เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 ที่สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ (พุเตยสปา) อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายวรโชติ สุคนธ์ขจร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ ดร.นพ.พงศธง พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก นำคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขร่วมเปิด งานมหกรรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้านไทย ครั้งที่ 18 ระดับภาคเหนือ อย่างยิ่งใหญ่

โดยมี นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมด้วย ส.ส.เพชรบูรณ์ นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ น.ส.พิมพ์พร พรพฤติพันธ์ และ นายอัคร ทองใจสด รวมทั้ง นายอัครเดช ทองใจสด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ และ ดร.จินตนา ทองใจสด นายกเทศมนตรีตำบลพุเตย ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ท่ามกลางประชาชนและผู้สนใจเข้าร่วมจำนวนมาก
นายพัฒนา กล่าวว่า การแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้านไทย เป็นภูมิปัญญาที่ทรงคุณค่าของชาติ นอกจากจะเป็นทางเลือกในการดูแลสุขภาพของประชาชนแล้ว ยังสามารถต่อยอดสู่การพัฒนาเศรษฐกิจสุขภาพของประเทศได้อย่างมีศักยภาพ โดยเฉพาะการพัฒนาสมุนไพรไทย นวดไทย และตำรับยาไทยให้มีมาตรฐานและความปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับสู่ระดับสากล “การแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้านไทย ไม่เพียงช่วยดูแลสุขภาพของประชาชน แต่ยังเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนและประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 100,000 ล้านบาทต่อปี” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกล่าว

สำหรับการจัดงานครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่และสร้างการรับรู้ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกให้กับประชาชน รวมทั้งเปิดเวทีให้แพทย์แผนไทยและหมอพื้นบ้านจากทั่วประเทศได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็ง
ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การจัดแสดงนิทรรศการด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้านกว่า 50 บูธจากทั่วประเทศ การเชิดชูเกียรติ “หมอนวดมือทอง” การเสวนาวิชาการด้านสมุนไพรและภูมิปัญญาไทย การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย ดนตรีในสวน รวมถึงกิจกรรม “ชม ชิม ช็อป” ผลิตภัณฑ์สมุนไพรและสินค้าชุมชน โดยเปิดให้ประชาชนเข้าร่วมงานได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ทั้งนี้ การจัดงานมหกรรมดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่าง กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ร่วมกับภาคีเครือข่ายด้านการแพทย์แผนไทย จังหวัดเพชรบูรณ์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ และเทศบาลตำบลพุเตย เพื่อผลักดันเศรษฐกิจสุขภาพ และสร้างเสริมสุขภาพของประชาชนอย่างยั่งยืนต่อไป.


