• Tue. Mar 10th, 2026

ราคาปุ่ยพุ่งสูงจากสงครามตะวันออกกลาง เกษตรกรสหรัฐเผชิญวิกฤตต้นทุน

ราคาปุ่ยพุ่งสูงจากสงครามตะวันออกกลาง-เกษตรกรสหรัฐเผชิญวิกฤตต้นทุนราคาปุ่ยพุ่งสูงจากสงครามตะวันออกกลาง เกษตรกรสหรัฐเผชิญวิกฤตต้นทุน

เกษตรกรสหรัฐฯ เผชิญกับวิกฤตต้นทุนการผลิตที่รุนแรงขึ้น หลังราคาปุ๋ยพุ่งสูงจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง ในขณะที่กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับฤดูปลูกใหม่ ท่ามกลางสภาวะราคาพืชผลที่อยู่ในระดับต่ำ

Jim Martin เกษตรกรจากรัฐอิลลินอยส์ที่ปลูกถั่วเหลือง ข้าวโพด และพืชผลอื่นๆ เปิดเผยว่า ต้นทุนปุ๋ยและวัสดุการเกษตรเป็น “ฝันร้ายของทุกคน” ในขณะนี้ ถึงแม้เขาจะโชคดีที่ซื้อปุ๋ยสำหรับฤดูปลูกนี้ไว้แล้ว แต่ราคายังคงอยู่ในระดับสูงที่สุดในรอบหลายปี

สงครามกระทบเส้นทางขนส่งปุ่ยสำคัญ

บริษัทวิเคราะห์ข้อมูล Kpler รายงานว่า ปุ๋ยประมาณ 33% ของโลกต้องขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งการจราจรทางทะเลเกือบหยุดชะงักทั้งหมดนับแต่สงครามเกิดขึ้น การโจมตีของสหรัฐฯ-อิสราเอลเป้าหมายอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ก่อให้เกิดสงครามที่สร้างความวุ่นวายในภูมิภาค

Veronica Nigh นักเศรษฐศาสตร์หัวหน้าของ The Fertilizer Institute เผยว่า สหรัฐฯ นำเข้าปุ๋ยประมาณ 35% ของความต้องการ รวมถึงฟอสฟอรัสและไนโตรเจนจากตะวันออกกลาง ราคายูเรีย ซึ่งเป็นปุ๋ยไนโตรเจนชนิดหนึ่ง พุ่งสูงขึ้นเกือบ 30% ต่อตันในช่วงสัปดาห์ที่ 27 กุมภาพันธ์ถึง 6 มีนาคม

เกษตรกรเผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจ

Zippy Duvall ประธานสหพันธ์สำนักงานฟาร์มอเมริกัน เตือนในจดหมายถึงประธานาธิบดี Donald Trump เมื่อวันจันทร์ว่า หากไม่จัดลำดับความสำคัญในการส่งมอบปัจจัยการผลิตที่สำคัญอย่างยูเรีย แอมโมเนีย ไนโตรเจน ฟอสเฟต และผลิตภัณฑ์ที่มีฐานเป็นกำมะถัน สหรัฐฯ เสี่ยงต่อการขาดแคลนพืชผล ซึ่งอาจกระตุ้นอัตราเงินเฟ้อทั่วเศรษฐกิจ

Aaron Lehman เกษตรกรจากรัฐไอโอวา ที่ปลูกข้าวโพด ถั่วเหลือง และข้าวโอ๊ต กังวลเรื่องปัญหาปุ๋ยที่มาพร้อมกับต้นทุนอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้น ทั้งยาฆ่าแมลง เมล็ดพันธุ์ และค่ารักษาพยาบาล เขาระบุว่า “เกษตรกรอยู่ภายใต้แรงกดดันทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล” โดยจำนวนการล้มละลายของฟาร์มและจำนวนเงินกู้ของเกษตรกรเพิ่มขึ้น

ผลกระทบต่อการผลิตและรายได้

Jacquie Holland นักเศรษฐศาสตร์จากสมาคมถั่วเหลืองอเมริกัน อธิบayว่า ผู้ผลิตส่วนใหญ่ควรจะซื้อปุ๋ยสำหรับปีนี้ไว้แล้ว แต่เนื่องจากราคาสูง เกษตรกรจำนวนมากรอจนถึงนาทีสุดท้ายในการจองซื้อปุ๋ย กลุมเกษตรกรเหล่านี้จึงรับภาระต้นทุนที่พุ่งสูง

Nigh ประเมินว่า การผลิตทางการเกษตรประมาณ 50% มาจากการใช้ปุ๋ย หากเกษตรกรลดการใช้ปุ๋ยเนื่องจากราคาสูง จะส่งผลให้ผลผลิตลดลงและรายได้ของเกษตรกรที่กำลังดิ้นรนลดลงตามไปด้วย Martin เผยว่า อาจต้องเปลี่ยนแปลงแผนการปลูกโดยเพิ่มพื้นที่ปลูกถั่วเหลืองซึ่งใช้ปุ๋ยน้อยกว่าข้าวโพด ท่ามกลางสถานการณ์ที่ต้นทุนปัจจัยการผลิตสูงแต่ราคาพืชผลอยู่ในระดับต่ำติดต่อกันหลายปี

เกษตรกรบางรายอาจเลือกปลูกถั่วเหลืองมากกว่าข้าวโพด เนื่องจากข้าวโพดต้องการปุ๋ยมากกว่า

เกษตรกรบางรายอาจเลือกปลูกถั่วเหลืองมากกว่าข้าวโพด เนื่องจากข้าวโพดต้องการปุ๋ยมากกว่า

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/fertilizer-prices-surge-middle-east-war-us-farmers-crisis&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0yEJ2dbZ56LBlN1irYGZcr