภาคธุรกิจ ผู้นำท้องที่ และผู้แทนกลุ่มองค์กรผู้ใช้น้ำ โดยให้มีหน้าที่และอำนาจในการวางแผนและตัดสินใจการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ กำหนดเกณฑ์การรับและระบายน้ำ กำหนดกลไกการสื่อสาร รวมถึงรวบรวมข้อมูลความเสียหายและกำหนดเกณฑ์การชดเชยเยียวยาแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ
3. ระยะยาว
ให้กรมชลประทานและ สทนช. เร่งรัดการดำเนินงานตามแผนเชิงยุทธศาสตร์ขนาดใหญ่เพื่อจัดการปัญหาการบริหารจัดการน้ำภาพรวมของลุ่มน้ำเจ้าพระยา 9 แผนงาน
แผน 1 ปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก
แผน 2 คลองระบายน้ำหลากชัยนาท – ป่าสัก – อ่าวไทย
แผน 3 คลองระบายน้ำควบคู่กับถนนวงแหวนรอบที่ 3
แผน 4 ปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก
แผน 5 เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา
แผน 6 การบริหารจัตการพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ
แผน 7 คลองระบายน้ำหลากบางบาล – บางไทร (กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นำเสนอคณะรัฐมนตรีแล้ว มีมติเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2562 อนุมัติให้ดำเนินโครงการ)
แผน 8 เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำแม่น้ำท่าจีน
แผน 9 พื้นที่รับน้ำนอง
ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/485983&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Z-v60eSDt2Cf2NRx6InwN

