rn
rn
อ. ป๋วยฯ เป็นปูชนียบุคคลที่ทำประโยชน์มากมายให้กับประเทศ โดยท่านดำรงตำแหน่งผู้ว่าการแบงก์ชาตินานราว 12 ปี ในช่วง 11 มิ.ย. 2502 – 15 ส.ค. 2514 ในหนังสือ 72 ปี ธปท. ระบุว่า ตลอดระยะเวลาทำงานท่านเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพ โดยท่านเป็นเรี่ยวแรงสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านการปรับปรุงระบบการเงิน การคลัง และการธนาคาร
rn
rn
ท่านวางรากฐานให้กับระบบเศรษฐกิจและการเงินของไทยหลากหลายด้าน ผู้เขียนจะขอยกแนวคิด 2 เรื่อง ที่มีความสำคัญในยุคปัจจุบัน
rn”}}” id=”start-of-article”>
9 มี.ค 2459 เป็นวันเกิดของ ดร. ป๋วย อึ๊งภากรณ์ หรือ อ. ป๋วย ค่ะ ในโอกาสที่เดือนนี้ ครบ 110 ปี ชาตกาล ผู้เขียนในฐานะศิษย์เก่าธรรมศาสตร์และทำงานที่แบงก์ชาติ ซึ่งเป็น 2 องค์กรที่ผูกพันกับ อ. ป๋วย จึงขออนุญาตเขียนรำลึกถึงแนวคิด อ. ป๋วย โดยเฉพาะ “การยื่นมือและติดดิน” ที่ยังคงทันสมัยในปัจจุบันค่ะ
อ. ป๋วยฯ เป็นปูชนียบุคคลที่ทำประโยชน์มากมายให้กับประเทศ โดยท่านดำรงตำแหน่งผู้ว่าการแบงก์ชาตินานราว 12 ปี ในช่วง 11 มิ.ย. 2502 – 15 ส.ค. 2514 ในหนังสือ 72 ปี ธปท. ระบุว่า ตลอดระยะเวลาทำงานท่านเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพ โดยท่านเป็นเรี่ยวแรงสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านการปรับปรุงระบบการเงิน การคลัง และการธนาคาร
ท่านวางรากฐานให้กับระบบเศรษฐกิจและการเงินของไทยหลากหลายด้าน ผู้เขียนจะขอยกแนวคิด 2 เรื่อง ที่มีความสำคัญในยุคปัจจุบัน
rn
rn
ในหนังสือจดหมายจากใจถึง อ. ป๋วย ฉบับที่ 4 ระบุไว้ว่า อ. ป๋วยพูดถึงบทบาทของธนาคารกลางที่จะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ แบงก์ชาติจึงควรเข้าใจสภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรอบด้าน รวมถึงสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต เพื่อประกอบการกำหนดนโยบายการเงินแท้ที่จริงแล้ว แบงก์ชาติมิได้ดูแต่เฉพาะเงินเฟ้อเพียงอย่างเดียว แต่คำนึงถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจ
rn
rn
อ. ป๋วยยังได้บันทึกเรื่องการประสานนโยบายเศรษฐกิจมหภาคไว้อย่างน่าสนใจว่า “นโยบายการคลัง การเงิน และการประสานนโยบายทั้งสอง อาจจะดีพร้อม แต่จะไม่มีประโยชน์อันใดเลย ถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่สามารถอธิบายในลักษณะที่จะทำให้อีกฝ่ายหนึ่งประทับใจ และคล้อยตามได้”
rn
rn
ในยุคปัจจุบัน ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมต.คลัง กับ ผู้ว่าการแบงก์ชาติ คุณวิทัย รัตนากร ได้ให้ความเห็นที่สอดคล้องกันในงานสนทนาคู่หูเศรษฐกิจ ฝ่าวิกฤตสู่ความยั่งยืน จัดโดยสมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ ไว้ว่า เรื่องเป้าหมายนโยบายการเงิน เป็นความรับผิดชอบร่วมกัน มีการประสานนโยบาย (policy coordination) เป็นอย่างดี ไม่มีติดขัด โดยคำนึงถึงนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลด้วย ส่วนเรื่องเครื่องมือ แบงก์ชาติมีอิสระในการตัดสินใจนโยบายการเงินโดย กนง.
rn
rn
ล่าสุด กนง. ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงเหลือ 1 % โดยทางเลขานุการ กนง. ดร. ดอน นาครทรรพ ได้ให้เหตุผลของการ front load นี้ ว่า เพื่อช่วยเศรษฐกิจไทยได้เร็วขึ้น อย่างน้อย 2-3 เดือน
rn
rn
ด้านการประสานนโยบายเศรษฐกิจ ผู้ว่าวิทัยฯ ไม่จำกัดเฉพาะเรื่องนโยบายการเงิน แต่ยังขยายบทบาทแบงก์ชาติ สู่การเป็นผู้นำในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ผ่านมาตรการเฉพาะจุดต่างๆ เพื่อหนุนให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจขึ้นพร้อมๆ กับการดูแลเสถียรภาพ ที่ผ่านมา แบงก์ชาติเร่งออกหลาย มาตรการ และมีการปรับปรุงระบบเพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์มากที่สุด โดยล่าสุด โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” มีการอัปเดตระบบเช็คสิทธิใหม่ เพียงเข้า web site โครงการฯ เช็คสิทธิและเลือกมาตรการ ซึ่งหากเช็คสิทธิผ่าน ระบบจะลงทะเบียนให้ได้เลยค่ะ โดยจะได้ SMS รอรับการติดต่อกลับจาก SAM นับว่าเป็นการเพิ่มความสะดวกแก่ลูกหนี้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการนะคะ
rn
rn
2. การยื่นมือและติดดิน
rn
rn
หากกล่าวถึงค่านิยมร่วมของคนแบงก์ชาติ คือ ยืนตรง มองไกล ติดดิน และ ยื่นมือ นั้น ความ “ยืนตรงและมองไกล” เสมือนอยู่ใน DNA ของคนแบงก์ชาติอยู่แล้ว ส่วนที่รับคำแนะนำว่า ควรเพิ่มเติม คือ “ติดดินและยื่นมือ”
rn
rn
การประสานนโยบายและแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเป็นการสะท้อน บทบาทการยื่นมือของแบงก์ชาติที่ทำร่วมกับภาครัฐว่าด้วยเรื่องเศรษฐกิจ แต่ยังมีบทบาทอื่นๆ ที่แบงก์ชาติทำเพิ่ม ด้านการยื่นมือและติดดิน โดยเฉพาะความเชื่อมโยงกับภาคธุรกิจและภาคประชาชน
rn
rn
สิ่งหนึ่งที่ อ. ป๋วยได้สร้างความเชื่อมโยงนี้ไว้ คือ การจัดตั้งสำนักงานในภูมิภาค ซึ่งปัจจุบันสำนักงานภาคได้ให้คำแนะนำ ทั้งเศรษฐกิจ การเงิน และการให้ความรู้ทางการเงิน ควบคู่ไปกับการเปิดใจรับฟังเสียงสะท้อนจากภูมิภาค ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ ภาคประชาชน ผ่านการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน เพื่อเป็นข้อมูลเชิงลึกให้แบงก์ชาติในการออกมาตรการได้ตรงจุดมากขึ้น รวมถึงการประชุม กนง. ด้วย นอกจากนี้ กรรมการ กนง. ยังได้เดินทางลงพื้นที่ สัมผัสชีวิตจริง พูดคุยกับผู้ประกอบการท้องถิ่น ผ่าน โครงการ กนง. สัญจร ทำให้ได้รับข้อมูลแบบเจาะลึกด้วยตนเองด้วยค่ะ
rn
rn
อ. ป๋วยเองเคยกล่าวไว้ว่า “นักเศรษฐศาสตร์ มักจะเพ่งเล็งแต่เฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ ถ้าเป็นเช่นนั้นจะนับว่ามีการพัฒนาสมบูรณ์มิได้ จำเป็นต้องพิจารณาเลยไปถึงการพัฒนาสังคมด้วย”
rn
rn
ไม่เพียงด้านเศรษฐกิจ แบงก์ชาติยังใส่ใจด้านการให้ความช่วยเหลือสังคม ปัจจุบัน มีการให้ทุนการศึกษาแก่เด็กยากจน ด้อยโอกาส ผ่านมูลนิธิ 50 ปี ธปท. และ มีการให้ความรู้ทางการเงิน เพื่อภูมิคุ้มกันแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง
rn
rn
โดยผู้ว่าการแบงก์ชาติ คุณวิทัย รัตนากรได้กล่าวในงาน “GovernorConnect” เมื่อคราวพบสื่อมวลชนครั้งแรก 10 ต.ค.68 หลังรับตำแหน่ง เพื่อพูดถึงแนวทางการทำงานของแบงก์ชาติ ว่า “เราทำหน้าที่โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนและประเทศเป็นหลัก ด้วยการรักษาเสถียรภาพ และจะมีมาตรการเฉพาะจุดเพิ่มเติม เพื่อเสริมนโยบายการเงินในภาพใหญ่ เช่น การแก้ปัญหาหนี้เสีย ผ่านกลไก AMC การช่วยให้ SMEs เข้าถึงสินเชื่อในระบบได้มากขึ้น และการทำให้ต้นทุนของบริการทางการเงินเหมาะสม” รวมทั้ง “แบงก์ชาติยังสานต่อการวางรากฐานภาคการเงินให้พร้อมรองรับกระแสโลกใหม่ รวมถึงการสร้างวินัยทางการเงินแก่ประชาชนให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น”
rn
rn
ทั้งหมดนี้ สะท้อนว่า แม้แบงก์ชาติจะมีบทบาทหลักในการดูแลเศรษฐกิจการเงินของประเทศ แต่ก็ตระหนักดีถึงความรับผิดชอบต่อสังคม โดยนอกจากยืนตรง มองไกลแล้ว ยังติดดิน รับฟังเสียงภาคธุรกิจและประชาชน และพร้อมยื่นมือ ประสานกับทุกภาคส่วน โดยเน้นการลงมือทำจริง เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืนแก่คนไทยกันค่ะ
rn”}}” id=”text-df8422dcac”>
1. การประสานนโยบายเศรษฐกิจมหภาค
ในหนังสือจดหมายจากใจถึง อ. ป๋วย ฉบับที่ 4 ระบุไว้ว่า อ. ป๋วยพูดถึงบทบาทของธนาคารกลางที่จะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ แบงก์ชาติจึงควรเข้าใจสภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรอบด้าน รวมถึงสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต เพื่อประกอบการกำหนดนโยบายการเงินแท้ที่จริงแล้ว แบงก์ชาติมิได้ดูแต่เฉพาะเงินเฟ้อเพียงอย่างเดียว แต่คำนึงถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจ
อ. ป๋วยยังได้บันทึกเรื่องการประสานนโยบายเศรษฐกิจมหภาคไว้อย่างน่าสนใจว่า “นโยบายการคลัง การเงิน และการประสานนโยบายทั้งสอง อาจจะดีพร้อม แต่จะไม่มีประโยชน์อันใดเลย ถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่สามารถอธิบายในลักษณะที่จะทำให้อีกฝ่ายหนึ่งประทับใจ และคล้อยตามได้”
ในยุคปัจจุบัน ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมต.คลัง กับ ผู้ว่าการแบงก์ชาติ คุณวิทัย รัตนากร ได้ให้ความเห็นที่สอดคล้องกันในงานสนทนาคู่หูเศรษฐกิจ ฝ่าวิกฤตสู่ความยั่งยืน จัดโดยสมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ ไว้ว่า เรื่องเป้าหมายนโยบายการเงิน เป็นความรับผิดชอบร่วมกัน มีการประสานนโยบาย (policy coordination) เป็นอย่างดี ไม่มีติดขัด โดยคำนึงถึงนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลด้วย ส่วนเรื่องเครื่องมือ แบงก์ชาติมีอิสระในการตัดสินใจนโยบายการเงินโดย กนง.
ล่าสุด กนง. ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงเหลือ 1 % โดยทางเลขานุการ กนง. ดร. ดอน นาครทรรพ ได้ให้เหตุผลของการ front load นี้ ว่า เพื่อช่วยเศรษฐกิจไทยได้เร็วขึ้น อย่างน้อย 2-3 เดือน
ด้านการประสานนโยบายเศรษฐกิจ ผู้ว่าวิทัยฯ ไม่จำกัดเฉพาะเรื่องนโยบายการเงิน แต่ยังขยายบทบาทแบงก์ชาติ สู่การเป็นผู้นำในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ผ่านมาตรการเฉพาะจุดต่างๆ เพื่อหนุนให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจขึ้นพร้อมๆ กับการดูแลเสถียรภาพ ที่ผ่านมา แบงก์ชาติเร่งออกหลาย มาตรการ และมีการปรับปรุงระบบเพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์มากที่สุด โดยล่าสุด โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” มีการอัปเดตระบบเช็คสิทธิใหม่ เพียงเข้า web site โครงการฯ เช็คสิทธิและเลือกมาตรการ ซึ่งหากเช็คสิทธิผ่าน ระบบจะลงทะเบียนให้ได้เลยค่ะ โดยจะได้ SMS รอรับการติดต่อกลับจาก SAM นับว่าเป็นการเพิ่มความสะดวกแก่ลูกหนี้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการนะคะ
2. การยื่นมือและติดดิน
หากกล่าวถึงค่านิยมร่วมของคนแบงก์ชาติ คือ ยืนตรง มองไกล ติดดิน และ ยื่นมือ นั้น ความ “ยืนตรงและมองไกล” เสมือนอยู่ใน DNA ของคนแบงก์ชาติอยู่แล้ว ส่วนที่รับคำแนะนำว่า ควรเพิ่มเติม คือ “ติดดินและยื่นมือ”
การประสานนโยบายและแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเป็นการสะท้อน บทบาทการยื่นมือของแบงก์ชาติที่ทำร่วมกับภาครัฐว่าด้วยเรื่องเศรษฐกิจ แต่ยังมีบทบาทอื่นๆ ที่แบงก์ชาติทำเพิ่ม ด้านการยื่นมือและติดดิน โดยเฉพาะความเชื่อมโยงกับภาคธุรกิจและภาคประชาชน
สิ่งหนึ่งที่ อ. ป๋วยได้สร้างความเชื่อมโยงนี้ไว้ คือ การจัดตั้งสำนักงานในภูมิภาค ซึ่งปัจจุบันสำนักงานภาคได้ให้คำแนะนำ ทั้งเศรษฐกิจ การเงิน และการให้ความรู้ทางการเงิน ควบคู่ไปกับการเปิดใจรับฟังเสียงสะท้อนจากภูมิภาค ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ ภาคประชาชน ผ่านการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน เพื่อเป็นข้อมูลเชิงลึกให้แบงก์ชาติในการออกมาตรการได้ตรงจุดมากขึ้น รวมถึงการประชุม กนง. ด้วย นอกจากนี้ กรรมการ กนง. ยังได้เดินทางลงพื้นที่ สัมผัสชีวิตจริง พูดคุยกับผู้ประกอบการท้องถิ่น ผ่าน โครงการ กนง. สัญจร ทำให้ได้รับข้อมูลแบบเจาะลึกด้วยตนเองด้วยค่ะ
อ. ป๋วยเองเคยกล่าวไว้ว่า “นักเศรษฐศาสตร์ มักจะเพ่งเล็งแต่เฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ ถ้าเป็นเช่นนั้นจะนับว่ามีการพัฒนาสมบูรณ์มิได้ จำเป็นต้องพิจารณาเลยไปถึงการพัฒนาสังคมด้วย”
ไม่เพียงด้านเศรษฐกิจ แบงก์ชาติยังใส่ใจด้านการให้ความช่วยเหลือสังคม ปัจจุบัน มีการให้ทุนการศึกษาแก่เด็กยากจน ด้อยโอกาส ผ่านมูลนิธิ 50 ปี ธปท. และ มีการให้ความรู้ทางการเงิน เพื่อภูมิคุ้มกันแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง
โดยผู้ว่าการแบงก์ชาติ คุณวิทัย รัตนากรได้กล่าวในงาน “GovernorConnect” เมื่อคราวพบสื่อมวลชนครั้งแรก 10 ต.ค.68 หลังรับตำแหน่ง เพื่อพูดถึงแนวทางการทำงานของแบงก์ชาติ ว่า “เราทำหน้าที่โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนและประเทศเป็นหลัก ด้วยการรักษาเสถียรภาพ และจะมีมาตรการเฉพาะจุดเพิ่มเติม เพื่อเสริมนโยบายการเงินในภาพใหญ่ เช่น การแก้ปัญหาหนี้เสีย ผ่านกลไก AMC การช่วยให้ SMEs เข้าถึงสินเชื่อในระบบได้มากขึ้น และการทำให้ต้นทุนของบริการทางการเงินเหมาะสม” รวมทั้ง “แบงก์ชาติยังสานต่อการวางรากฐานภาคการเงินให้พร้อมรองรับกระแสโลกใหม่ รวมถึงการสร้างวินัยทางการเงินแก่ประชาชนให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น”
ทั้งหมดนี้ สะท้อนว่า แม้แบงก์ชาติจะมีบทบาทหลักในการดูแลเศรษฐกิจการเงินของประเทศ แต่ก็ตระหนักดีถึงความรับผิดชอบต่อสังคม โดยนอกจากยืนตรง มองไกลแล้ว ยังติดดิน รับฟังเสียงภาคธุรกิจและประชาชน และพร้อมยื่นมือ ประสานกับทุกภาคส่วน โดยเน้นการลงมือทำจริง เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืนแก่คนไทยกันค่ะ
rn
** บทความนี้เป็นข้อคิดเห็นส่วนบุคคล ซึ่งไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับข้อคิดเห็นของหน่วยงานที่สังกัด **
rn”}}” id=”disclaimer”>
** บทความนี้เป็นข้อคิดเห็นส่วนบุคคล ซึ่งไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับข้อคิดเห็นของหน่วยงานที่สังกัด **
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bot.or.th/th/research-and-publications/articles-and-publications/articles/article-20260317.html&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0SioJ3CJEcXvIjwecX0Vnr


