• Tue. Mar 17th, 2026
‘

ช่องแคบฮอร์มุซที่ถูกอิหร่านควบคุมแบบเบ็ดเสร็จ แม้แต่กองทัพสหรัฐฯ ก็ยึดคืนมาไม่ได้ (และแม้แต่ทรัมป์จะระดมพลพันธมิตรให้มาช่วยก็ไม่มีใครกล้ามาช่วย) ตอนนี้มีของสิ่งหนึ่งที่จะง้างช่องแคบนี้ให้เปิดออกมาได้แล้ว

นั่นคือ ‘เงินหยวน’

สำนักข่าว CNN อ้างแหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่าน ที่เผยว่าอิหร่านกำลังพิจารณาอนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ในจำนวนจำกัด โดยมีเงื่อนไขว่าการซื้อขายน้ำมันจะต้องใช้เงินหยวนจีนแทนดอลลาร์สหรัฐ

เรื่องนี้สำคัญอย่างไร? 

สำคัญตรงที่อิหร่านต้องการหยุดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ของตนเองพร้อมๆ กับทำลายรากฐานเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่อิงกับดอลลาร์ไปด้วย

ข้อแรก “อิหร่านต้องการหยุดการพึ่งพาเงินดอลลาร์” เพราะอิหร่านตระหนักว่าเงินดอลลาร์ถูกใช้เป็นอาวุธทางเศรษฐกิจได้ โดยประจักษ์กับตัวเองมาแล้วหลังจากถูกสหรัฐฯ และชาติตะวันตกคว่ำบาตร ทำให้ขายน้ำมันไม่ได้ เมื่อขายน้ำมันไม่ได้จึงขาดเงินสกุลแข็งตคือดอลลาร์ เมื่อขาดเงินสกุลแข็งก็ทำให้เงินเรียลอ่อนค่าลง กอปรกับไม่มีรายได้เข้าประเทศเพราะถูกกีดกัน ทำให้เศรษฐกิจพังลงเรื่อยๆ จนกระทั่งเมื่อปีที่แล้ว ประชาชนทนไม่ไหวกับค่าเงินที่อ่อนลงจนแทบจะเป้นเงินกงเต๊กและเงินเฟ้อยังรุนแรง ผลักดันให้มวลชนออกมาต่อต้านรัฐบาลทุกหย่อมหญ้า รัฐบาลอิหร่านต้องใช้วิธีรุนแรงเข้าปราบปรามจึงรอดจากการถูกโค่นล้มมาได้

“การใช้ดอลลาร์เป็นอาวุธ” (Dollar weaponization) นี้เป็นแผนการหนึ่งของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการทำลายศัตรูและใช้มะนกับอิหร่านเป็นประเทศล่าสุด เรียกว่าแนวทาง Maximum pressure 

ดังนั้น อิหร่านจึงต้องการเลิกพึ่งพาดอลลาร์ (Dedollarisation) โดยเร็ว วิธีการหนึ่งก็คือต้องเปลี่ยนไปใช้เงินสกุลอื่นในการซื้อขายน้ำมัน เพราะตั้งแต่ทศวรรษที่ 70 เป็นต้นมาโลกของผู้ผลิตน้ำมันส่งออกล่วนแต้ใช้เงินดอลลาร์ในการซื้อขายน้ำมัน ทำให้ดอลลาร์ถูกผูกกัยราคาน้ำมัน เรียกว่า Petrodollar

Petro คือน้ำมัน dollar คือเงินอเมริกัน

สองอย่างนี้ผสมโรงกันได้เพราะซาอุดีอาระเบีย ลูกพี่ของของ OPEC 

ซาอุดีอาระเบียตกลงกับสหรัฐฯ ว่าจะยอมใช้เงินดอลลาร์เป็นตัวกลางซื้อขายน้ำมันโดยแลกกับการที่สหรัฐฯ จะคุ้มครองแหล่งน้ำมันของซาอุฯ 

ส่วนการที่ซาอุฯ และประเทศค้าน้ำมันอื่นๆ ยอมให้ดอลลาร์เป็นตัวกลางซื้อขายก็เท่ากับช่วยประคองเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่กำลังพะงาบๆ จากการผลาญเงินมหาศาลในสงครามเวียดนาม และภาวะเศรษฐกิจถดถอย-ชะงักงันในช่วงทศวรรษที่ 70

รัฐบาลสหรัฐฯ จึงต้องใช้มาตรการต่างๆ เพื่อพยุงเศรษฐกิจ แต่ก็ต้องหาวิธีรักษาความเป็นผู้นำในเศรษฐกิจโลกเอาไว้ด้วย

ในช่วงเวลานี้ดอลลาร์หมดสภาพอย่างหนัก 

โดยก่อนหน้านั้นค่าเงินดอลลาร์ผูกกับทองคำตามระบบที่เรียกว่า  Bretton Woods system ที่ตั้งขึ้นหลังสงครามโลก ภายใต้ระบบนี้ ประเทศต่างๆ จะชำระบัญชีระหว่างประเทศด้วยเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสามารถแปลงเป็นทองคำได้ในอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ที่ 35 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และสามารถแลกเปลี่ยนเงินจำนวนดังกล่าวเป็นทองคำได้กับสหรัฐฯ สหรัฐฯ มีพันธะที่จะค้ำประกันเงินดอลลาร์ทุกดอลลาร์ด้วยทองคำ  

แต่ประเทศต่างๆ เห็นว่าระบบนี้ไม่แฟร์ เพราะสหรัฐฯ สามารถผลิตดอลลาร์ได้ตามใจปรารถนา แต่กลับนำเงินไปถลุงในสงครามและนโยบายอัดฉีดเงินเข้าระบบแบบไม่ยั้งคิดของธนาคารกลางสหรัฐฯ โดยไม่ได้อิงกับทองคำสำรองของตน ทำให้นานาประเทศหมดศัรทธาในดอลลาร์ที่ผูกกับทองคำ และขู่ที่จะถอนทองคำออกมา และพากันถอนตัวจากระบบนี้

สหรัฐฯ ไม่มีทางเลือกนอกจากจะถอนตัวจากการอ้างอิงทองคำเอาดื้อๆ โดยระงับการแปลงค่าเงินดอลลาร์เป็นทองคำหรือสินทรัพย์สำรองอื่นๆ เพื่อไม่ให้รัฐบาลต่างประเทศสามารถแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์เป็นทองคำได้อีกต่อไป

แต่การทำแบบนี้ทำให้ดอลลาร์จะเสียสถานะนำในเศรษฐกิจโลกไปด้วย 

ประเทศผู้ผลิตน้ำมันจึงเข้ามากอบกู้ดอลลาร์เอาไว้ โดยมีข้อแลกเปลี่ยนดังกล่าว

ยิ่งดอลลาร์ผูกกับการซื้อน้ำมัน ยิ่งทำให้เงินดอลลาร์เป็นที่ต้องการของโลกในฐานะทุนสำรองระหว่างประเทศ และยิ่งเป็นตัวค้ำชูความเป็นมหาอำนาจของสหรัฐฯ 

แต่ในเวลาเดียวกัน การต่ออายุให้ดอลลาร์ เท่ากับทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ ใช้มันเป็นอาวุธบ่อนทำลาย ‘ศัตรู’ หลายครั้งแล้ว จนในที่สุดอิหร่านที่ช่วยต่ออายุให้ดอลลาร์ผ่านระบบ  Petrodollar ก็ถูกดอลลาร์เล่นงานในที่สุด

การทำลาย Petrodollar จึงไม่ใช่แค่ทำลายโอกาสการใช้ดอลลาร์เป็นอาวุธ แต่ยังบ่อนทำลายสถานะมหาอำนาจของเศรษฐกิจอเมริกันด้วย

นับตั้งแต่ถูกคว่ำบาตร อิหร่านก็พยายามสลัดตัวจากดอลลาร์มาโดยตลอดโดยเริ่มรับเงินยูโรมาตั้งแต่ปี 2003 และพอเศรษฐกิจจีนเริ่มผงาดขึ้นมา อิหร่านก็เริ่มเสนอให้ใช้เงินหยวนแทนที่ดอลลาร์มาเรื่อยๆ 

แต่เพราะ Petrodollar มีสถานะที่แข็งแกร่งมาก หากไม่ได้รับความร่วมมือกับชาติอื่นๆ ความพยายามของอิหร่านก็จะไร้ผล ดังนั้นอิหร่านจึงถูก ‘อาวุธดอลลาร์’ เล่นงานมาตลอดจนเกือบจะล้มอยู่แล้ว

ความพยายามครั้งล่าสุดของอิหร่านเกิดขึ้นในช่วงคาบเกี่ยวกับการถูกอาวุธดอลลาร์ ถล่มจนเกิดการประท้วงใหญ่กับการเกิดสงครามกับสหรัฐฯ-อิสราเอล คือ เมื่อช่วงฤดูร้อนปีที่แล้ว

ในช่วงนั้นจีนเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ซึ่งอิหร่านเพิ่งจะเข้าเป็นสมาชิกเมื่อปีก่อนหน้านั้น 

เพิ่งจะเข้ามาแท้ๆ อิหร่านก็เสนอความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่โดยไม่รีรอ (เพราะรอไม่ได้) 

ในเวลานั้น ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเกียน แห่งอิหร่าน เรียกร้องให้ SCO  จัดตั้ง “โครงการริเริ่มบัญชีพิเศษและการชำระบัญชี” มีพื้นฐานอยู่บนสามเสาหลัก ได้แก่ การขยายการค้าด้วยสกุลเงินประจำชาติ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลร่วมกัน รวมถึงสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง และการสร้างกองทุนแลกเปลี่ยนสกุลเงินพหุภาคีเพื่อสนับสนุนสมาชิกที่ประสบปัญหาทางการเงิน

สรุปสั้นๆ ก็คือ อิหร่านต้องการให้จีน รัสเซีย และพันธมิตร SCO เลิกค้าขายด้วยดอลลาร์ และแทนที่ด้วยระบบการเงินแบบใหม่

แม้ไม่ระบุว่าจะใช้เงินหยวนเป็นตัวกลาง แต่อิหร่านต้องการให้ใช้เงินหยยวนเป็นตัวกลางแทนดอลลาร์มาระยะหนึ่งแล้ว

พูดให้กระชับลงอีกคือ สร้าง Petroyuan ขึ้นมาแทนที่ Petrodollar

ที่ผ่านมา ความพยายามของอิหร่านไม่ได้รับความร่วมมือมากนักแม้แต่ในกลุ่มพันธมิตรด้วยกัน เพราะการสถานะ Petrodollar ยังคงแข็งแกร่ง และทรัมป์เองก็ใช้ความแข็งแกร่งนี้ข่มขู่ประเทศ BRICs ด้วยซ้ำว่าอย่าพยายามสั่นคลอนสถานะนำของดอลลาร์

ที่สำคัญก็คือ แม้อิหร่านจะบีบให้ทุกประเทศต้องจ่ายเงินหยวนเพื่อซื้อขายน้ำมันในฐานะเป็นบัตรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่นี่เป็นไปเพื่อผลประโยชน์เฉพาะหน้าของอิหร่านในการป้องกันการใช้ดอลลาร์เป็นอาวุธ ยังไม่สามารถสั่นคลอน Petrodollar แล้วทนที่ด้วย Petroyuan ได้ 

เพราะประเทศส่วนใหญ่ในโลกยังต้องอ้างราคาซื้อขายน้ำมันด้วยดอลลาร์ 

แต่การบีบให้ชาวโลกต้องใช้ Petroyuan ผ่านการปิดช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นก้าวสำคัญ เพราะเป็นการแสดงให้เห็นพันธมิตร SCO เห็นว่าข้อเสนอของอิหร่านนั้นเป็นไปได้ แม้ว่าอาจจะต้องใช้กำลังบังคับกันยสักหน่อย

แต่ระเบียบการเงินโลกที่ผ่านๆ มานั้นล่วนแต่เป็นผลพวงจากสงครามทั้งสิ้น 

Bretton Woods system เกิดขึ้นมาได้เพราะสงครามโลกครั้งที่ 2

และ Petrodollar ก็เกิดขึ้นมาเพราะสงครามเวียดนาม

จะเป็นเป็นไรไปที่ Petroyuan ก็จะเกิดจากสงครามของอิหร่านได้เหมือนกัน

บทความทัศนะโดย กรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร และบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ The Better 

Photo – หวังอี้ (กลาง) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน โบกมือต้อนรับ เซอร์เกย์ เรียบคอฟ (ขวา) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของรัสเซีย และ คาเซม การิบาบาดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ก่อนการประชุมเกี่ยวกับประเด็นนิวเคลียร์ของอิหร่าน ณ โรงแรมรับรองแขกของรัฐเตียวหยูไท ในกรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2025 (ภาพโดย POOL / AFP)

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/world/41129&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2NxjCWFM9V7J5aHlbvH-UV