• Thu. Mar 12th, 2026

งานวิจัยใหม่จากออกซ์ฟอร์ดชี้ โลกร้อนขึ้น-อัตราการเกิดเด็กผู้ชายลดลง

งานวิจัยใหม่จากออกซ์ฟอร์ดชี้-โลกร้อนขึ้น-อัตราการเกิดเด็กผู้ชายลดลงงานวิจัยใหม่จากออกซ์ฟอร์ดชี้ โลกร้อนขึ้น-อัตราการเกิดเด็กผู้ชายลดลง

เชื่อหรือไม่? โลกร้อนกำลังเปลี่ยนสมดุลอัตราการเกิดของมนุษย์

วันนี้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ปรากฏการณ์น้ำแข็งละลาย ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น ซึ่งปรากฏชัดในมิติของระบบนิเวศ เศรษฐกิจ หรือภัยพิบัติทางธรรมชาติ แต่ผลการศึกษาล่าสุดจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด (University of Oxford) ที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ Proceedings of the National Academy of Sciences กำลังชี้ให้เห็นถึงภัยคุกคามที่ลึกซึ้งยิ่งกว่า

นั่นคือการก้าวเข้ามาแทรกแซง “กลไกทางชีวภาพ” ในการสืบพันธุ์ของมนุษย์ โดยพบว่าอุณหภูมิที่สูงเกินเกณฑ์ 20 องศาเซลเซียส ส่งผลโดยตรงต่อการลดลงของจำนวนการเกิดใน “ทารกเพศชาย” เมื่อเทียบกับทารกเพศหญิง ซึ่งอาจกลายเป็นระเบิดเวลาลูกใหม่ของโครงสร้างประชากรโลกในอนาคต

โดยข้อมูลจากการเกิดมากกว่า 5 ล้านราย ใน 33 ประเทศแอฟริกาตอนใต้ของทะเลทรายซาฮาราและอินเดีย ชี้ว่า “ความร้อนในช่วงตั้งครรภ์” เพิ่มความเสี่ยงการเสียชีวิตของทารกในครรภ์ โดยเฉพาะทารกเพศชาย

ข้อค้นพบนี้ท้าทายความเชื่อทางวิทยาศาสตร์ที่มีมายาวนานว่าอัตราส่วนเพศของทารกแรกเกิดเป็นค่าคงที่ที่ถูกกำหนดโดยพันธุกรรม และแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม แต่หลักฐานใหม่กลับชี้ว่า ภาวะอากาศร้อนจัดอาจเป็นตัวแปรสำคัญที่กำลังค่อยๆ เปลี่ยนสมดุลนี้ในระดับโลก

sustainability-global-warming-may-shift-sex-ratio-fewer-boys-born-oxford-study-SPACEBAR-Photo01.jpg

เมื่อสภาพภูมิอากาศกำหนดว่า “ใครจะได้เกิด”

นักวิจัยระบุว่า ความร้อนที่เพิ่มขึ้นในช่วงตั้งครรภ์สามารถทำให้ร่างกายของมารดาควบคุมอุณหภูมิได้ยากขึ้น ส่งผลให้เกิดภาวะขาดน้ำหรือการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงทารกลดลง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการสูญเสียการตั้งครรภ์ในช่วงต้น โดยทารกเพศชายมีความเปราะบางต่อภาวะเครียดทางสรีรวิทยามากกว่าเพศหญิง

ทั้งนี้ อุณหภูมิไม่ได้เพียงกำหนดสภาพอากาศ แต่ยังมีบทบาทต่อการสืบพันธุ์ของมนุษย์ เพราะมันมีผลต่อว่า “ใครจะได้เกิด และใครจะไม่ได้เกิด” พร้อมทั้งส่งผลต่อการวางแผนครอบครัวและโครงสร้างประชากรในระยะยาว

นอกจากนี้ ผลกระทบของความร้อนไม่ได้จำกัดอยู่แค่กระบวนการทางชีววิทยาเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมทางสังคม เช่น การเข้าถึงบริการสาธารณสุข การเดินทางเพื่อรับบริการทางการแพทย์ หรือความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในช่วงคลื่นความร้อน ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจเกี่ยวกับการตั้งครรภ์หรือการยุติการตั้งครรภ์

ความเหลื่อมล้ำด้านภูมิอากาศกับสุขภาพแม่และเด็ก

อีกประเด็นที่นักวิจัยให้ความสำคัญคือ ผลกระทบจากความร้อนที่เกิดขึ้นทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมทางสังคมอย่างรุนแรง โดยกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือผู้หญิงในประเทศกำลังพัฒนา หรือกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่ขาดแคลนทรัพยากรในการปรับตัว เช่น การเข้าถึงเครื่องปรับอากาศหรือระบบสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพ  ซึ่งสะท้อนมิติของ “ความยุติธรรมด้านภูมิอากาศ” หรือ Climate Injustice ที่กำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญในเวทีการพัฒนาที่ยั่งยืน

เรื่องนี้ยังเชื่อมโยงโดยตรงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) โดยตรงกับ SDG 3: การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี และ SDG 5: ความเท่าเทียมทางเพศ เนื่องจากความร้อนส่งผลกระทบต่อความสามารถในการควบคุมอุณหภูมิร่างกายของมารดา หากร่างกายขาดน้ำหรือได้รับความร้อนเกินขีดจำกัด การส่งผ่านออกซิเจนและสารอาหารไปยังทารกจะติดขัด นำไปสู่การสูญเสียทารกในครรภ์ ซึ่งถือเป็นวิกฤตด้านสาธารณสุขที่รัฐบาลทั่วโลกต้องเผชิญ

sustainability-global-warming-may-shift-sex-ratio-fewer-boys-born-oxford-study-SPACEBAR-Photo02.jpg

โลกที่ร้อนขึ้นกับอนาคตประชากรมนุษย์

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายประเทศกำลังเผชิญฤดูร้อนที่ยาวนานขึ้น ตัวอย่างเช่นบางพื้นที่ของยุโรปมีฤดูร้อนยาวเกิน 100 วัน และจำนวนคืนเขตร้อน คืนที่อุณหภูมิไม่ลดต่ำกว่า 20 องศาฯ เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ปรากฏการณ์นี้ทำให้นักวิจัยเริ่มตั้งคำถามใหม่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง สภาพภูมิอากาศกับพลวัตประชากร เพราะหากอุณหภูมิโลกยังคงเพิ่มขึ้น การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ในอัตราส่วนเพศของทารกแรกเกิดอาจสะสมเป็นผลกระทบใหญ่ต่อโครงสร้างประชากรในระยะยาว

ในขณะที่ยุโรปกำลังเผชิญกับอัตราการเกิดที่ต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์อยู่ก่อนแล้ว การซ้ำเติมด้วยปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมยิ่งทำให้อนาคตของโครงสร้างประชากรตกอยู่ในสภาวะสั่นคลอน นักวิจัยทิ้งท้ายว่าความพยายามในการรักษาอุณหภูมิโลกตามข้อตกลงปารีส จึงไม่ใช่เพียงการรักษาทางกายภาพของโลกเท่านั้น แต่คือการรักษาความมั่นคงทางชีวภาพและความยั่งยืนของเผ่าพันธุ์มนุษย์ หากเราไม่เร่งปรับปรุงระบบสาธารณสุขและมาตรการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผลกระทบระยะยาวต่อพลวัตประชากรโลกอาจกลายเป็นความเสียหายที่ยากเกินจะเยียวยา

ขณะที่กำลังร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประเด็นเรื่องภูมิอากาศจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของสิ่งแวดล้อม แต่กำลังกลายเป็นปัจจัยที่เชื่อมโยงกับสุขภาพ การพัฒนา และอนาคตของสังคมมนุษย์ ตั้งแต่ระดับครอบครัวไปจนถึงระดับประชากรโลก

งานวิจัยนี้จึงเป็นอีกสัญญาณหนึ่งว่าการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไม่ได้หมายถึงเพียงการลดการปล่อยคาร์บอนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการออกแบบระบบสาธารณสุขและนโยบายสังคมที่สามารถปกป้องสุขภาพของแม่และเด็กในโลกที่อุณหภูมิสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/social/sustainability-global-warming-may-shift-sex-ratio-fewer-boys-born-oxford-study&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw39IN-GQuaDQ4CjpskFnV5t