• Tue. Mar 17th, 2026

เศรษฐกิจจีนฟื้นตัวแกร่ง ช่วยรับมือผลกระทบสงครามระยะสั้น

เศรษฐกิจจีนฟื้นตัวแกร่ง-ช่วยรับมือผลกระทบสงครามระยะสั้นเศรษฐกิจจีนฟื้นตัวแกร่ง ช่วยรับมือผลกระทบสงครามระยะสั้น

เศรษฐกิจจีนต้นปี 2026 ส่งสัญญาณแข็งแกร่งกว่าคาดการณ์ หลังผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ค้าปลีก และการลงทุนออกมาดีเกินคาด สะท้อนแรงส่งเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ช่วยรับมือแรงกระแทกสงครมอิหร่านในระยะสั้นได้ แต่ในระยะยาวอาจฉุดส่งออก จนกระทบเป้าหมายจีดีพีปีนี้

ตัวชี้วัดเศรษฐกิจจีนออกมาดีเกินคาดในช่วงต้นปี 2026 ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมโตแรง ค้าปลีกขยายตัว สะท้อนแรงส่งทางเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้นก่อนที่สงครามในอิหร่านจะสร้างความปั่นป่วนต่อแนวโน้มการเติบโตและเงินเฟ้อของเศรษฐกิจโลก

สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนเปิดเผยข้อมูลล่าสุดวันนี้ว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนม.ค.-ก.พ. เพิ่มขึ้น 6.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตเร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2025 และเพิ่มขึ้นจาก 5.2% ในเดือนธ.ค. 

ด้านยอดค้าปลีกในช่วงสองเดือนแรกเพิ่มขึ้น 2.8% โดยเร่งตัวขึ้นมาจาก 0.9% ในเดือนธ.ค. และสูงกว่าค่ากลางของการคาดการณ์นักเศรษฐศาสตร์สำรวจโดยบลูมเบิร์กที่ 2.5%

ขณะที่การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรขยายตัวอย่างเหนือความคาดหมาย 1.8% หลังจากหดตัวเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2025

การลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ร่วงลง 11.1% ในช่วงสองเดือนแรกของปีเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ก็ถือว่า “หดตัวน้อยกว่าที่คาดการณ์เอาไว้: ที่ 19.3% ขณะที่อัตราการว่างงานในเขตเมืองเพิ่มขึ้นเป็น 5.3% ซึ่งแย่กว่าทุกตัวเลขคาดการณ์ในแบบสำรวจของบลูมเบิร์ก

ฮ่าว โจว หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของบริษัทกัวไท่ จูหนัน อินเตอร์แนชันนัล ในฮ่องกง กล่าวว่า “แม้ความเสี่ยงต่อแนวโน้มเศรษฐกิจจะเพิ่มขึ้นจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และความปั่นป่วนในตลาดการค้าและพลังงานโลก แต่ตัวเลขล่าสุดบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจจีนเริ่มต้นปีด้วยพื้นฐานการเติบโตที่แข็งแกร่งกว่าที่เคยคาดไว้ ซึ่งจะช่วยรองรับแรงกระแทกจากปัจจัยภายนอกในระยะสั้นได้”

ข้อมูลดังกล่าวถือเป็น “ภาพรวมอย่างเป็นทางการครั้งแรก” ของภาวะเศรษฐกิจจีน หลังจากที่ปิดปี 2025 ด้วยอัตราการเติบโตที่ “ช้าที่สุด” นับตั้งแต่เปิดประเทศจากล็อดาวน์โควิดในปลายปี 2022 เมื่อการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศชะลอตัว และฉุดจีดีพีในไตรมาสสี่มาอยู่ที่ 4.5% 

อย่างไรก็ตาม ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ขยายวงกว้างได้สร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดพลังงานและก่อให้เกิดการหยุดชะงักใหม่ต่อการค้าโลก แม้จีนจะมีความเปราะบางต่อแรงกระแทกราคาน้ำมันน้อยกว่าประเทศเศรษฐกิจหลักอื่นๆ ในเอเชีย แต่ภาคการส่งออกของจีนยังคงเผชิญความเสี่ยงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ

โดยปกติแล้ว จีนจะเผยแพร่ข้อมูลเศรษฐกิจของเดือนม.ค. และก.พ. รวมกัน เพื่อปรับผลกระทบจากช่วงเวลาที่ไม่แน่นอนของวันหยุดตรุษจีน

ปักกิ่งได้ปรับลดเป้าหมายจีดีพีปีนี้ลงมาอยู่ที่ 4.5 – 5% ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ทะเยอทะยานน้อยที่สุดนับตั้งแต่ปี 1991 แม้จะมาจากฐานขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่กว่าตอนนั้นมากก็ตาม ขณะที่ “การส่งออก” ในช่วงสองเดือนแรกของปี 2026 แข็งแกร่งเกินคาด แต่แนวโน้มในระยะต่อไปยังขึ้นอยู่กับระยะเวลาและความรุนแรงของสงครามอิหร่าน ซึ่งลากเข้าสู่สัปดาห์ที่สามแล้ว

เดวิด ฉู, เอริค จู และชาง ซู่ จากบลูมเบิร์ก อีโคโนมิกส์วิเคราะห์ว่า ตลาดกำลังดิ่งลงอย่างรุนแรงท่ามกลางสงครามในอิหร่านที่ทวีความรุนแรง หากความขัดแย้งยืดเยื้อ ความปั่นป่วนในตลาดอาจลุกลามเข้าสู่เศรษฐกิจจริง สำหรับจีนความเสี่ยงหลักไม่ใช่เงินเฟ้อ แต่เป็นแรงกระแทกรอง นั่นคือการชะลอตัวอย่างรุนแรงของอุปสงค์โลกต่อการส่งออก ซึ่งอาจทำให้การบรรลุเป้าหมายการเติบโตของรัฐบาลยิ่งท้าทายมากขึ้น

จนถึงขณะนี้ ทางการจีนยังใช้แนวทางที่ระมัดระวัง โดยเลือกติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดแทนที่จะเร่งออกมาตรการใหม่ๆ ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้เปิดเผยแผนกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการคลังสำหรับปีนี้ ซึ่งมีขนาดเล็กลงเล็กน้อย

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/world/economics/1225321&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1WoubooTKUaCou_JB4pI9A